วุฒิพงศ์ อนุมัติร่าง พ.ร.บ.โรงงาน แก้ระบบ Third Party และบทลงโทษใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

วุฒิพงศ์ ทองเหลา อภิปรายร่างพระราชบัญญัติโรงงานโดยเห็นชอบกับบทลงโทษใหม่ในมาตรา ๔๕ เพื่อแก้ปัญหาการต่อใบอนุญาตอัตโนมัติที่นำไปสู่ปัญหาที่ดินและมลพิษ โดยชี้ว่าค่าปรับเดิมต่ำเกินไปและไม่สอดคล้องกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความเห็นชอบกับบทกำหนดโทษจำคุกและค่าปรับ และเสนอให้แก้ไขระบบ Third Party ของกรมโรงงานโดยแยกหน้าที่การอนุญาต การตรวจสอบ และการสั่งปิดออกจากกันเพื่อป้องกันความขัดแย้งในการร้องเรียนของประชาชน

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา ผมขออนุญาต ร่วมอภิปรายพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยกับผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนต่อท่านประธานว่าในเรื่องของบทลงโทษที่มีเพิ่ม เข้ามาในมาตรา ๔๕ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าการกำหนดบทลงโทษ ที่ผ่านมาไม่เคยมี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการ Update ครั้งสุดท้ายก็คือ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งก็เป็นการ Update เรื่องที่เป็นโทษกับประชาชน คือเรื่องของการให้อำนาจอัตโนมัติ ในการต่อใบอนุญาต ซึ่งการต่อใบอนุญาตลักษณะนี้สามารถที่จะเปลี่ยนมือ แล้วมีการซื้อขาย กันได้โดยไม่ต้องมีการแสดงความคิดเห็นในชุมชนหรือมีการทำประชาพิจารณ์ในชุมชน ซึ่งสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้เป็นอย่างมาก อย่างจังหวัดของผมเองปราจีนบุรี ข้อมูล กรมโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๗ ปลายปี โรงงานมีทั้งหมด ๑,๐๑๘ โรงงาน การลงทุนหรือเม็ดเงิน ลงทุนก็เป็นส่วนสำคัญ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเยอะมาก ๆ แต่ในสัดส่วนของโรงงาน ๑,๐๑๘ โรงงานที่เข้ามาลงทุนในจังหวัดปราจีนบุรีเท่าที่ตรวจสอบในการมีปัญหากับชุมชน ในการอยู่ร่วมกันกับชุมชนพบอยู่ประมาณถึง ๒๐ โรงงาน ซึ่งเป็นโรงงานที่ไม่ได้มีเงินลงทุนสูง อย่างมากก็ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐ ล้านบาท โรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ในข้อมูลก็คือ จะไม่ได้ตั้งอยู่ในส่วนนิคมขนาดใหญ่ที่มีธรรมาภิบาลหรือมีการดูแลดี ๆ ไม่ได้มีเงินลงทุนเยอะ แต่โรงงานเหล่านี้เมื่อมีการสร้างโรงงานขึ้นในเขตชุมชน อย่างที่ทราบดีว่าผู้นำชุมชนเอง ท้องถิ่นเองก็มีการเสนอขายแลกเปลี่ยนที่ดิน เมื่อมีการได้อนุญาตจากชุมชนหรือประชามติผ่าน ราคาที่ดินก็สามารถกระโดดขึ้นจาก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อาจจะขึ้นไปถึง ๑๐ ล้านบาท ถึง ๕๐ ล้านบาท อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะปราจีนบุรีที่ผมหยิบยก ปัญหานี้ขึ้นมา อย่างหนึ่งที่ผมพบมากในฐานะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมด้วย เวลาที่ ประชาชนเขามาร้องเรียนส่วนใหญ่แล้วผมต้องเรียนเลยว่าบทลงโทษที่กำหนดในมาตรา ๔๕ ค่าปรับถูกมากหลักหมื่นบาท ซึ่งในการผลิตของโรงงานเหล่านี้แทบจะไม่มีผลกระทบในการ ที่จะต้องมาสนใจใด ๆ ในการที่จะถูกปรับในราคาหลักประมาณหมื่นบาทหรือหลักพันบาท หรือหลัก ๒๐,๐๐๐ บาท

อีกเรื่องหนึ่งครับ ในการที่เขาถูกปรับก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องหนึ่งในบทกำหนดโทษ ที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามให้ระวางโทษจำคุก ๒-๕ ปี ตามร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่หลาย ๆ พรรคการเมืองผู้ยื่นเสนอ ร่างเข้ามามีการกำหนดโทษไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องมาก และนอกจากเรื่องของ การกำหนดโทษ การจำคุก ๒-๕ ปี แล้วค่าปรับเริ่มต้นที่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นสมควรจำเป็นที่ต้องมีเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่าไม่มีตรงนี้แล้วประชาชนเอง ไม่สามารถแบกรับในแต่ละวันที่เขาเจอปัญหามลพิษได้

อีกประเด็นหนึ่งครับ อันนี้คือเรื่องของการเป็น Third Party ของกรมโรงงาน ที่มีปัญหามากที่สุดในการที่มีประชาชนเข้ามาร้องเรียนผ่านในส่วนของกรรมาธิการที่ผม สังเกตเห็นและตั้งข้อสังเกตมาตลอด กรมโรงงานเป็นผู้เปิดอนุญาตให้มีโรงงานเกิดขึ้น หรือ รง. ๔ แล้วก็เป็นผู้ตรวจสอบ สุดท้ายก็คือเป็นผู้สั่งปิดโรงงาน ผมยกตัวอย่างโรงงานหนึ่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี โรงงานดังกล่าวถูกกรมโรงงานเข้าไปตรวจสอบแล้วก็มีการปิดให้มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่งปิดปรับปรุงบางส่วน ทำผิดซ้ำประกาศบังคับมาตรา ๓๙ วรรคสอง คือให้หยุด โรงงานเพื่อปรับปรุง โรงงานต้องทำการอุทธรณ์ อุทธรณ์ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่น สาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่น ๆ อีกโดยเฉพาะกรมโรงงาน ในขั้นตอนนี้ไปไม่ถึงมาตรา ๓๙ วรรคสามคือการปิดโรงงาน ซึ่งมีน้อยมากที่ไปถึง

ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งการเป็น Third Party ที่ไม่ถูกต้องที่กรมโรงงาน รับจบ ทั้งเปิด ทั้งตรวจสอบ และทั้งปิด กรมควบคุมมลพิษเข้าไปวางอุปกรณ์รอบโรงงาน ในการตรวจสอบ ใช้เวลา ๒ สัปดาห์เพื่อตรวจสอบหา Result ของมลพิษในด้านต่าง ๆ มีอุปกรณ์มากมายเข้าไปตรวจสอบ ท่านประธานทราบไหมว่าเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีไม่ถึง๑ เดือนที่ผ่านมามีโรงงานหนึ่ง กรมโรงงานเข้าไปตรวจหลังจากที่โดนมาตรา ๓๙ วรรคสอง อีกก้าวเดียวก็คือวรรคสาม คือปิดโรงงาน ทุกคนรู้ครับ ประชาชนในพื้นที่ศรีมหาโพธิรู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์นี้ กรมโรงงาน เข้าไปตรวจใช้เวลา ๒ ชั่วโมง โรงงานดังกล่าวเดินกำลังไม่เต็มการผลิต ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง แล้วก็บอกกับชาวบ้านว่าเขาผลิตได้เท่านี้ โรงงานดังกล่าวปัจจุบันเปิดดำเนินการตามปกติ ต้องไปตั้งต้นกันใหม่ครับ ผมถามว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนเวลากระทบกับในชุมชน ไม่ได้มีจำนวนน้อย บางครั้งบางพื้นที่บ้านเรือนประชาชนมากกว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน ประชาชนต้องทนสูดดมสภาพอากาศที่อยู่ในสภาพจำยอม ฝุ่นละอองต่าง ๆ เยอะมากมาย แล้วถ้าหากว่าในจังหวัดนั้นเองตัวผู้แทนราษฎรทำงานไม่เข้มแข็งในเรื่องของอุตสาหกรรม ปัญหานี้มันจะยังคงอยู่ตลอดเวลา

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ในตัวเรื่องของการกำหนดกฎ อัตราส่วนของโทษ และระเบียบที่เพิ่มมาในแต่ละผู้ที่เสนอร่างรายงานหรือพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วย แต่ผมก็ยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้มันสามารถที่จะคลอดออกมาเป็น กฎหมายให้ประชาชนได้มีการนำไปใช้และบังคับใช้ในหน่วยงานหรือกระทรวง เพื่อให้ชีวิต ประชาชนได้พบกับคุณภาพชีวิตที่มันเป็นไปตามจริง ตามพื้นที่ที่เขาอาศัยจริง ไม่ต้องมาทน สูดดมมลพิษอย่างเช่นในปัจจุบัน อย่างที่หลาย ๆ จังหวัดเป็นกันอยู่ และรวมถึงจังหวัด ปราจีนบุรี ขอบคุณมากครับท่านประธาน