ขัตติยา อภิปรายร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เน้นคุ้มครองผู้บริโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

ขัตติยา สวัสดิผล อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าฉบับที่พรรคเพื่อไทยเสนอ โดยชี้ให้เห็นปัญหาการผูกขาดของกลุ่มทุนใหญ่และการกีดกันธุรกิจรายย่อย รวมถึงเรียกร้องให้ปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าให้มีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพิ่มสัดส่วนตัวแทนภาคประชาชน และยกเลิกตำแหน่งตัวแทนภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภค

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้ โอกาสนี้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่จะช่วยปฏิรูประบบเศรษฐกิจไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นค่ะ ปัญหาการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีธุรกิจขนาดใหญ่ เพียงไม่กี่กลุ่มที่สามารถครอบครองอำนาจในตลาดได้ โดยมีข้อมูลยืนยันว่ามีเพียง ๔ กลุ่มทุนใหญ่ มีมูลค่ารวมมากกว่าร้อยละ ๒๐ ของตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่าการกระจุกตัว ของธุรกิจ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจรายเล็กและรายใหม่ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ ตลาดได้อย่างเสรี ผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือกและต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ในช่วง วิกฤติโควิดที่ผ่านมาการควบรวมกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้เดินหน้าอย่างรวดเร็วส่งผลให้ ผู้บริโภคนั้นเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่ากฎหมายการแข่งขัน ทางการค้าที่ประเทศไทยมีอยู่แม้ว่าจะมีเจตนารมณ์ที่ดีแต่ว่ามันก็ยังไม่มีความเข้มแข็ง ที่เพียงพอ และไม่สามารถที่จะสร้างกลไกในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคเพื่อไทยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอยู่ ๕ ประการ นั่นก็คือ ๑. คือความต้องการที่จะสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสให้ทุกธุรกิจทุกขนาดไม่ว่าจะเป็น ใหญ่หรือเล็ก ๒. เราต้องการที่จะปกป้องธุรกิจรายย่อยไม่ให้ถูกกีดกัน หรือถูกบีบให้ออกจาก ตลาด ๓. เราต้องการที่จะกระตุ้นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการแข่งขันที่แท้จริง ๔. ต้องการเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจใหญ่ให้สามารถที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้โดยอยู่บน พื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรม และ ๕. เราต้องการที่จะยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีสิทธิเรียกร้องและสามารถที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น หนึ่งในจุดแข็ง ที่ชัดเจนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั่นก็คือการกำหนดให้กฎหมายนั้นสามารถบังคับใช้ ได้กับธุรกิจทุกธุรกิจ ไม่ยกเว้นแต่ธุรกิจของรัฐวิสาหกิจ หรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจ และธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลบางประเภทได้รับการ ยกเว้นจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือว่าสาธารณูปโภค เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมแล้วก็ให้มีกฎหมาย เฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจเข้ามากำกับดูแลตัวเอง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติเราก็พบปัญหา สำคัญ เนื่องจากว่ากฎหมายเฉพาะเหล่านั้นมันมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนหรือส่งเสริมอุตสาหกรรม มากกว่าจะควบคุมดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกทั้งคณะกรรมการที่เข้ามากำกับดูแลมักจะ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านการแข่งขันทางการค้าโดยตรง จึงนำไปสู่ปัญหาการแข่งขันที่มัน ไม่เสรี เป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ การสร้างอำนาจเหนือตลาด แล้วก็การลด ทางเลือกของผู้บริโภคซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลาย ๆ กรณี ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยปิดช่องว่างตรงนั้นอย่างชิ้นเชิง เพื่อเป็นการยืนยันในหลักการว่าการแข่งขัน ที่เป็นธรรมนั้นจะต้องครอบคลุมทุกภาคส่วน ในเนื้อหาอีกส่วนที่มีความสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือการปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้กลไกสามารถที่จะกำกับดูแล ให้มีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยได้เสนอให้มีการเพิ่มจำนวนคณะกรรมการ จากเดิม ๗ คนเป็น ๙ คน โดยกำหนดคุณสมบัติที่มีความเข้มงวดแล้วก็หลากหลาย เช่น ให้มี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย ๒ คน ให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ทางการค้าและพาณิชย์อย่างน้อย ๒ คน ให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบบัญชี ๑ คน แล้วก็ให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ที่สำคัญคือมีการปรับลดอายุขั้นต่ำ ของตัวคณะกรรมการจากเดิม ๔๐ ปีให้เป็น ๓๕ ปีเพื่อเปิดช่องให้มีคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่มตำแหน่งของปลัดกระทรวง วัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานสภาผู้บริโภค แล้วก็ปลัดกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้เข้ามาเป็นกรรมการสรรหา เพื่อเป็นการสะท้อนเสียงของ ประชาชนให้มีส่วนร่วมโดยตรง และเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เราจึงได้มีการ ยกเลิกตำแหน่งที่เคยเป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้ในส่วนของความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม ร่างฉบับของพรรคเพื่อไทยได้มีการ กำหนดอย่างชัดเจนว่าสำนักงาน กขค. นั้นต้องเผยแพร่คำวินิจฉัยฉบับเต็ม และคำวินิจฉัย ส่วนบุคคลของกรรมการเท่าที่ไม่เป็นความลับทางการค้า และต้องจัดให้มีการกำหนดตัวชี้วัด ผลงานของคณะกรรมการ เช่น การเข้าชี้แจงผลการดำเนินงานต่อรัฐสภานั้นอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง หรือการกำหนดตัวชี้วัดเรื่ององค์ประชุมซึ่งจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์เข้ามาร่วมเป็นองค์ประชุมอยู่ด้วยทุกครั้งอย่างน้อยสาขาละ ๑ ท่าน ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือกลไกสำคัญที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายนั้นเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ในส่วนของการควบรวมกิจการ และการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เราได้มีการ กำหนดให้มีการยกเลิกระบบแจ้งผลการรวมธุรกิจเหลือเพียงระบบการขออนุญาตล่วงหน้า สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจเหนือตลาด ที่สำคัญศาลยุติธรรมนั้นจะสามารถสั่งให้ มีการชดใช้ค่าเสียหายเชิงลงโทษสูงสุดถึง ๒ เท่าของความเสียหายจริง เพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้เอกชนนั้นลุกขึ้นมาฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง ในประเด็นเรื่องบทลงโทษและมาตรการ ลดหย่อนโทษร่างฉบับพรรคเพื่อไทยได้มีการปรับโครงสร้างโทษปรับใหม่ โดยเพิ่มเพดาน ค่าปรับจากเดิมร้อยละ ๐.๕ เป็นสูงสุดร้อยละ ๕ ของมูลค่าการรวมธุรกิจ พร้อมทั้งยกเลิก โทษทางอาญาในหลายกรณี และเปลี่ยนเป็นโทษทางปกครองแทน แนวทางนี้จะเป็นการ สอดคล้องกับหลักสากลที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า การลงโทษที่รุนแรง แต่ว่าไม่ก่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ยังได้มีการนำมาตรการ ลดหย่อนโทษมาใช้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีส่วนร่วมในข้อตกลงแบบ Hardcore Cartel สามารถที่จะให้ความร่วมมือโดยเปิดเผยข้อมูลเพื่อแลกกับการได้รับการลดหย่อนโทษ มาตรการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามการฮั้ว แล้วก็การสมคบคิดทางการค้า ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการแข่งขันเสรีในระยะยาว ท่านประธานคะ หากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจนสามารถนำไปบังคับใช้ให้เป็นกฎหมายได้จริงก็จะส่งผล ในเชิงบวกหลายประการ ได้แก่ ๑. ตัวผู้บริโภคจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ได้รับสิทธิในการ ที่จะเข้าถึงทางเลือกที่หลากหลาย และสามารถฟ้องคดีได้ด้วยตัวเอง ๒. ธุรกิจขนาดเล็ก และ Startup จะมีโอกาสเติบโตในตลาดที่เป็นธรรมมากขึ้น ๓. ธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการแข่งขันที่โปร่งใส แล้วก็จะได้รับการยอมรับในระดับสากล สามารถขยายไปสู่ตลาดโลกได้มั่นคงยิ่งขึ้น และ ๔. เศรษฐกิจไทยจะมีพลวัตร เกิดนวัตกรรมใหม่ และดึงดูดการลงทุนที่ยั่งยืน สุดท้ายนี้ดิฉันขอย้ำว่าร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ฉบับของพรรคเพื่อไทยจะเป็นโครงสร้าง และเป็นก้าวสำคัญในการที่จะปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากวงจรการผูกขาดที่ดำรงมาอยู่อย่างยาวนาน ซึ่งหากสภา ผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้จะมีการช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส เปิดกว้าง และยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศโดยรวม ดิฉันจึงขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าอย่างเต็มที่ และขอเสียงสนับสนุนจาก เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณค่ะ