กฤช อภิปรายร่าง พ.ร.บ. โรงงาน แก้ปัญหาโครงสร้างและเสนอเพิ่มอำนาจท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

กฤช ศิลปชัย อภิปรายสนับสนุนหลักการร่าง พ.ร.บ. โรงงานแก้ไข โดยชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างระบบราชการที่เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนโรงงานในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ทำให้เกิดปัญหามลพิษและกากอุตสาหกรรม จึงเสนอให้เพิ่มอำนาจท้องถิ่นให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยตรวจสอบ กฤช ศิลปชัย อภิปรายถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลโรงงานอย่างเข้มงวดและเสนอให้ทบทวนใบอนุญาตทุกปี เพื่อตรวจสอบมาตรฐาน เครื่องจักร และประสิทธิภาพการผลิต กฤช ศิลปชัย หารือเรื่องน้ำมันรั่วในจังหวัดระยอง และเสนอให้แก้ไขกฎหมายโรงงานเพื่อเพิ่มมาตรการความรับผิดชอบทางแพ่งและประกันภัย

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงงานแก้ไข เพิ่มเติมทุกร่าง ในจังหวัดระยองของผมแล้วก็จังหวัดข้างเคียงที่เป็นพื้นที่อีอีซีไม่ว่าจะเป็น ระยอง ชลบุรี หรือว่าฉะเชิงเทรา ล้วนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งสิ้น แต่พอมาดูในเรื่องของ อัตราพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อจำนวนโรงงานที่ระยองของผมเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อโรงงาน ๓๙๒ โรงงาน ที่ชลบุรีเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อ ๔๖๔ โรงงาน และฉะเชิงเทราเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อ ๒๙๓ โรงงาน อันนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างแล้วก็ระบบราชการเหมือนกันที่การเจริญเติบโต ของภาคอุตสาหกรรมมันไม่สอดคล้องกับการกำกับดูแลครับ ทำให้เกิดปัญหาตามมา เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้อง หรือการปล่อยปละละเลยมลพิษอื่น ๆ สู่สิ่งแวดล้อม เราจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นเข้ามาช่วยด้วยครับ ให้อำนาจเขาในฐานะ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. โรงงานเช่นเดียวกัน เพราะว่าท้องถิ่นเขาอยู่กับปัญหาครับ วันดีคืนดีโรงงานปล่อยควันเสีย ปล่อยมลพิษออกมา ปล่อยกลิ่น ปล่อยหลาย ๆ อย่างเข้ามา จริงอยู่เขามีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. สาธารณสุข แต่มันไม่เพียงพอที่จะสามารถเข้าไป ตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานว่ามันเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ อันนี้ผมจึงเห็นด้วย ในเรื่องของข้อนี้ครับ

ต่อมาเป็นเรื่องของการกำกับดูแลที่ต้องมีความเข้มงวด เข้มข้นมากขึ้น อย่างที่เพื่อน สส. ของผมได้อภิปรายไป สส. ชวาล ก็ได้บอกว่าโรงงานเวลาอนุญาตไปแล้ว ก็ไม่ได้มีการกลับเข้ามาทบทวน ตรวจสอบให้แล้วให้เลย หรืออาจจะมีบ้างก็คือการเข้าไป สุ่มตรวจ แต่มันไม่มีทางที่จะได้ครบทุกโรงงาน โรงงานไหนเส้นดีหน่อยถึงเจ้าหน้าที่หน่อย ก็ปล่อยปละละเลยข้าม ๆ ไป ก็จะไปสุ่มเอาโรงงานที่ได้อย่างไม่ครบถ้วนครับ เรื่องนี้ก็จำเป็น ที่จะต้องมีการตรวจสอบแล้วก็ทบทวนใบอนุญาตทุกปีว่าสิ่งที่ขอประกอบกิจการนั้น มาตรฐานต่าง ๆ ยังอยู่ครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เครื่องจักรมีความชำรุดหรือยังมีประสิทธิภาพ ในการใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ อันนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะฉบับของท่านชวาล พลเมืองดี ครับ

อันที่ ๓ เรื่องของการรายงานการเคลื่อนย้ายมลพิษและวัตถุดิบในการ ประกอบกิจการ พี่น้องชาวระยองผมเจ็บปวดกับ ๒ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๖๕ ก็คือเรื่องน้ำมันรั่วครับ น้ำมันรั่วที่ระยองรั่ว ๕๐,๐๐๐ ลิตร ตามข่าว และตามรายงานของบริษัท อีกรอบหนึ่งประมาณ ๔๕,๐๐๐ ลิตร ทั้ง ๒ รอบ สร้างความ เสียหายให้กับพี่น้องโดยเฉพาะชาวประมง เพราะคราบน้ำมันมันไม่ได้ถูกกำจัดไปไหนครับ มันถูกสารเคมีฉีดกดจมลงไปอยู่ก้นทะเล มันไม่ได้ถูกจัดเก็บออกขึ้นมาครับ วันดีคืนดีทะเล เขาบำบัดตัวเองเขาก็พัดของพวกนี้ขึ้นมาฟ้องต่อสายตาสาธารณชนให้เราเห็น แต่ในทาง ปฏิบัติก็คือทุกบริษัท ทุกหน่วยงานเร่งฉีดสารเคมีตัวนี้เข้าไปแล้วก็บอกว่าเหตุการณ์จบแล้ว ควบคุมได้แล้ว แต่ความเป็นจริงคนที่เจ็บช้ำอยู่ คนที่บอบช้ำอยู่มันคือพี่น้องที่ต้องใช้ทะเล ทำมาหากินครับ เรื่องการรายงานการเคลื่อนย้ายมลพิษจะเป็นตัวช่วยเวลาเกิดการดำเนินคดี เพราะว่าทุกวันนี้เราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเลขที่แท้จริงมันรั่วเท่าไร เคยติดตามกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองในอดีต ตอนนี้ท่านเกษียณอายุราชการไปแล้ว ถามท่านว่า ตกลงได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าจำนวนน้ำมันที่รั่วมันรั่วเท่าไร ท่านก็บอกว่าก็รั่วเท่านี้ ตามตัวเลขที่ผู้ประกอบการบอก ผมถามว่าแล้วผู้ประกอบการเขาจะกล้าบอกความจริงหรือ ถ้าเขาบอกตัวเลขมาก มันก็เกี่ยวกับการชดเชยเยียวยา แล้วทุกวันนี้เรื่องยังฟ้องอยู่ในศาลอยู่เลย ปี ๒๕๕๖ ยังอยู่ใน ศาลฎีกาอยู่เลย ปี ๒๕๖๕ ยังอยู่ในศาลยังสืบพยานกันอยู่เลย ผ่านมา ๓ ปีแล้ว แต่ว่า ผลกระทบมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นกับเขาทุกวัน ปากท้องเขาทำมาหากินไม่ได้ และภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการไปจัดการ มันเลยต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ในเรื่องของ มาตรการทางแพ่งและประกันภัยด้วย ถ้ามีเรื่องของความรับผิดชอบทางแพ่งไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายต่อบุคคล ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตหรือบุคคลทางตรงและทางอ้อมย่อมต้องมีความรับผิดทางแพ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ และการมีประกันภัยที่สร้างความมั่นใจมั่นคงว่าถ้าเกิดเหตุอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด ก็แล้วแต่ต้องมีประกันภัยมาชดเชยเยียวยา มาฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ถามว่ารั่วครั้งหนึ่ง เอาเงินมาจ่ายกันครั้งหนึ่ง จ่ายกัน ๒๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ มันไม่คุ้ม ทะเลกว่าจะฟื้นคืนตัว ๑๐ ปีถึงจะมีสัตว์น้ำชายฝั่งเริ่มกลับมา แต่นี่รอบแรกปี ๒๕๕๖ รั่วไปแล้วยังไม่ทันเท่าไรเลย ๗-๘ ปีทะเลกำลังฟื้นตัว ปี ๒๕๖๕ ซ้ำเติมเข้าไปอีก ทุกวันนี้พี่น้องชาวประมงยังต้องฟ้องร้องกัน หลายพันคนอยู่ที่ศาลยุติธรรม เพราะว่ามาตรการภาครัฐและกฎหมายของบ้านเรา ยังไม่เอื้ออำนวยคุ้มครองปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ กระผมจึงขอสรุปว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ของทุกพรรคการเมืองผมเห็นด้วยในหลักการ แล้วก็ขอฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งและพิจารณากันว่าฝากในประเด็นโดยเฉพาะ เรื่องของคนตัวเล็กตัวน้อยที่เขาต้องทนอยู่กับมลพิษ ต้องฝากกรรมาธิการ ฝากเพื่อน ๆ สมาชิกช่วยกันขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ให้มาบังคับใช้เพื่อรักษาสมดุลการพัฒนา และรักษา สมดุลด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ขอบคุณท่านประธานครับ