ร่มธรรม เสนอร่าง พ.ร.บ. เปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ-สนับสนุนระบบ PRTR

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของระบบ PRTR ในการติดตามแหล่งกำเนิดมลพิษเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อสร้างกลไกบริหารจัดการลดก๊าซเรือนกระจกและปรับตัว พร้อมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. PRTR โดยมองว่าสภาชุดปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูล การปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ซึ่งท่านเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง กับประชาชน จำนวน ๑๑,๖๘๕ คน เป็นผู้เสนอ และอีกฉบับที่ท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ การพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ได้นำมาซึ่งการเติบโตและการพัฒนาของประเทศอย่างก้าวกระโดดครับ แต่ความเร่งรีบ เช่นนั้นหลายครั้งกลับได้ลืมคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาทั้งต่อพี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้มีการผลิตที่เพิ่มขึ้น มีการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น และมีการทิ้งการปล่อยของเสีย สารเคมีอันตราย และมลพิษ ทั้งในอากาศ ในน้ำ และในดิน เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญ ปัญหาด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และที่น่ากลัวคือบางครั้งความประมาท ความละเลยของคนเพียงบางคน บางกลุ่ม บางบริษัท ได้นำมาซึ่งหายนะต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกรณีที่ได้นำไปสู่อุบัติภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงงานระเบิด น้ำมันรั่วไหล และการลักลอบทิ้งสารเคมี เป็นต้น และหลายต่อหลายครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เรากลับไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าสารเคมี ที่ตกค้างนั้นถูกปล่อยออกมาปริมาณมากน้อยเพียงใด ซึ่งการแก้ไขปัญหามลพิษได้เราต้อง เริ่มจากการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ที่แหล่งกำเนิด โดยเริ่มจากการที่เราต้องมีข้อมูล มีความรู้ว่า แต่ละโรงงาน แต่ละแหล่งกำเนิดมลพิษมีการปล่อยมามากน้อยเพียงใดเราจึงจะสามารถ ดำเนินการป้องกันลดการปล่อยมลพิษและจัดการมลพิษที่ถูกปล่อยออกมาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงเราสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันที่ทั่วโลกได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหลายประเทศจึงได้บังคับ ให้ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ต้องมีการรายงาน และเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่าระบบ การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า Pollutant Release and Transfer Register หรือที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า PRTR ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากกว่า ๕๐ ประเทศแล้วที่มีระบบหรือกฎหมาย PRTR เป็นของตัวเอง สำหรับในประเทศไทยผมทราบว่าภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมก็คือผู้เสนอ กฎหมายในวันนี้ได้มีความพยายามเรียกร้อง ผลักดัน และเสนอให้มีกฎหมาย PRTR มานานกว่า ๒๐ ปี แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ปัจจุบันนี้เราคงจะได้เห็น แล้วว่านานาประเทศก็ได้มีมาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมาตรการด้านการค้าที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เราจำเป็นต้อง เร่งปรับตัวปรับการดำเนินการกิจการทางเศรษฐกิจของเราครับ วันนี้จึงเป็นก้าวที่สำคัญ อย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูล การปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมาย PRTR ฉบับนี้ คือการกำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษที่อาจเป็นอันตรายต้องจัดทำและรายงานข้อมูล และปริมาณสารมลพิษต่อกรมควบคุมมลพิษ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดทำเป็นข้อมูลกลาง เพื่อเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบ และเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยการรายงานนั้น ก็ครอบคลุมทั้งเรื่องของการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมโดยตรง และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ ออกนอกสถานที่เพื่อนำไปบำบัดหรือการกำจัด เป็นต้น เมื่อเราได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า สารมลพิษมาจากที่ไหน มีปริมาณเท่าไร และจะขนย้ายไปที่ไหน ประชาชนและหน่วยงาน ของรัฐเองก็จะสามารถเตรียมตัวรับมือ และป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในกรณีที่เกิด อุบัติภัยได้อย่างตรงจุด รวมถึงภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนเองก็จะมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนในการกำหนดนโยบายและแผน รวมถึงแนวทางควบคุมที่จะนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดใช้สารอันตราย ส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่และการนำไปสู่การลดการปล่อยมลพิษได้อย่างเป็น ระบบในระยะยาวครับ ซึ่งผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการมีกฎหมาย PRTR ฉบับนี้จะเป็นการ สร้างระบบการจัดการที่ดีที่โปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคประชาชน เพื่อจะป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะทำให้เกิดการ จัดการปัญหามลพิษอย่างยั่งยืนได้ อีกทั้งกฎหมาย PRTR ฉบับนี้ยังเป็นการรับรองสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมในการ จัดการสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งสภาแห่งนี้ของเราได้ร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติถึง ๒ ฉบับ ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปล่อยมลพิษสู่ สิ่งแวดล้อม โดยก่อนหน้านี้เราได้ร่วมกันเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ที่มุ่งเน้นให้เกิดการควบคุมโรงงานและผู้ประกอบการให้ต้องมีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติ ที่รับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น และอีกฉบับก็คือ กฎหมาย PRTR ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมขอเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ในสภาชุดนี้เราได้ร่วมกัน ขับเคลื่อนกฎหมายทั้งการออกกฎหมาย แล้วก็การแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่ได้คำนึงถึง ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน นอกจาก ๒ กฎหมายที่เราพิจารณาในวันนี้ ก่อนหน้านี้สภาของเราเองยังได้ร่วมกัน รับหลักการร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .... หรือที่เราเรียกว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่มุ่งเน้นปกป้องสิทธิของพี่น้องประชาชนในการหายใจอากาศสะอาด แล้วก็สร้างกลไกในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็อยู่ระหว่าง การนำกลับมาพิจารณาในวาระต่อ ๆ ไปของสภาแห่งนี้

นอกจากนี้เรายังมีพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. โลกร้อน ที่หลายพรรคการเมืองได้ร่วมกันนำเสนอโดยที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะสร้าง กลไกบริหารจัดการ Climate Change ทั้งเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ซึ่งผมหวังว่า เราจะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยเร็วที่สุด

สุดท้ายนี้ แม้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัญหาที่สำคัญและท้าทาย ของประเทศ และแม้ว่าวันนี้ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ควรได้รับการปรับปรุงและนำเสนอ เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ผมคิดว่าวันนี้สภาชุดนี้เรามาไกลกว่าที่เคย และเรามาถูกทางแล้วในการนำพาประเทศของเราไปสู่ประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้น การเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และรักษา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเรา ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติรายงานและการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อมหรือ PRTR ขอบคุณครับท่านประธาน