สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เสนอร่างพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยชี้ให้เห็นว่ากฎหมายปัจจุบันมีปัญหาความไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่หลุดรอดจากการกำกับดูแล ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน และเรียกร้องให้แก้ไขเพื่อสร้างระบบการแข่งขันที่เป็นธรรมซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ภาคเอกชน และประเทศชาติ
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมและเพื่อนพรรคประชาชนได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตให้เครดิตกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ผมร่วมกับ เพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองได้ศึกษาปัญหาของการกำกับการแข่งขัน และผลิตออกมา เป็นร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านธนาธร ขออนุญาตเอ่ยชื่อ จากพรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ที่ช่วยสรุปรวมให้เห็นว่าพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ทุกพรรคการเมืองล้วนเห็นปัญหาถึงการกำกับการแข่งขันและปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ อยากจะเรียนท่านประธานว่าการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจมีความจำเป็นมาก เพราะอย่างน้อยมันช่วยรับประกันว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด ภาคเอกชนได้ประโยชน์ สูงสุดจากการแข่งขัน มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้น แล้วสุดท้ายประเทศเราจะได้ประโยชน์ ช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ต่างชาติย่อมอยากมาลงทุน อยากมาประกอบธุรกิจในประเทศ ที่มีกฎกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม อย่างไรก็ตามประเทศเราใช้กฎหมายฉบับที่เรากำลัง จะแก้ไขคือพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผ่านกลไกก็คือ กฎหมายฉบับนี้ และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า กขค. และตัวสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือสำนักงาน กขค. ก็ต้องบอกว่า ผ่านมาแล้วเกือบ ๑๐ ปีมีปัญหาหลายอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดในสังคมและพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบ่งง่าย ๆ อย่างน้อยได้ ๒ เรื่อง ๑. ในตัวของบทบัญญัติของกฎหมาย ต้องบอกว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้อยู่มีความ ไม่ครอบคลุม มีความไม่ชัดเจน ต้องตีความตลอดเวลา เดี๋ยวอีกสักครู่ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ท่านฟัง สุดท้ายผลของการที่มันไม่ครอบคลุม จึงมีหลายธุรกิจซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจ ขนาดใหญ่ที่หลุดรอดออกไปจากการกำกับการแข่งขัน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ต่อการเข้าถึงบริการ ต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
อีกประเด็นหนึ่งนอกจากบทบัญญัติที่มีปัญหาก็คือประเด็นการบังคับใช้ กฎหมาย ประจักษ์พยานที่ดีที่สุดก็คือเราพบว่าผู้กำกับ ไม่สามารถดูแลหรือยับยั้ง ป้องกัน การกระทำที่ส่งผลต่อการแข่งขันได้ โดยเฉพาะการควบคุมของธุรกิจขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง เราปล่อยให้ควบรวมไปแล้ว เราก็พบว่าไม่สามารถมีมาตรการในการเยียวยาผลกระทบ ที่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับความเสียหายได้ ถ้าเราไปดูในภาพรวมล่าสุด OECD เพิ่งมา ประเมินสถานการณ์การกำกับการแข่งขันของประเทศเรา ก็พบว่าอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา อีกหลายเรื่อง ถ้าเราอยากจะเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD จากปัญหาทั้งหมดที่ผมเล่าให้ ท่านประธานฟังจึงสะท้อนว่าภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามายิ่งเป็นเหตุผลให้พวกเราต้องกลับมาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ และนี่จึงเป็นที่มาของการที่ผมเสนอเหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า โดยที่พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติหลายประการที่ยังขาด สภาพบังคับ อันจะทำให้การลดการผูกขาดทางการค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อพัฒนากลไกการควบคุมการแข่งขันให้มีประสิทธิภาพ สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขัน อย่างเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งขอบเขตการบังคับใช้ การปรับปรุงประสิทธิภาพคณะกรรมการ บทลงโทษที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ ผมอยากยกตัวอย่างสั้น ๆ ในประเด็นปัญหา การตีความว่ามีอำนาจกำกับ ดูแลหรือไม่ ตัวอย่างเช่นตอนที่เราให้ค่ายมือถือกับค่ายมือถือ เขาขอควบรวมกัน อันนี้เป็นบันทึกจากกรรมาธิการ เราพบว่าทั้ง กสทช. ซึ่งมีอำนาจโดยตรง ในการดูแลบริษัทหรือภาคธุรกิจที่ทำธุรกิจด้านนี้กับ กขค. ต่างฝ่ายต่างมองว่าหน่วยงานของ ตนเองไม่มีอำนาจในการยับยั้งการรวมธุรกิจ โดย กสทช. ให้เหตุผลว่า กสทช. ทำได้แต่เป็น ผู้รับจดแจ้งรายงานเท่านั้น ขณะที่ กขค. บอกว่าเป็นอำนาจของ กสทช. แล้วอย่างนี้ ประชาชนจะพึ่งใคร ในเมื่อหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับ ดูแล ต่างบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน อีกกรณีหนึ่งเราก็เห็นว่าธุรกิจพลังงานที่ผ่านมามีการควบรวมกันเยอะ เราก็เชิญ กกพ. มาสอบถาม ทำหนังสือถามไปยัง กกพ. ว่าประเด็นเหล่านี้อยู่ในอำนาจการกำกับดูแลหรือไม่ กกพ. ให้คำตอบว่าสำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างการรวบรวม ตรวจสอบและจัดเตรียมข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมากและต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน วันนี้ยังรวบรวมไม่เสร็จเลย เขาก็ควบรวมจนส่งผลต่อประชาชน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือล่าสุดที่เรามักจะพูดกัน อย่างที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่านที่อภิปราย ไปก่อนหน้าผม วันนี้มันมีการควบรวมข้ามธุรกิจหรือข้ามอุตสาหกรรม เช่น ค่ายมือถือ ควบรวมกับค่ายพลังงาน ต่อไปธุรกิจเทคโนโลยีควบรวมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลไก กฎหมายที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอกับการเข้าไปกำกับ ดูแลการควบรวมข้ามธุรกิจเหล่านี้ หรือถ้าเจาะลงไปเอาเฉพาะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กขค. อย่างที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน เมื่อสักครู่ได้พูดถึง กรณีการควบรวมในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง กรณีอย่างแมคโคร โลตัส ซึ่งประชาชนของพวกเราทุกคนที่เราเป็นผู้แทน ล้วนแต่พึ่งพาต้องซื้อหาสินค้าจำเป็นจาก ธุรกิจเหล่านี้ทั้งนั้น หลังการควบรวม นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์เอาคำวินิจฉัยของ กขค. มาวิเคราะห์ ก็พบว่ามีความน่าประหลาด กขค. บอกว่าแมคโครกับโลตัสอยู่คนละตลาดกัน เขาบอกว่าแมคโครประกอบธุรกิจค้าส่ง เทสโก้โลตัส ประกอบธุรกิจค้าปลีกและเมื่อเป็น อย่างนี้แล้วการควบรวมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อกัน ท่านประธานครับ เราในฐานะลูกค้า ต่างเดินเข้าทั้ง ๒ ห้าง Supplier ผลิตสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม โรงงาน SMEs ทั้งหลายก็ขายทั้ง ๒ ห้าง มันจะไม่กระทบได้อย่างไร ที่น่าสนใจคือ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้รับเรื่องร้องเรียนจาก SMEs ผู้ประกอบการโรงงาน ขนาดเล็กจำนวนมากว่าวันนี้เขาประสบภาวะลำบาก วันนี้เมื่อเขาควบรวมกันแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไร เวลา SMEs จะไปขายของเข้าห้างใหญ่ ขายเข้า Modern Trade ต้องเสียค่า GP ที่แปลง่าย ๆ ว่าส่วนแบ่งกำไร เสียค่าขึ้น Shelf ค่าขนของ เราพบว่าห้างเหล่านี้ คิดค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายจาก SMEs เพิ่มขึ้นทุกปี อันนี้คือตัวเลขที่ตัวแทนผู้ประกอบการ ทำมาให้กับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ หลังควบรวมยิ่งแล้วไปกว่าเขาบอกเขาโดน กระทำง่ายมากก็คือเดิมห้างไหนที่เขาจ่าย Rate สูงสุด ๒ ห้าง แค่เอามาบวกกันอันไหนมาก เอาตัวนั้น นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs กำลังโดนปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการ ควบรวม อีกกรณีหนึ่งค่ายมือถือ กสทช. แม้ว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่มีอำนาจห้าม กขค. บอกห้ามไม่ได้ สุดท้ายตอนที่ท่านยอมให้เขาควบรวมไปท่านบอกว่าต้องมีมาตรการเฉพาะ ต้องไปทำอะไรบ้าง อย่าให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เช่น กำหนดเลยค่าบริการต้องถูกลง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ สัญญาณต่าง ๆ คุณภาพต้องดีขึ้น นวัตกรรมใหม่ ๆ ต้องมี Promotion ห้ามน้อยลง วันนี้ท่านไปลองดูสิสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนบอกสัญญาณแย่ลง ค่าบริการแพงขึ้น ผมเรียก กสทช. มาสอบถามในกรรมาธิการถามว่าประเด็นเหล่านี้แม้ว่าท่านจะห้ามเขาไม่ได้ แต่ท่านกำหนดเงื่อนไขเฉพาะไปแล้วท่านไปตามดูหรือเปล่าว่าผู้ประกอบการทำหรือเปล่า สิ่งที่ กสทช. ตอบก็คือทุกมาตรการที่กำหนดไปไม่มีอันไหนเลยที่ทำได้ตามกำหนดเวลา นี่คือสิ่งที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาการกำกับการแข่งขัน ท่านประธานครับ หลายประเทศเขาใช้กลไกการกำกับการแข่งขันทั้งเชิงกฎหมาย ทั้งการบังคับใช้ มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เขาทำได้มีหลายอย่างเอาแค่ใกล้ ๆ บ้านเราอย่างสิงคโปร์ตอน Grap กับ Uber เขาควบรวมกัน ศาลตัดสินเลยว่าไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ส่งผลกระทบ ในเชิงค่า Commission ทั้งคนขับ ทั้งผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ปรับได้ บังคับได้ว่าห้ามควบรวม มีกลไกต่าง ๆ มาบรรเทาผลกระทบ เราจะทำให้กฎหมายฉบับนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันปัญหาเหล่านี้ หลายประเด็นของกฎหมายผมอาจจะซ้ำกับท่านอื่นผมไม่ขอลง รายละเอียด แต่อยากสรุปสั้น ๆ ว่ากฎหมายที่ผม และเพื่อนกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อน สส. พรรคประชาชนเสนออย่างน้อย ๕-๖ ประเด็นที่เป็นประโยชน์ อย่างแรก แก้ปัญหาที่หลายธุรกิจแต่เดิมถูกยกเว้นจากกฎหมายวันนี้ต้องกลับมาอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่เดิมกฎหมายต่าง ๆ ที่ธุรกิจมีกฎหมายกำกับเฉพาะ พลังงานมี กกพ. โทรคมนาคมมี กสทช. แบงก์ชาติดูแลธนาคาร ทุกธุรกิจต้องอยู่ภายใต้การกำกับการแข่งขันของกฎหมาย ฉบับนี้ ยังรวมถึงรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ตลอดจนการควบรวมข้ามอุตสาหกรรม นี่จะช่วย แก้ปัญหา ต่อไปไม่ต้องตีความ มีเกณฑ์ชัดเจน รู้ว่าส่วนราชการไหนมีหน้าที่กำกับ ดูแล เพื่อไม่ปล่อยให้เป็นช่องว่างให้เกิดการตีความแล้วต่างคนต่างไม่ทำหน้าที่ หรืออีกประเด็นหนึ่ง ต่อไปการควบรวมธุรกิจต้องมีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ตลอดจน ถ้าจะมีมาตรการเยียวยาก็ต้องมีผลผูกพันตามกฎหมาย นี่คือส่วนที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หรือในประเด็นถัดมาเช่นกรรมการ ที่ผ่านมากรรมการคัดเลือกส่วนใหญ่มาจากราชการ และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ วันนี้เรากำหนดไว้ในกฎหมายว่าให้มีตัวแทนจากสภาองค์กรของ ผู้บริโภคมาเป็นกรรมการคัดเลือกโดยตำแหน่ง เพราะเราเชื่อว่าจะช่วยทำให้กรรมการ กขค. ยึดโยงกับผู้บริโภคหรือประโยชน์ของประชาชนมากขึ้น เรายังกำหนดระบุคุณสมบัติของ คณะกรรมการ กขค. ว่าต้องมีความเชี่ยวชาญในประเด็นการแข่งขันทางการค้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเชื่อว่าจะช่วยทำให้ตัวคณะกรรมการยึดโยงกับประชาชน และทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมาผู้บริโภคหรือผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องคดีเองได้ ต้องไปทำ ผ่านมูลนิธิ ผ่านสมาคม ผ่านกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีต้นทุน มีความล่าช้า กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนโดยตรง และมีแรงจูงใจ โดยเขาสามารถฟ้องค่าสินไหมทดแทนได้เป็นจำนวนพอสมควร สุดท้ายก็จะทำให้ผู้บริโภค รู้สึกตัวเอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็จะต้องระมัดระวังไม่กระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อ ผู้บริโภค นอกจากนี้ในประเด็นการชี้แจงความคืบหน้าของการพิจารณาคดี วันนี้ เปรียบเสมือนหลุมดำผู้ประกอบการฟ้องว่าเขาไม่รู้เลยว่าส่งเรื่องไปแล้วผลการพิจารณา เป็นอย่างไร ต่อไป กขค. หรือตัวสำนักงานต้องเผยแพร่ผลวินิจฉัยฉบับเต็ม และเหตุผลของ คณะกรรมการแต่ละท่านอย่างละเอียด เรื่องไหนยังไม่เคาะ ยังไม่ได้ข้อสรุปก็ต้องมี Update หรือแสดงความคืบหน้าทุกเดือน และที่สำคัญต้องมารายงานผลการดำเนินงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ปัจจุบัน กขค. เราทราบท่านมีคดีล้นทำให้ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผล ว่าพิจารณาคดีต่าง ๆ ล่าช้า เราก็จะมีเกณฑ์ให้ชัดว่าคดีไหนควรไปถึง กขค. เพื่อ กขค. จะได้จัดสรรทรัพยากรบุคลากรอย่างเหมาะสมในการมารับผิดชอบคดีที่ส่งผลกระทบ ต่อการแข่งขันจริง ๆ
นอกจากนี้เรายังเปลี่ยนโทษทางอาญาเป็นโทษทางปกครอง เพราะที่ผ่านมา กระบวนที่ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัยของโทษอาญาส่งผลทำให้การกำกับดูแลเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้เรายังมีเรื่องของการปรับเป็นพินัย ซึ่งจะทำให้หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามความตกลง ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือที่เราเรียกว่า Cartel จะส่งผลให้การบังคับใช้โทษ ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เราเชื่อว่าจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาต่าง ๆ มีประสิทธิภาพรวดเร็วขึ้น
สุดท้ายครับ เราขยายกรอบเวลาในการฟ้องคดีเพื่อรักษาประโยชน์ ของผู้บริโภคและธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ แต่เดิมมีอายุความปีเดียว ซึ่งสั้นมากหลายกรณีรวบรวมหลักฐานไม่ทัน เราขยายอายุความให้เป็น ๕ ปี และเรายัง อนุญาตให้ใช้สิทธิร้องเรียนต่อ กขค. เมื่อไรก็ตามที่ท่านร้องเรียนต่อ กขค. แม้ว่าอยู่ในช่วง พิจารณาอาจจะนานเราให้อายุความหยุดไป ทั้งหมดนี้เราเชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสให้ผู้เสียหาย ได้รับความเป็นธรรม ช่วยรับประกันสิทธิของประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยให้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องพึงระวังในการพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้เป็นแค่ ส่วนหนึ่งเรายังต้องทำอีกหลายเรื่อง ต้องยกระดับหน่วยงานสำนักงานของ กขค. ทั้งกำลังคน ทรัพยากรความรู้ต่าง ๆ ต้องจัดความสัมพันธ์ความเกี่ยวข้องระหว่างหน่วยงาน กำกับ กขค. กสทช. กกพ. เราจะทำอย่างไร อันนี้คือการบ้าน สุดท้ายประเทศเรามุ่งหน้าสู่ การเป็นภาคีสมาชิกของ OCED สิ่งเหล่านี้เป็น Fight บังคับที่ต้องทำ สุดท้ายผมอยาก ขออนุญาตขอบคุณกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมาธิการปรับปรุงกฎหมาย การแข่งขันที่กรุณาทำร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ผมได้มานำเสนอต่อหน้าท่านประธาน ตลอดจน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นท่านวรภพ ท่านอัครเดช ท่านธนาธร ที่ร่วมเสนอ ร่างกฎหมายที่มีประเด็นปัญหาหลักการและเหตุผลอย่างสอดคล้องต้องกัน ผมเชื่อว่าผลของ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พี่น้องประชาชนของเราซึ่งเราเป็นตัวแทนได้รับ การคุ้มครองสิทธิและประโยชน์มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ