ศิริโรจน์ ธนิกกุล อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมในสมุทรสาครและเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อจัดการปัญหาของเสียและการละเมิดสิ่งแวดล้อม ศิริโรจน์ ธนิกกุล เสนอประเด็นปัญหาการเข้าตรวจโรงงานอุตสาหกรรมที่จำกัดเวลาและอุปสรรคด้านจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ โดยเรียกร้องให้ขยายเวลาปฏิบัติงานทุกชั่วโมง เพิ่มโอกาสให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์ และปรับปรุงเกณฑ์อัตรากำลังคนหรือใช้เทคโนโลยีเพื่อลดภาระงาน ศิริโรจน์ ธนิกกุล เสนอให้ปรับปรุงใบอนุญาตโรงงานให้มีวันหมดอายุเพื่อเปิดโอกาสในการตรวจสอบใหม่ทุก 4 ปีสำหรับโรงงานทั่วไปและทุก 2 ปีสำหรับโรงงานอันตราย พร้อมทั้งเรียกร้องให้เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบ และสนับสนุนการกำหนดให้โรงงานทำประกันภัยสิ่งแวดล้อมหรือมีกองทุนเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องกากของเสีย น้ำเสีย และการปล่อยกลิ่นเหม็นอย่างทันท่วงที
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคประชาชน โดย สส. ชวาล พลเมืองดี สส. จากจังหวัดชลบุรี ในฐานะที่ผมเป็น ผู้แทนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีจำนวนโรงงาน อุตสาหกรรมเยอะมาก ๆ นะครับ เยอะเป็นอันดับ ๒ ของประเทศรองจากจังหวัด สมุทรปราการเลยครับ แต่ถ้าเทียบความหนาแน่นจังหวัดสมุทรสาครเป็นอันดับ ๑ เลยครับ เพราะว่าด้วยตัวพื้นที่น้อยกว่า แล้วก็อำเภอนั้นน้อยกว่านะครับ ปัจจุบันสมุทรสาครมีโรงงาน ทั้งสิ้นกว่า ๖,๖๒๘ โรงงาน จึงทำให้จังหวัดสมุทรสาครที่เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมของ ประเทศนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้วก็สร้างเม็ดเงินเป็นลำดับต้น ๆ ของ ประเทศครับ แต่เมื่อมีจำนวนโรงงานที่เยอะสิ่งที่ตามมานอกจากรายได้ แล้วก็ตัวเลขทาง เศรษฐกิจแล้ว นั่นก็คือของเสียจากโรงงานที่มาในหลากหลายรูปแบบครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของกากของเสียจากกระบวนการผลิต น้ำเสีย หรืออากาศเสีย ที่ล้วนแล้วมีต้นตอมาจาก โรงงานอุตสาหกรรมทั้งนั้นเลย แต่จะขอขีดเส้นใต้ไว้ว่าโรงงานที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ค่อยทำตามกฎหมาย ชอบปล่อยปละละเลย ทั้งตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี จนส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมใกล้เคียง ทั้งธรรมชาติแล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ก็ไม่รู้ว่า ที่ต้องมารับกรรมนี้ไปทำบาปอะไรมาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงต้องมารับกรรมจากโรงงานเหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารต่อก็คือวันนี้ พ.ร.บ. โรงงานมันต้องถูกแก้ไขในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ปฏิบัติหน้างานได้สะท้อนปัญหาหลัก ๆ ออกมาอยู่หลายประเด็น จะยกตัวอย่างสัก ๔ ประเด็นเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นแรก ประเด็นเรื่องของการเข้าปฏิบัติงานเพื่อการเข้าตรวจโรงงาน ของเจ้าหน้าที่ครับ ท่านประธานทราบไหมว่า พ.ร.บ. โรงงานฉบับเดิมมันจะมีอยู่มาตราหนึ่ง คือมาตรา ๓๕ (๑) จะเขียนไว้ว่า เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานจะเข้าตรวจโรงงานได้ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือแค่ช่วงเวลาทำการเท่านั้น ไม่สามารถเข้าเวลาอื่นได้ ซึ่งถ้าเราทำความเข้าใจสภาพความเป็นจริงหลาย ๆ โรงงานที่ชอบปล่อยของเสียแอบทำผิด ก็มักจะแอบปล่อยในช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นเวลาเกิดเรื่องร้องเรียนที่แจ้งเข้าไปยัง อุตสาหกรรมจังหวัด เรื่องช่วงเวลาก็ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเข้า โรงงานของเจ้าหน้าที่หน้างาน บางครั้งอาจจะใช้การประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือว่าท้องถิ่น แต่ทำไมเราไม่ทำให้มันง่ายต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงไปเลยให้สามารถ เข้าโรงงานได้ในทุกเวลา รวมไปถึงให้ผู้ร้องเรียน ให้ประชาชน หรือชุมชนเข้าไปร่วม สังเกตการณ์ได้ด้วย นั่นคือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
ประเด็นที่ ๒ เรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่เพียงพอ ผมขอ ยกตัวอย่างของจังหวัดสมุทรสาคร อย่างที่บอกไปตอนแรกมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม สูงเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ๖,๖๒๘ โรงงาน แต่จำนวนเจ้าพนักงานของกลุ่มโรงงาน เต็มอัตราอยู่ที่ ๘ คน เท่ากับว่าอัตราส่วนจะอยู่ที่ ๘๒๙ ต่อ ๑ หมายความว่าเจ้าหน้าที่ ๑ คน ถ้ามีการแบ่งจำนวนโรงงานให้เท่า ๆ กันเท่ากับว่าเฉลี่ยคนละ ๘๒๙ โรงงาน ปีหนึ่งก็ตรวจ ไม่หมดครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในสไลด์นี้ก็คือนี่เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ของการทำงานที่ส่งผลให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดต้องแบกรับภาระงานที่มากเกินไป เราควรที่จะมีเกณฑ์เรื่องของอัตรากำลังคนใหม่หรือไม่ ให้สอดคล้องระหว่างคนกับงานให้มัน พอดีกันมากยิ่งขึ้น หรือจะหาวิธีการอื่น ๆ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดขั้นตอน การทำงานบางอย่างของเจ้าหน้าที่ลงไม่ให้งานนั้น Load เกินไป ผมก็อยากจะช่วยสะท้อน ปัญหานี้ครับ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องใบอนุญาตต้องมีวันหมดอายุ เพื่อเปิดทางให้มีการ ตรวจสอบโรงงานใหม่ในทุกรอบ ซึ่งปัจจุบันนี้การขอใบอนุญาตโรงงานหรือว่า รง. ๔ เมื่อได้แล้วก็จะได้เลยไม่มีวันหมดอายุ แต่แนวทางตามร่างของพรรคประชาชนเราจะให้การ ขอต่อใบอนุญาต รง. ๔ เป็นแบบต่อทุก ๆ ๔ ปี แล้วก็ประเภทโรงงานอันตรายในทุก ๆ ๒ ปี แล้วก็เพิ่มการตรวจสอบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นก็จะช่วยลดปัญหา ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานที่อยู่มานาน ๆ สภาพเก่าทรุดโทรม ให้ได้รับการตรวจสอบใหม่ทุกครั้งจากเจ้าหน้าที่เมื่อใบอนุญาตหมดอายุ เพื่อทำให้มาตรฐาน ของโรงงานในด้านต่าง ๆ เป็นไปตามเกณฑ์ที่จะปลอดภัย ทั้งภายในโรงงาน แล้วก็ปลอดภัย ต่อพี่น้องประชาชนโดยรอบ ไม่ให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดซ้ำซาก แล้วก็สร้างความ เดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน
ประเด็นสุดท้าย อาจจะเป็นข้อเสนอแนะนะครับ เราจะเห็นได้ว่าช่วงหลัง ๆ เกิดเคสปัญหาที่โรงงานแอบลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม แอบปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ลำคลองสาธารณะ แอบปล่อยกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิตต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้าง ปัญหาต่อสังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อมส่วนรวมทั้งสิ้น ในพื้นที่สมุทรสาครที่ผ่านมาเกิดเหตุ ในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลาย ๆ เหตุการณ์ ถ้าใครยังจำกันได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแคดเมียม หรือประเด็นโรงงานทุนจีนเทา ซึ่งเวลาปัญหามันเกิดแล้วมันต้องใช้เวลากว่าจะเอาผิด หรือให้โรงงานที่กระทำความผิดต้องชดใช้ งบประมาณที่จะเอามาขนย้ายพวกของเสีย บำบัด สิ่งแวดล้อม หรือว่าเยียวยาพี่น้องประชาชนบางเคสมันค่อนข้างล่าช้า ระยะเวลาในการ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนาน จึงเห็นด้วยกับการที่จะกำหนดให้โรงงานต้องทำประกันภัย สิ่งแวดล้อม หรืออาจจะมีกองทุนเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยก็ได้ เพื่อให้มีงบประมาณในการ มาช่วยจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนด้วยเหตุผลหลัก ๆ ทั้ง ๔ ประการที่กล่าวไปแล้ว จึงขอสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน