ร่มธรรม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. โรงงาน เน้นผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กันยายน ๒๕๖๘

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม โดยชี้ให้เห็นปัญหาความเสียหายจากโรงงานต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มมาตรฐานการควบคุม บทลงโทษที่เข้มงวด และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการสั่งปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาตอย่างมีประสิทธิภาพ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านพชร จันทรรวงทอง และท่านชวาล พลเมืองดี กับคณะเป็น ผู้เสนอ ท่านประธานครับ หลักการและเหตุผลที่สำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงงานเพื่อควบคุมให้โรงงาน และผู้ประกอบการต้องมีมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งท่านประธานและเพื่อนสมาชิกต่างทราบกันดีว่าปัญหาจากโรงงานที่กระทบต่อพี่น้อง ประชาชน และสิ่งแวดล้อมมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นับแค่ช่วง ๒ ปี ของสภาชุดนี้เราได้เห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมามากครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน โกดังระเบิด โรงงานไฟไหม้ โรงงานลักลอบกักเก็บและทิ้งสารพิษอันตราย การเผาขยะไปจนถึง การทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม ปล่อยน้ำเสีย ควันพิษออกไปสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็มีอยู่หลายประการครับ บางส่วนก็อาจจะเกิดจาก ความประมาท การขาดความรับผิดชอบ และขาดมาตรฐานการควบคุม รวมถึงความชำรุด และความบกพร่องของระบบโรงงาน อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดจากการหละหลวม และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ กำกับ ดูแล และควบคุมการดำเนินงานของโรงงานอีกด้วยครับ แต่อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือกฎหมาย ที่บังคับใช้อยู่นี้ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในการควบคุมกิจการ บางประเภทที่มีความเสี่ยง รวมถึงอำนาจของหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด แล้วก็บทลงโทษที่มีไม่เพียงพอจนทำให้ผู้ประกอบการไม่เกรงกลัวต่อการกระทำผิด สิ่งเหล่านี้ เป็นปัญหาที่เรื้อรังในประเทศของเราที่สร้างความเดือดร้อนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน และทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อทรัพยากรธรรมชาติของเรา มาอย่างยาวนาน จนบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ของพี่น้องประชาชน ปัญหาเหล่านี้เกิดจนเป็นเรื่องปกติในบ้านเมืองเราไปแล้วครับ ทำให้พี่น้องประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ต่อชีวิต และทรัพย์สินของพวกเขา ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อีกต่อไป ความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของการประกอบการนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ ต้องทำแล้วนะครับ วันนี้จึงเป็นการดีที่เราได้มาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิก ของเรา รวมถึงทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้ร่วมกันนำเสนอร่าง พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับนี้ขึ้นมาจากการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนและได้ศึกษาปัญหามาอย่างมากมาย ผมคิดว่า ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานี้มีหลักการ ๓ ประการด้วยกันที่เราควรจะสนับสนุน

ประการที่ ๑ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมมีอำนาจในการออกกฎกระทรวงเพื่อควบคุมโรงงานที่อาจส่งผลกระทบ ต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด มาตรฐานโรงงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม และให้มีหน่วยงานเพื่อตรวจสอบและแก้ไข ปัญหา นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังกำหนดให้โรงงานบางประเภทต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากโรงงาน

ประการที่ ๒ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เพิ่มบทลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา มีโทษปรับที่สูงขึ้น และโทษจำคุกสำหรับผู้ที่ละเมิดและสร้างผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อย่างร้ายแรง ซึ่งจะทำให้โรงงานต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติอย่างรับผิดชอบ มากขึ้นครับ

ประการที่ ๓ ประการสุดท้าย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ของรัฐของกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งปิดโรงงาน เพิกถอน ใบอนุญาตหรือสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หยุดและปรับปรุงโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันผลกระทบจากโรงงานต่อพี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเราในระดับสากล จึงมีความเข้มงวด ในหลักการที่เรียกว่า ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หรือว่า Polluter Pays Principle หรือผู้สร้าง ปัญหาต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบมากยิ่งขึ้น แต่ในประเทศของเราจะเห็นว่า ในหลายครั้งในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงงานที่ปล่อยควันพิษ มลพิษน้ำเสีย รวมถึง สารพิษอันตรายนั้นยังไม่ได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง จนวันนี้มลพิษได้ปนเปื้อนไปทุกที่ครับ ทั้งในอากาศที่เราสูดหายใจ ในน้ำที่เราดื่มใช้ และในดินที่เราใช้เพาะปลูก ซึ่งวันนี้ เราไม่สามารถมองการพัฒนาเป็นเรื่องของเศรษฐกิจได้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมอง ในเรื่องคุณภาพชีวิต ในเรื่องสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วย วันนี้ผมจึงเห็นชอบกับ ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่หนึ่งเพื่อให้สภาได้เร่งพิจารณาในวาระอื่น ต่อ ๆ ไปนะครับ และแม้ว่าในวันนี้สถานการณ์การเมืองยังไม่แน่ชัดผมก็ขอภาวนา ให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้พิจารณาจนแล้วเสร็จในสภาชุดนี้จนนำไปสู่การบังคับใช้ เพื่อให้การ ดำเนินการของโรงงานเกิดความปลอดภัยต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมของเรา ต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน