คริษฐ์ ปานเนียม หารือเรื่องการลักลอบขุดและเคลื่อนย้ายกากแคดเมียม ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรง และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตราพระราชบัญญัติ PRTR เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำ และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาไว้กับกองกากพิษอีกต่อไป
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่าเราจะปล่อยให้ประชาชนอยู่ร่วมกับกองกากพิษโดยไม่รู้ชะตากรรม แบบนี้ไปอีกนานเท่าไรครับ วันนี้เป็นที่น่ายินดีที่ พ.ร.บ. PRTR ได้เข้าสภาสักทีครับ ประเด็น สำคัญที่ผมลุกขึ้นอภิปรายวันนี้เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม ขอยกตัวอย่าง เรื่องการลักลอบขุดและเคลื่อนย้าย กากแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรง ที่กำลังจะกลายเป็นระเบิดเวลาทางด้านสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขของชาติเรา ท่านประธานคงจำได้ดีเรื่องกากแคดเมียมที่ถูกลักลอบขุด ลักลอบขนย้ายออกจากพื้นที่ฝังกลบในจังหวัดตาก และถูกเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ดังปรากฏในข่าวทั้งที่สมุทรสาคร บางซื่อ ชลบุรี ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าขั้นตอนในการ ลักลอบนำออกไปนั้นใช้เวลาเกือบปี โดยที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นไม่ทราบเลยว่า รอบ ๆ ตัวเขามีเหตุการณ์ที่อันตรายต่อชีวิตของเขาเอง พวกเขามารู้พร้อมกันกับ คนทั้งประเทศเมื่อเป็นข่าวแล้ว สิ่งนี้เป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการ ของเสียอันตรายจากประเทศไทยอย่างชัดเจน โรงงานแอบขุดกากแคดเมียมขึ้นมาจำหน่าย โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานอุตสาหกรรม ผู้ซื้อนำแร่ไปกอง ไปกักเก็บ โดยไม่ได้ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังมีขั้นตอนการเตรียมการขนย้ายทั้งในประเทศและมีการ คาดหวังว่าจะส่งออกนอกประเทศด้วย รู้ตัวอีกทีคือตอนที่มันกลายเป็นข่าวใหญ่โตไปแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปวันนี้เรายังไม่เห็นหัวผู้กระทำความผิดเลย นี่ล่ะครับปัญหาของบ้านเรา แม้ว่าที่ผ่านมากากดังกล่าวจะถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่ฝังกลบที่มีมาตรฐาน บวกกับกฎหมาย EIA ที่ใช้ฝังกลบโดยห้ามนำออกแล้วก็เป็นการฝังกลบแบบถาวรแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็เกิดการ ลักลอบขุดนำออกมาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการแอบเคลื่อนย้ายไปยังโกดังปลายทาง ผ่านเส้นทางต่าง ๆ มากมาย โดยไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่ามันรั่ว ฟุ้งปลิวปนเปื้อน ไปที่ใดบ้าง เกิดความเสียหายที่มองไม่เห็น เป็นการสร้างความเสี่ยงครั้งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง แต่ยังทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงต้องตกอยู่อันตราย และผลการตรวจสอบยังพบว่า แคดเมียมปนเปื้อนอยู่ในร่างกายของคนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อีกด้วย นี่คือสัญญาณเตือนที่เรา ไม่อาจเพิกเฉยได้ สิ่งที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่านั้นคือเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวม ในการบังคับใช้กฎหมาย และการกำกับดูแลของรัฐ รวมถึงระบบติดตามการเคลื่อนย้าย กากอันตรายที่ไม่เข้มแข็ง ข้อมูลไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนและชุมชนไม่มีสิทธิรับรู้ ทั้งที่พวกเขาคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น คนผิดยังไม่ได้ชดเชยอะไรเลย คดีความก็ไม่ได้คืบหน้าแต่อย่างใด คำถามคือถ้ารัฐยังไม่สามารถรับประกันได้ว่ากากพิษ จำนวนมากจะไม่ถูกลักลอบนำออกมาอีก ประชาชนจะมีความมั่นใจต่อระบบการจัดการ สิ่งแวดล้อมของประเทศนี้อย่างไร เท่านั้นยังไม่พอครับ ดูเหมือนว่าประเทศเราไม่ได้เรียนรู้ อะไรจากประวัติศาสตร์เลย ในเมื่อการเปิดหน้าดินในหลายพื้นที่ของจังหวัดตากมีปัญหา ด้านแคดเมียมปนเปื้อน ทั้งการทำเหมืองในลุ่มน้ำแม่ตาว ที่อำเภอแม่สอด หรือการขุด กากแคดเมียมออกมาจากบ่อในพื้นที่ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ยังมีการให้ ประทานบัตรที่ล้าหลังอีกในหลายพื้นที่ของจังหวัดตาก โดยการให้ทำเหมืองเช่นเหมืองหินคลุก เขตใกล้อุทยาน เขตใกล้อ่างเก็บน้ำทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีแหล่งต้นน้ำ ที่สมบูรณ์ อย่างเช่นที่ตำบลแม่ท้อ จังหวัดตาก เหตุการณ์นี้คือบทเรียนที่ตอกย้ำว่าประเทศเรา จำเป็นต้องมีกฎหมายที่ใช้ควบคุม และรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษ การเคลื่อนย้าย ของเสีย กากอันตราย สารอันตรายต่าง ๆ ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลและร่วมกันป้องกันสิทธิของตนเองได้ ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้สภาแห่งนี้ เร่งรัดการตราพระราชบัญญัติ PRTR โดยไม่ชักช้าครับ เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจจะ เกิดขึ้นซ้ำ และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาไว้กับ กองกากพิษอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน