สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ยื่นญัตติเรียกร้องให้ยกเลิก MOU ปี ๒๕๔๓ และ ๒๕๔๔ เนื่องจากกัมพูชาละเมิดข้อตกลงโดยวางระเบิดใหม่และขยายเขตเศรษฐกิจทับซ้อนจนทำให้ทหารไทยสูญเสียอวัยวะ โดยชี้ว่ารัฐบาลควรยึดหลักผลประโยชน์แห่งชาติมากกว่ากลุ่มการเมืองส่วนตัว
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านฉลาด ขามช่วง ที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เป็นคนภาคใต้ แต่ขออนุญาตพูดถึงพี่น้องชายแดน ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ผมเป็นคนที่ยื่นญัตติด่วนเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU ผมขออนุญาตท่านประธานตัดคำว่า ฉบับ ออก ก็เหลือ MOU ๔๓ คือ ๒๕๔๓ และ ๒๕๔๔ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศ กัมพูชา กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่นำเสนอญัตติเรื่องนี้เป็นญัตติด่วน เช่นกัน แต่เป็นลายลักษณ์อักษร ตัวผมเองก่อนที่ผมจะยื่นญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ผมก็ฟังจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จากสื่อ จากเฟซบุ๊กของผมบ้าง พี่น้องประชาชน ทั้งตัวแทน ทั้งเอกชน นักธุรกิจ คนที่เป็นห่วงบ้านเมืองนั้น เขาก็พยายามพูดกัน เป็นเสียงเดียวว่าทำไมรัฐบาลไม่มาทบทวนในเรื่อง MOU ๒๕๔๓ และ MOU ๒๕๔๔ เนื่องจากว่ามันมีปัญหาที่ฝ่ายกัมพูชานั้นได้มีการละเมิดอาณาเขต ละเมิดสิทธิ แล้วก็ โดยการยิงเข้ามาที่โรงพยาบาล ยิงเข้ามาที่ปั๊มน้ำมัน ที่เซเว่น อีเลฟเว่น แล้วก็ตามที่เป็นข่าว ท่านประธานแล้วก็พี่น้องทุกคนก็เห็นแล้วว่าประเทศไทยนั้นได้รับความเสียหายอย่างไร คราวนี้มาเข้าในเรื่องของการยื่นญัตติด่วน ผมขออนุญาตเท้าความไปก่อนที่จะมีการเซ็น MOU ๒๕๔๓ และ MOU ๒๕๔๔ ผมถามท่านประธานว่าประเทศไทยนั้น ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เรามี MOU หรือเปล่า เราใช้ข้อบังคับ เราใช้ วิธีการเจรจาในกรณีประเทศกัมพูชา ละเมิดสิทธิแดนของประเทศไทยนั้น เราใช้หลักอะไร ที่จริงแล้ว มันมีวิธีการตามกฎหมาย เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสนธิสัญญาเก่าสมัยฝรั่งเศสทำมา ผมรู้สึกสงสารประเทศไทย ผมรู้สึกเห็นใจทหารในอดีต ผมรู้สึกสงสารผู้ปกครองประเทศในสมัยนั้นนะครับ เราใช้เลือด เนื้อ เราใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ในการที่จะไปปกป้องในขณะประเทศเพื่อนบ้านเขามีประเทศมหาอำนาจหนุนหลัง ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ สมัยปี ๒๕๐๕ ผมคิดว่าหลายท่านยังไม่ได้เกิดในที่นี่ สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เขาเรี่ยไรคนไทยคนละบาท เรี่ยไรทำไมครับ เรี่ยไรกันเพื่อที่จะ เป็นเงินกองทุนรวบรวม สู้คดีเขาพระวิหาร คนละ ๑ บาทครับท่านประธาน ในที่สุดประเทศไทย ก็แพ้เขาพระวิหารให้กับกัมพูชา แต่ทางขึ้นก็ยังอยู่ในประเทศไทย นี่คือบทเรียน ประวัติศาสตร์ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยเราสูญเสียดินแดน สูญเสีย อะไรไปหลายอย่างแล้ว เราสูญเสียไปถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เรายังเหลือ แผ่นดินที่เราอยู่กินกัน ๗๗ จังหวัด เพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตรเท่านั้นเอง อันนี้ ก็ถือว่าก่อนที่จะมี MOU ปี ๒๕๔๓ กับปี ๒๕๔๔ มันก็ไม่มีเงื่อนไขข้อบังคับที่ไปตกลง ไปเซ็นกัน ประเทศไทยก็อยู่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือคำตอบส่วนหนึ่งว่า MOU ๔๓ MOU ๔๔ นี้ มันไม่ใช่เป็นสูตรสำเร็จ มันไม่ใช่เป็นสิ่งเบ็ดเสร็จที่จะต้องคงมีไว้ เพื่อที่จะให้ ประเทศไทยกอด MOU ๒ ปี ๒ ฉบับนี้ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ เพื่อที่จะไปต่อสู้ เพื่อที่ จะไปปกป้องในเรื่องของทรัพยากรหรือแนวเขตแดน
คราวนี้กลับมาถึงขั้น ในขณะที่รัฐบาลคิดว่าจะไปทำ MOU ปี ๒๕๔๓ วิธีคิด คิดอย่างไร เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าคนเซ็นสัญญา คนลงนามใน MOU ๒๕๔๓ นั้น เป็นท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ ไม่ใช่นะครับ ผู้ที่ลงนามในฐานะ วันนั้นก็คือ ท่านหม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีฉบับภาษาอังกฤษกับฉบับภาษาไทย แปลไว้เรียบร้อยครับท่านประธาน เอกสารฉบับที่ผมไปรวบรวมแล้วก็ส่งให้เพื่อนสมาชิกนั้น ก็อยู่บนโต๊ะอยู่แล้ว เนื้อในไส้ใน เนื้อหาของ MOU ปี ๒๕๔๓ ท่านประธานรู้ไหมครับว่ามีกี่ข้อ ถ้าเราเทียบเป็นมาตราก็คือ มีอยู่ ๙ มาตรา ผมอ่านทุกมาตรา อ่านมาหลายรอบแล้วไม่น้อยกว่า ๙ รอบแล้ว ๙ มาตรานี้ ฟังภาคเอกชนหน่วยงานของคนรักชาติ องค์กรต่าง ๆ นี้อ่านไปแล้ว อ่านไปอ่านมา ผมไม่เห็นมีสักข้อหนึ่งเลยที่ประเทศกัมพูชาจะยึดถือปฏิบัติตาม MOU ๔๓ ไม่ว่าที่ เพื่อนสมาชิก สส. แนน ได้พูดไปแล้วว่าละเมิดข้อ ๕ อันนี้ถือว่าเป็นสำคัญในเรื่องของการ อำนวยความสะดวกให้การสำรวจตลอดแนวเขตแดนทางบกร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล หน่วยงานของรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน เว้นแต่จะเป็นการดำเนินการ ของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน อันนี้ก็ละเมิด ไม่ใช่ละเมิดธรรมดานะครับ นอกเหนือจากไม่ร่วมกันเก็บกู้ระเบิดแล้ว ยังล้ำเข้ามา วางระเบิดทุกวัน แล้วอ้างว่าเป็นระเบิดเก่า ระเบิดสงคราม เขาพิสูจน์ได้ครับท่านประธานวันนี้ ระเบิดใหม่เดี๋ยวนี้มันทำเป็นพลาสติก มันลดในเรื่องของตัวสารวัตถุระเบิด เพื่อที่จะให้ เครื่องมือการตรวจจับระเบิดจับยากแล้วก็ไม่ใช่วางที่ไหน วางตามแนวที่ทหารไทยกับ ทหารกัมพูชา เขาเดินสำรวจร่วมกันเพราะเขาคาดการณ์ว่าทหารไทยต้องใช้เส้นทางอันนี้ มันจึงเป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับอุบัติเหตุขาขาด นี่ ๖ ขาแล้วครับ ผมอยากจะเรียกร้องว่า คนที่เห็นใจ ช่วยเอาขาใหม่ ทหารนี่ขามันไม่งอกใหม่หรอกครับ ขาดแล้วก็ขาดเลย มันไม่เหมือนกับปูโบ้บ้านผมนะครับ หักก้ามแล้วมันงอกได้ แล้วขาหนึ่งก็คิดเป็นเงิน ๑ ล้านบาทบ้าง ๘ ล้านบาทบ้าง ขาที่สูญเสียที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ของทหารกับขาที่สูญเสีย ชายแดน ๗ จังหวัดนั้น ราคาไม่เท่ากัน แต่คนที่จะทำให้เป็นเหตุให้ทหารเขาขาขาดนี่ ขายไหมครับ ขาข้างละ ๒๐ หรือ ๑๐ ล้าน อันนี้เป็นความที่น่าเห็นใจ วันนี้ท่านประธานครับ เราพูดเรื่องนี้ต้องยึดหลักการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ อย่าพูดในเรื่องของ การเมือง อย่าพูดในเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ตนเอง ชาวกัมพูชาเวลาเขาพิจารณา ในเรื่องของ MOU ท่านประธานคิดหรือครับว่าประเทศกัมพูชาจะเอื้อประโยชน์ให้ ประเทศไทย แล้วท่านประธานคิดว่าถูกต้องไหม ตัวแทนของประเทศไทยเวลาไปเจรจา ก็ต้องปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย เพื่อให้ลูกหลานพี่น้องชาวไทยได้ใช้ ได้อยู่ ได้มี ได้กิน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นคนเซ็นสัญญาอย่างนี้ พิจารณาวันนี้ เซ็นไป แล้วก็ไม่เป็นไร ผมก็เกรงใจ ด้วยความเคารพท่านอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ขออนุญาตเอ่ยนามเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนที่ ๒๐ และเป็นถึง ๒ สมัย ผมยื่น ญัตติในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น ผมก็บอกว่าผมขออนุญาตเรียนถามท่านชวน หลีกภัย ว่าในเมื่อทำสมัยของท่านนั้น ถ้าเกิดว่า สภาพิจารณาตั้งกรรมาธิการหรือว่ามีการยกเลิกอะไร ท่านมีความคิดเห็นข้อเสนอแนะ อย่างไร ท่านตอบผมตรงนี้ ท่านตอบว่าอันนี้ก็เซ็นมาใช้ระยะเวลานานแล้วแต่ถ้าสภามีมติให้ ยกเลิก ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไร อันนี้คือในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีผมคิดว่าท่านคงจะ พิจารณาแล้วว่ามี MOU ๔๓ มันก็เหมือนกระสุนด้าน และผมไม่เคยได้ยินว่ากัมพูชา เขาอยากจะยกเลิกใจจะขาด ผมได้ยินแต่ผู้นำกัมพูชาผู้นำจิตวิญญาณของกัมพูชา พยายาม อ้าง MOU ๔๓ กับ MOU ๔๔ ไปอ้างกับศาลโลก ICJ อ้างกับสหประชาชาติ อ้างเอาตรงนี้ เอาเป็นสิ่งที่ได้เปรียบของเขา ผมไม่เคยได้ยินจริง ๆ ไม่ทราบเวทีไหนที่บอกว่าผู้นำจิตวิญญาณ ของกัมพูชา เขาจะยกเลิก MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ ในทางกลับกันนั้นประเทศไทยเรามาดู นะครับ เราพิจารณาดูในเส้นละติจูดเหนือเส้น ๑๑ ขึ้นไป ๑๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อันนี้ก็คือ MOU ๔๓ พูดให้ภาษาชาวบ้านได้เข้าใจ คนที่บ้านก็จะได้รู้ว่า ๔๓ ไม่ใช่สองตัว ข้างล่าง งวดนี้ออก ๔๓ ก็คือ MOU ทางบก ๔๔ มันเป็นเขตเศรษฐกิจทับซ้อนตอนล่างมีพื้นที่ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกบอกว่า ๑๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่นะครับ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อันนี้ก็หมายถึงเกาะกูดด้วย เอกสารที่ผมทำมานั้นต้องขออภัยที่เขียนเป็น ๑๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร มันผิดนะครับ ขอแก้ไขเป็น ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านประธานครับ เส้นหลักสัญญาเนื้อหาไส้ใน ใน MOU ๔๓ MOU ๔๔ นั้น ดูแล้วไม่เคยเห็น มีการร่วมกันพิจารณา MOU ๔๓ ปีนี้นับตามปฏิทิน ๒๕ ปี เข้าวัยเบญจเพสแล้ว มันต้องมีอันเป็นไปแล้วครับ MOU ๔๓ นี่ ๒๕ ปีเต็มแล้ว เมื่อมีนาคมผ่านพ้นมาแล้วด้วย MOU ๔๔ นี่ ๒๔ ปี เป็นน้องเป็นพี่ เชื่อมโยงกัน ๘๐๐ กิโลเมตร เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิก บอกว่าทำ MOU ๔๓ MOU ๔๔ มีเสาเกิดขึ้น ๗๔ เสา อาณาเขตที่จริงไม่ใช่เสา ๗๔ ต้นอันนี้ เป็นเสาสมัยฝรั่งเศสเขาทำกัน ใช้อำนาจเมื่อตอนนั้นประเทศไทยเราเสียเปรียบมาก ผู้นำของ เรายังไม่รู้เลยว่าเข็มทิศ การจับภาพดาวเทียม การทำแผนที่ เราสู้ประเทศฝรั่งเขาไม่ได้หรอก ครับ เราต้องเห็นใจผู้นำของประเทศไทยในสมัยนั้น เทคโนโลยีเราไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้น ได้มา ๗๔ ต้น แต่ละต้นมีภาษาฝรั่งเศสอยู่ตรงกลาง ถ้าฝั่งหน้า กัมพูชาก็มีภาษากัมพูชาอยู่ฝั่ง กัมพูชา ฝั่งไทยก็มีภาษาไทยอยู่ฝั่งไทย เพราะฉะนั้น ๑ ต้นมี ๓ ภาษา ก็มีภาษาฝรั่งเศส ภาษากัมพูชา แล้วก็ภาษาไทย อันนี้ ๗๔ ต้น วันนี้ถูกระเบิด ถูกถอน ถูกย้าย ยังนับไม่ถูกว่า ยังเหลือกี่ต้น แต่ที่เขาบอกว่าเหลือประมาณสัก ๑๐ กว่าต้น แต่ต้นที่มีปัญหาคือต้นที่ ๗๓ ต้นที่ ๗๓ นี่เขาบอกว่า ถ้าในกรณีใช้เส้นมัธยะในกรณีไหล่ทวีปตรงเกาะกูด คือในเกาะกูด ที่จริงแล้วความห่างระหว่างกัมพูชากับประเทศไทยวัดกันโดยหลักการมันได้ ๓๐๐ ไมล์ทะเล แต่โดยหลักกฎหมายทะเลที่เราไปบอกว่าวัดตั้งแต่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ดึงออกมานอก ชายฝั่ง ๒๐๐ ไมล์ทะเล ต่างคนต่างอ้าง ๒๐๐ ไมล์ทะเล ต่างคนต่างอ้าง ๒๐๐ ไมล์ทะเล ที่จริงแล้วมันควรจะมี ๔๐๐ ไมล์ทะเล มันจะได้ชนกันพอดีเป๊ะ แต่บังเอิญว่าธรรมชาติ ที่มันทำมาให้นั้น มันมี ๓๐๐ ไมล์ทะเล แต่บังเอิญใหญ่เข้าไปอีก ตรงเกาะกูดข้างล่างประเทศ มหาอำนาจใช้ดาวเทียมตรวจสอบว่ามันมีแหล่งพลังงานธรรมชาติ มีมูลค่าตั้ง ๒๕ ล้านล้าน มากกว่างบประมาณประเทศไทยหลายปีด้วยกัน แต่จริง ๆ บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ ๒๕ ล้านล้าน เขาให้เปรียบเทียบอย่างกรณีลานกระบือ กำแพงเพชร ที่เราบอกว่าสำรวจแล้วมีน้ำมันขุดได้ ไม่กี่ปี วันนี้ยังขุดตลอดเลย เอาน้ำมันส่งไปขายประเทศไทยก็ใช้น้ำมันแพง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ตัวเลขไม่มีว่ากี่ล้านล้าน แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าทรัพยากรธรรมชาติในส่วนไหล่ทวีปที่เกาะกูดนี้ ที่ประเทศไทย พระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่สมเด็จ พระนเรศวร ตั้งแต่กษัตริย์ในราชวงศ์จักรี เขาปกป้องเพื่อที่จะให้แผ่นดินไทยตรงนี้ คงไว้ให้กับลูกหลานนั้น มันมีค่ามหาศาล วันนี้เห็นแล้วว่ามันเป็นมูลค่าที่ทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศ Civilize ได้ ประเทศไทยสามารถที่จะไปซื้อเรือดำน้ำได้ ประเทศไทยสามารถ ที่จะซื้อฝูงบินได้ คราวนี้ให้มันรู้ไปว่ากองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศประเทศไทยนั้น ซื้อมาตั้งวางเฉย ๆ บินโชว์เวลาว่าง ก็ไม่มีประเทศไหนที่จะกล้ามารุกรานแล้วครับ ท่านประธาน นี่คือทรัพยากรธรรมชาติใต้ไหล่ทวีป อยากให้ท่านประธานหลับตา แล้วนึกดูว่า ไหล่ทวีปที่เกาะกูด ถ้าข้างล่างมันเป็นหินโสโครกกับโคลนตม ไม่มีหอย ไม่มีปู ไม่มีปลา เจาะไปข้างล่างไม่มีน้ำมัน ไม่มีมีแก๊ส มันจะแย่งกันไหม มันจะมีปัญหาทับซ้อนกันไหม ในขณะเดียวกันวันนี้ประเทศไทยด่วนพูดไปเร็วเกินไปไหมครับว่า ถ้ากรณีทับซ้อนกัน มันหมายความว่า ๕๐:๕๐ มันด่วนไปไหมครับ มันยังไม่ได้พิสูจน์เลย ในขณะที่เราทำ MOU ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อครู่ผมเกริ่นมาว่าก่อน MOU ขณะทำ MOU นั้น ประเทศไทยเราหารือ ปรึกษา รัฐบาลเรา ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ปรึกษาในส่วนของกรมสนธิสัญญา ปรึกษาในส่วนของกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความรอบรู้ในเรื่องอย่างนี้ เราปรึกษากัน หรือเปล่า ปรึกษากันได้อย่างไร คน ๗ จังหวัดยังไม่รู้เรื่องเลยว่า MOU ๔๓ คือบกหรือ คือทะเล นี่เพิ่งดังกันตอนนี้ครับ TV ทุกช่องก็ส่องเข้ามา มันทำให้เห็นว่าการไม่มีส่วนร่วม การไม่มีอำนาจการตัดสินใจ มันทำให้ข้อบกพร่องในเรื่องของการไปลงนาม MOU มันก็เกิด ปัญหาอย่างนี้ครับ MOU ๔๓ คิดกันมา ปี ๒๕๔๐ แต่กว่าจะตกลง รู้สึก ๘ คืน ๘ คืน ก็มาลงนามแล้วครับ MOU ๔๔ คิดกันต้นเดือน ต้นปี พอมีนาคม ๓ เดือนเศษ ๆ ก็มาลงนาม กันแล้วครับ ๓ เดือนเป็นผล ผมเข้าใจนะครับ MOU มันไม่ใช่สนธิสัญญา เพราะฉะนั้น เมื่อไม่ใช่เป็นสนธิสัญญา เซ็นปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ มันจำเป็นที่จะต้องไปเหลียวหลัง ดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ ไม่ใช่มาตรา ๒๔๔ นะครับ มาตรา ๒๒๔ อ่านทุกวรรค เขาพูดเรื่องสนธิสัญญา เรื่องการไปเซ็นอะไรต่าง ๆ นั้น เมื่อ MOU ไม่ใช่ เป็นสนธิสัญญามันบังคับไม่ได้ มันก็ไม่เข้ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของ การทำ MOU นี้ เมื่อเดินต่อมา ๒๔-๒๕ ปี แล้วมาทำ MOU ๒๕๔๔ ผมขออนุญาตใช้เวลา เรียบเรียงไม่นานนักว่า MOU ปี ๒๕๔๔ เกิดสมัยท่านนายกทักษิณ เซ็นในปี ๒๕๔๔ ยาวขึ้นมาปี ๒๕๔๙ ท่านนายกทักษิณไม่อยู่ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็นำเรื่อง MOU ๔๔ นี้ มาต่อ ท่านสมชายก็ต่อแต่ไม่นาน ไม่ได้เข้าทำเนียบไปอยู่ใช้ดอนเมือง หลังจากนั้นก็มี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาปี ๒๕๕๒ แต่ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า MOU ๔๓ MOU ๔๔ ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่จะยกเลิก ผมกำลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในปี ๒๕๕๒ นี้ ครม. ของท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมต้องกราบใจ กราบอกของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านได้มีการทบทวน ท่านได้พิจารณาเขียนไว้เหตุผลชัดเจนว่ามติ ครม. ให้ยกเลิก MOU ปี ๒๕๔๔ ก็ด้วยเหตุผลต้องไปอ่านดูครับ ทำไมสมัยนั้นมีมติ ครม. ผมเข้าใจดีครับว่า สภาแห่งนี้ของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจในเรื่องของการพิจารณาเห็นว่าให้ยกเลิก หรือไม่ยกเลิก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เส้นทางการที่จะขอ ณ วันนี้ต้องพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๘ ลองไปอ่านดูว่าถ้าในกรณีเซ็นทำ MOU อย่างนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา รัฐสภาก็หมายความว่าสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ประชุมร่วมกันอันนี้ผมขออนุญาตประธานอธิบายให้ชาวบ้านที่ฟังอยู่ได้เข้าใจครับว่ารัฐสภา คืออะไร เพราะว่าพี่น้องหลายคนที่มาเยี่ยมชม ๓๖๐ องศาของสภาผู้แทนราษฎรยังเข้าใจว่า นายกรัฐมนตรีทำงานที่นี่อยู่เลย แล้วก็ไม่เข้าใจว่าสภาที่นี่มันมี ๒ สภาอย่างไร อันนี้ก็อธิบาย ให้ฟังว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ หลายคนก็บอกว่าก็เซ็น MOU กันมาเมื่อปี ๒๕๔๔ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มันเกิดทีหลัง ก็ไม่เป็นไรครับ เขาบอกว่ากฎหมายไม่ย้อนหลัง แต่วิธีคิดกับ ในเรื่องของเงื่อนไขของ MOU ๔๔ มันยังเป็นเงื่อนไขในการบันทึกความเข้าใจ คือ บันทึกความเข้าใจ หมายความว่าเป็นเหตุที่ยังไม่ตกลงกันยุติก็มีนะครับ เพื่อที่จะบอกว่า ให้มามีการร่วมกันเจรจา ถ้ามีปัญหาก็ไปคุยกันต่อนะครับ ซึ่งผมเห็นแล้ว ท่านนายกทักษิณ ก็เข้าใจดีว่า MOU มันเป็นอย่างนี้ครับ แต่ท่านนายกแพทองธาร ท่านรู้สึกจะตอบ คลาดเคลื่อนกับท่านนายกทักษิณบอกว่ายกเลิกไม่ได้ ถ้ายกเลิกได้ มันต้องเป็นการยินยอมกัน ระหว่าง ๒ ฝ่าย ถ้ายกเลิกแล้วประเทศอื่นเขาจะไม่เชื่อถือประเทศเรา ผมขอตอบ ท่านประธาน ยกเลิกได้ครับ อ่านในเอกสารที่ผมไปค้นมาดูสิครับด้านหลังนี้ เว้นแต่ในกรณี ผู้เซ็น MOU ละเมิดบันทึกความเข้าใจอย่างรุนแรง แต่คราวนี้มันก็ต้องไปพิจารณาก่อนว่า ๖๐๐ กว่าครั้ง กับครั้งหลังสุดที่เอาปืนใหญ่ยิ่งมั่วไปหมด มันรุนแรงไหม หรือว่าขาขาดกับ ยิงโรงพยาบาลมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ขาทหารนี่เป็นเรื่องเล็กน้อย การละเมิดเอาทุ่นระเบิด มาฝังจนหาไม่เจอกู้ไม่ได้ จนทหารกัมพูชาไม่กล้ากลับไปเพราะว่าฝังเดินมา ลืม ไม่รู้ว่าฝัง เส้นไหน อย่างนี้มันรุนแรงหรือยัง แต่ถ้ามันรุนแรงแล้ว มันก็เข้าในเรื่องของเงื่อนไขที่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม MOU บันทึกความเข้าใจ ในเมื่อเขาไม่ยอมเข้าใจ เรานั่งอยู่เข้าใจอยู่อย่างเดียวเป็นพระ ไม่ตอบโต้ ต้องรอคำสั่ง ให้เขารุกมาก่อน ท่านประธานครับ ในหัวใจผมพี่น้องชาวบ้านเขาถามผม ว่าทำไมไม่ทวงคืน พระตะบอง ศรีโสภณ เสียมราฐ เขาบอกว่าเขาจำได้ นายกรัฐมนตรีคนที่ ๔ ประเทศไทย ท่านควง อภัยวงศ์ ภูมิลำเนาเกิด รกฝังอยู่ที่จังหวัดพระตะบอง ประเทศสยาม หมายถึงว่า ๓ จังหวัดนั้นก็เป็นของประเทศไทย พี่น้องประชาชนก็ด้วยความ เจ็บแค้นบอกว่าไหน ๆ เขาละเมิดแล้ว ไหน ๆ ก็ยิงกันแล้วเราก็ได้ที โอกาสไปเอาคืนมาให้หมด เมื่อละเมิดแล้วเราก็ละเมิดบ้าง แต่ที่จริงแล้วเราไม่ใช้คำว่าละเมิด เราใช้คำว่าปกป้องอำนาจ อธิปไตย แต่โดยหลักการกฎหมายต่างประเทศ ฝรั่งเศสเขาคืนไป เลิกสนธิสัญญากัน ทั้งหมดแล้ว ทำไมฝรั่งเศสสมัยนั้นทำไมต้องยกจังหวัดเหล่านี้ ทำไมไม่คืนประเทศไทย น่าคิดนะครับ เพราะประเทศไทยตอนนั้นเรายังไม่แข็งแรง เราก็ต้องเข้าใจ เพราะฉะนั้น นำเรียนท่านประธานให้เห็นว่าความจำเป็นในการพิจารณาเรื่อง MOU กอดเอาไว้แล้ว มีประโยชน์ ก็กอดไปเถอะ แต่ถ้ากอดไปแล้วมันมีแต่ผลเสียให้อีกฝ่ายไปอ้างได้ แล้วใน เงื่อนไข MOU ทั้ง ๒ ฉบับนี้ เขาบอกว่าเวลามีความขัดแย้งให้เจรจากัน ๒ ฝ่าย ห้ามนำ เรื่องความขัดแย้งไปสู่ประเทศที่สาม อันนี้ผมก็ยังสงสัยว่าถ้ามันมี MOU อยู่จริง ที่มันหยุดยิง วางแผนกันมาก่อน รีบบุกรุกเข้ามาในประเทศไทย วางแผนกัน รู้กันว่าเที่ยงคืนเขาจะไป เจรจาให้หยุดยิง แล้วเขาก็พยายามรุกให้มากที่สุด เพื่อที่จะยุติการเจรจาที่ประเทศมาเลเซีย นี่ประเทศที่สามเหมือนกัน เรื่องอย่างนี้มันย้อนแย้งกันหมด ไม่ไปเอาประเทศที่สามเข้ามา เกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่าที่เห็น ๆ อยู่ก็ไป
กลับมาที่เดิม เมื่อสักครู่นี้ MOU ๔๔ ถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็กราบใจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สมัยนั้น ท่านมีมติ ครม. ให้ยกเลิก ต่อมาไม่สำเร็จ ท่านอภิสิทธิ์ ก็ต้องมีการออกไปอีก หลังจากนั้นก็มี พลเอก ประยุทธ์ หลังจากนั้น มีท่านยิ่งลักษณ์ ท่านยิ่งลักษณ์ก็หยิบยก MOU ๔๔ ขึ้นมาอีก ณ ปี ๒๕๕๒ ที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปยกเลิก ตามมติ ครม. นั้น ท่านนายกทักษิณ ต้องขออนุญาตบอกชี้แจงเป็นข้อเท็จจริง ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลของฮุนเซน อันนี้ตั้งไว้ว่าข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนี้ พอหลังจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มา ก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ ผมทวนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านสมัคร ท่านสมชาย ผมไม่นับนะครับ แล้วก็มาท่านยิ่งลักษณ์ พอมา พลเอก ประยุทธ์ ยึดอำนาจ คสช. ผมถามว่าตรงนี้ที่เขาบอก ว่าให้มีความสำคัญของ MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ แต่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้ขับเคลื่อน ในเรื่องของการเจรจาของ MOU ๔๓ MOU ๔๔ คือปล่อยเกียร์ว่างก็ไม่เห็นเขาทำอะไรได้ ถ้าเขารุกมาก็รุกตอบ ก็เสมือนหนึ่งว่าไม่ได้ใช้เครื่องมือ MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ ที่จะไป เจรจา ในเรื่องของแนวเขต แล้วก็พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเรื่องแรงงานก็ดี ทุกเรื่อง ที่มันเป็นผลประโยชน์เกี่ยวเนื่อง หลังจากพลเอก ประยุทธ์ เสร็จแล้ว ท่านเศรษฐา เข้ามาถึง ก็พูด MOU ๔๔ อีก หลังจากท่านเศรษฐามาแล้วท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ก็มาพูด MOU ๔๔ อีก ในขณะที่ปัญหาของประเทศชาตินั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้าวราคาตก ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาภัยเศรษฐกิจ ภัยน้ำท่วม ปัญหาเรื่องพืชผลการเกษตรตกต่ำ ผมดูแล้วให้ความสำคัญเรื่องนี้น้อยกว่าในเรื่องของ MOU ๔๔ แม้กระทั่งท่านนายกทักษิณ เข้ามาประเทศไทยก็ยังไปพูดในช่องสื่อช่องหนึ่ง อธิบายเรื่องนี้เป็นหลักการ แล้วก็บอกว่า ๒๐๐ ไมล์ทะเลกับ ๒๐๐ ไมล์ทะเล เมื่อทับซ้อนต้องแบ่งครึ่ง มันรู้สึกว่าให้ความสนใจ ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ยันจนถึงปัจจุบัน ผ่านกี่นายกมาแล้วครับ แล้วเราไปดูเนื้อหา ไส้ใน ใน MOU ๔๔ ณ วันนี้ ถ้าใช้เส้นหลัก เขาบอกว่าของเขา ๒๐๐,๐๐๐ ของเราบอกว่า ๕๐,๐๐๐ เอาเรื่องเดียว เอาเรื่องระหว่าง ๑:๕๐,๐๐๐ กับ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เอาให้จบก่อน ถามว่าเขายอมเราไหม ในเมื่อไม่ยอม ก็ไม่ต้องไปเจรจา เราใช้หลักสากล เราใช้หลักแนวเขต ของเรา ๕๐,๐๐๐ เราใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เราใช้อเมริกามาส่อง มาดู ความละเอียดทุกสิ่ง ทุกอย่างมันชัดเจน ไหล่ทวีปทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนท่านประธานทราบหรือไม่ว่า ถ้าเราใช้ ๑:๒๐๐,๐๐๐ ในหลักหมุดที่ ๗๓ ลากตรงเข้าไปนั้น เกาะกูดของเราอย่างน้อยหายไป ครึ่งเกาะนะครับ แล้วในพื้นที่ใต้ท้องทะเลอ่าวไทย อ่าวไทยมันไม่เหมือนอ่าวอันดามันนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่เราใช้สนธิสัญญาของไทยกับมาเลเซีย ๑๙๐๔ ๑๙๐๗ อะไร ของฝรั่งเศสในสมัยก่อนมา ประวัติศาสตร์มันไม่อยากซ้ำรอย นอกเหนือจากข้อเท็จจริงไม่เหมือนกันแล้วนั้น เราสูญเสีย ก๊าซธรรมชาติที่ให้มาเลเซียใช้ไปล่วงหน้าก่อน โดยที่ประเทศไทยเรามีม็อบ มีการประท้วง อันนี้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติฝ่ายเดียว อันนั้นก็ต้องหุ้นกันคนละครึ่ง ๕๐:๕๐ แต่อาณาเขตไหล่ทวีปกับกฎหมายทะเลมันไม่เหมือนกับกรณีของอ่าวไทย อ่าวไทยเรา มีอ่าว ก. ไก่ เรามีอ่าวใน เรามีอ่าวนอก เรามีเขตทะเลหลวง ต้องไปดูดี ๆ ครับว่าการที่ ไปแบ่งเส้นอย่างนี้ มันไม่มีหรอกครับ บอกว่าคุณลุง ไปถึงเกาะกูดหนูขอเลี้ยวซ้ายนะคะ ให้เกาะกูด ให้เป็นของหนู มันพูดไม่ได้ครับ อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นเกาะกูดต้องเป็น ของไทย ทรัพยากรมหาศาล เวลาเราไปเซ็นของอย่างนี้ ผมอยากจะให้คนเซ็น ก่อนจับ ปากกา มีสติ สงบนิ่ง นึกถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินที่อุตส่าห์ไปป้องกัน ไปตั้งค่ายเอาแผ่นดิน คืนมา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ขอให้ทุกคนอย่าเอาเรื่องนี้เป็น เรื่องการเมืองเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติ เรื่องนี้มันใหญ่กว่าทุกเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของการที่จะเสียประโยชน์ทรัพยากร แต่ ณ วันนี้มันยังไม่เสียนะครับ ที่เขาบอกว่าเป็นเรื่องทำให้เสียดินแดน ยังไม่เสียครับแต่ถ้าเมื่อไรเรายึดอย่างนี้ เราไม่มี การวางแผน เราไม่มีการเตรียมการ เราไม่เอาเรื่องนี้ ก็ ครม. ชงเรื่องมาสิครับ ครม. ชงเรื่องมาว่าถ้า ครม. อยากจะไปเซ็น MOU กันอีก ก็หมายความว่าตั้งทำการบ้านกันได้ดีว่า MOU ๒๕๔๓ มันมีไส้ในอะไรดีกับเรา MOU ปี ๒๕๔๔ มันมีไส้ในดีอะไรกับเรา เอาของดี กลับมาไว้ในหัวใจ แล้วเอาของใหม่จะเติมเข้าไปให้มันครบถ้วน ให้มันเป็นปัจจุบัน ให้มันจบ ไปในวัยเบญจเพส แล้วก็มาทำ MOU ๒๕๖๘ แต่ว่ามันน้อยไปก็ ๒๕๖๙ ก็ได้ ท่านประธานครับ สยามแห่งนี้ ประเทศอย่างนี้มันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ มันไม่มีวันหรอกครับ ผมเชื่อว่าบริษัท ที่อยู่เบื้องหลังประเทศมหาอำนาจ ที่มันอยากเอาทรัพย์สมบัติใต้ท้องทะเลไทยนั้น มันต้อง มีอันเป็นไป มันไม่มีวันเอาไปได้ แล้วมันบังเอิญเหลือเกินว่า MOU ๔๔ มันเป็นเลขสำคัญ มันบวกกันได้ ๘ คสช. มาตรา ๔๔ ไล่บี้หมดเลย มาตรา ๔๔ เป็นตัวที่บังคับหมดเลย อะไรขัดข้อง เอา ม. ๔๔ ไปทะลุทะลวง เพราะฉะนั้น MOU ๒๕๔๔ มันอาถรรพ์ ท่านประธานครับก่อนเซ็นนึกถึงดวงจิตวิญญาณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาปกป้องแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ เป็นบทเรียน เป็นบทเรียนที่จะให้ลูกหลานพวกเราในสภา ๕๐๐ คนนี่ ถ้าเราปกป้องแผ่นดิน เกาะกูดแห่งสยาม ประเทศไทยจะ Civilize ทันที เราบอกว่าเรายากจน เราทำงบประมาณ เคยเห็นสักปีไหม ตั้งแต่ผมมาเป็น สส. ไม่เคยมีปีไหนที่ไม่มีงบประมาณขาดดุล งบประมาณ ขาดดุลก็คือ หมายความว่าประเทศไทยต้องไปกู้เขามา ประเทศไทยก็กู้ ๆ ๆ กู้ทุกปี แล้วกู้กี่ปี มันถึงจะไม่กู้ ยิ่งกู้ยิ่งมีต้องเสียดอก ประเทศไทยมันถอยหลังมากเลยตอนนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ทำไมเราไม่คิดเริ่มต้นใหม่ เรามาเจรจาเอง เราอย่าไปยอมนะครับ เรามีศักยภาพ ประเทศเหนือกว่ากัมพูชามาก เรามีศักดิ์ศรี เรามีความเป็นสุภาพบุรุษ เราคิดว่า เราเป็นประเทศมีอารยธรรม เราไม่รังแกประเทศอ่อนแอกว่า แต่เราปล่อยให้ประเทศอ่อนแอ อยู่ข้างแคร่ มาทำลาย มาฆ่าพี่น้องประชาชนเรา แล้วพวกเราก็ไปเอาอาหาร เอามาม่า เอาไข่ เอาไปให้ผู้อพยพ ผมใกล้จะจบแล้วท่านประธานครับ ผมเพิ่งไปอุบลราชธานีมา พี่น้องประชาชนในอุบลราชธานีบอกผมว่า Drone ฝ่ายตรงข้ามมาบินที่กองทัพ มาบิน ในจุดยุทธศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี เขาถามว่าบินมาได้อย่างไร มันบินมาไม่ได้หรอก อาณาเขตมันไกล Drone อย่างนี้ ก็แสดงว่าคนกัมพูชาจะต้องมาอาศัยอยู่ในจังหวัด อุบลราชธานีอยู่ข้างใน ไม่รู้อยู่ที่ไหนสักแห่ง ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน ก็มีความเป็นห่วงว่าการแฝงตัวของทหารหรือว่าสายลับของกัมพูชา จะมาตั้งถิ่นฐาน อยู่ข้างใน แล้วจะมาส่งฐานข้อมูล มาส่งพิกัดเพื่อให้ฝ่ายทหารเขาว่าจะเตรียมการรบ ครั้งต่อไป ยิงครั้งต่อไปมันจะได้แม่นกว่าเดิม กระสุนยังไม่ตกท้องทุ่งนา ท่านประธานดูนะ มันอันตรายไหมครับ วันนี้เราไปตามช่องข่าว ทุกสื่อเห็นกันหมด เพราะฉะนั้น Fake New วันนี้มันผ่านความจริงไม่ได้หรอก ความจริงมีหนึ่งเดียว แต่เมื่อสักครู่ผมพยายาม ขยายความนิดหนึ่งว่าด้วยความโชคดีของประเทศไทย ที่การเซ็น MOU ปี ๒๕๔๔ นั้น เซ็น ๒ เรื่องใต้เส้นละติจูดที่ ๑๑ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติบอกว่าในการพิจารณาให้พิจารณาคู่กันไปกับเขตทับซ้อน ข้างบน ๑๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรว่าด้วยเรื่องเขตแดน ๒ เรื่องนี้มันพิจารณาในวาระเดียว มันเป็นไปไม่ได้เลย อันนี้ละมันจึงไม่ทะลุ มันจึงเป็นเหตุอุปสรรคและปัจจัย เป็นกำแพง ที่จะขวางกั้นไม่ให้ MOU ๔๔ ๒ ประเทศในการเจรจาจะไปบรรลุผลในการที่จะมีการพูดคุย เจรจากัน นี่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสยามที่ดลจิต ดลบันดาลให้เขาลงอย่างนี้ แล้วมันทำกันไม่ได้ แล้วกัมพูชาเขาก็ไม่ยอม เพราะเรารู้ว่าเขาต้องการเป้าหมายทรัพยากรใต้ท้องทะเล เอาแต่เฉพาะหลัก ๗๓ แล้วก็ในบริเวณเกาะกูดเท่านั้นละครับ ท่านประธานครับ ผมพูดตรงนี้ ผมก็พยายามพูดไม่ซ้ำ แต่ว่าก็พยายามพูดในอีกหลายเรื่อง แต่ว่าก็เกรงใจในส่วนของเวลา ของเพื่อนสมาชิกที่ลงชื่อ แต่ในส่วนตัวผมนั้นผมคิดว่าเรื่องรายละเอียดลึกซึ้งเรื่องนี้ มันน่าจะ ไม่ใช่เป็นความมั่นคงที่ประเทศไทยจะเสียเปรียบ สื่อข้างนอก เวทีข้างนอกพูดลึกกว่า ที่พวกผมพูดอีก เขาพูดแรงกว่าที่ผมพูดอีก แล้วในการหาสื่อจากหน่วยข่าวทหารของกัมพูชานั้น ผมคิดว่าเขาไม่อยากสนใจมาฟัง ในเรื่องของที่พวกเราพูดอย่างนี้ ที่จริงแล้วยุทธศาสตร์ ในเรื่องของทหารมันมีเยอะ วันก่อนผมติงไป หลักสูตร วปอ. ๒๕๖๗ ไม่ควรให้สิทธินายทหาร ของกัมพูชามาเรียน วปอ. ครับ ชื่อย่อ ชื่อเต็มว่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรไทย เขาสอน อะไรผมไม่รู้ แต่รู้ว่ายุทธศาสตร์ของการปกป้องประเทศนั้น ถ้ามันรั่วไหลไป นายทหารเขาพูดมา มันก็จะเข้าถึงนายทหารของกัมพูชาที่มาเรียนหลักสูตรนี้ แต่ล่าสุดนั้นผมทราบว่าเขาคัดชื่อ ออกแล้ว เขาเอาชื่อออกจาก LINE แล้ว ก็เป็นบทเรียนครับท่านประธาน เรื่องถนนที่เราจะ ตัดไปให้ก็ต้องยุติ เรื่องของการช่วยเหลือ กระทรวงพาณิชย์ เวลาเราจะสู้กับประเทศอย่างนี้ เราต้องสู้ทุกบริบท เพื่อที่จะให้เกมการต่อรองของเขาจบให้เร็ว เพราะฉะนั้นการที่ ไม่ส่งเสบียงอาหารก็ต้องไม่ส่ง เรื่องแรงงานต้องทนกันสัก ๑ เดือน ๒ เดือน เขาอยากเอา แรงงานกลับไปก็ให้เขากลับไปเลย เพราะเรารู้ว่าผู้นำแห่งจิตวิญญาณเขา ที่เขาพูดนั้น พูดไม่จริง เขาโกหก เขาบังคับบอกว่าจะยึดแผ่นดิน จะยึดบ้าน แต่ไปแล้วก็ไม่มีงานทำ พี่น้องกัมพูชาอยู่ในประเทศไทยเขาอยู่อย่างมีความสุข เขามีนายจ้างประเทศไทย ตอนนี้ เก็บลำไย ๓๐,๐๐๐ คน ใช้แรงงานเพียว ๆ จากประเทศกัมพูชา เดิมแล้วนั้น พี่น้องกัมพูชา กับพี่น้องประเทศไทยนั้นแต่งงานกันก็มี เป็นเพื่อนกัน ค้าขายซึ่งกันและกัน เดินเข้าเดินออก ตามด่าน ไม่ว่าจะช่องอานม้า ช่องอะไรต่าง ๆ เดินกันเป็นแถว ทหารไทยก็ให้ข้าวให้น้ำ มาวันนี้ จากผู้นำเป็นเหตุในการให้เกิดทำสงครามความขัดแย้ง นำมาสู่ในเรื่องของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของชายแดน ในบริเวณสระแก้ว หนองจาน ผมนึกได้ว่าเพื่อนสมาชิกของเรา ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพนิช วิกิตเศรษฐ์ ตอนนั้นที่ถูกจับ ตอนที่ถูกจับ ท่านบอกว่า ท่านยืนอยู่ในประเทศไทย เมื่อไปยืนอยู่ตรงสระแก้ว ทหารกัมพูชาจับเขาไป ๒ คน พอจับเขา ไปเสร็จแล้ว เข้าไปในเขตของกัมพูชาเขาใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายเลย แล้วก็ส่งพิกัดเลยว่า ๒ คนนี้บุกรุกกัมพูชาจริง นี่ครับ ท่านพนิช วิกิตเศรษฐ์ บอกผม บอกว่ากัมพูชาคบไม่ได้จริง ๆ กัมพูชาคบไม่ได้ เชื่อใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่างนี้มันมีหลายเหตุการณ์ หลายพฤติกรรม หลายพฤติเหตุ เรายังเชื่อ แล้วเรายังคบผู้นำกัมพูชาอีกหรือครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่ได้ หมายความว่าให้ประเทศไทยเราไม่คบประเทศกัมพูชานะครับ พี่น้องประชาชนของกัมพูชา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เขารู้เรื่องสิทธิมนุษยชนเราจำเป็นต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้น วันนี้ผมอยากเห็นความสัมพันธ์ ผมเชื่อว่าผู้นำแห่งจิตวิญญาณของกัมพูชา ถ้ามีเหตุที่จะ มีอันเป็นไปหลุดพ้นจากตำแหน่ง ผมคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาดีขึ้น ทันที เราเจรจาได้ทันที เพราะฉะนั้นมาตรการในเรื่องของเชิงในการกดดัน แรงงานเราก็กดดัน กระทรวงพาณิชย์ สินค้าเราไม่ต้องส่งแต่กระทรวงพาณิชย์ปล่อยให้ส่งไปประเทศ สปป. ลาว จาก สปป. ลาว เข้ากัมพูชา อย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมียุทธศาสตร์ทุกฝ่าย เราไม่อยากให้สูญเสียทหารให้มากกว่านี้ต่อไปอีกแล้ว ก็เลยต้องกราบเรียนท่านประธาน นะครับ
สุดท้ายต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกพรรคที่ร่วมเซ็นในญัตติของผม แล้วก็หลายคนที่มาเซ็นในญัตติของผม แล้วก็มีอำนาจแฝงบางเรื่องก็มาขอถอนชื่อไป เป็นเหตุให้ญัตติด่วนของผมนั้นมี สส. เซ็นท้ายสนับสนุนญัตติ ๓๔ ท่านด้วยกัน ก็ต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทย แล้วก็ขอขอบคุณสื่อต่าง ๆ อย่างกรณี ท่านอาจารย์ปานเทพ ท่านสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้รู้จักสนิทอะไรกับผม แต่ท่านไปเห็นจากไหน ผมไม่ทราบ ท่านก็มาชื่นชม แต่ว่าผมก็ไม่ได้ที่จะติดใจอะไรมากกับคำชื่นชม แต่ผม กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังทุกท่านว่าผมคิดถึงประเทศชาติ ผมคิดถึงแผ่นดินไทย ผมหวงแหน ไม่ว่าจะเป็นอุบลราชธานี สระแก้ว ชายแดนของประเทศไทย ไม่ว่าทุกภาค ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง ล้วนแต่พวกเราเป็นเจ้าของ ทั้งสิ้น กระบี่อันสวยงามของผมก็เป็นของพี่น้องทุกคน ประธานจะไปเที่ยวเมื่อไรพวกผม ก็ต้องต้อนรับ ท่านประธานสามารถเหยียบได้ทุกตารางเซนติเมตร เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้อง พูดถึงในเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ เราต้องเอาผู้นำที่มีความเพียบพร้อม สิ่งสำคัญที่สุดที่จะ เรียกร้องคือความสามัคคี การฟังเรื่องอย่างนี้ต้องฟังแม่ทัพ ต้องฟังทหาร ต้องขอขอบคุณ แม่ทัพภาค ๒ แม่ทัพภาค ๑ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ต่อสู้ ร่วมใจเสียเลือดเนื้อรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียว ถ้าพวกเราได้ฟัง ได้รวมตัวสามัคคีเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันนั้น เราไม่มีวันที่จะเสียแผ่นดินแม้นตารางเซนติเมตรเดียว เหตุการณ์อย่างนี้ ก็เอาวิกฤติให้เป็นโอกาสว่าทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยเรากลมเกลียวสามัคคีกัน แล้วก็ สภาแห่งนี้ถือว่าเป็นสภาศักดิ์สิทธิ์ เราพยายามทำทุกอย่างไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็ไม่ติดใจ แล้วเราก็จะต้องทำให้เป็นรัฐสภาที่รัฐบาลผู้บริหารมีหลังพิง อันนี้เป็นประโยชน์ มากที่รัฐบาล ท่านประธาน ท่านฉลาด ขามช่วง ครับ ถ้าฝ่ายรัฐบาลรู้จักใช้นิติบัญญัติ เราไปอ้างกับนานาชาติ เราไปอ้างกับที่ไหนก็ตาม วันนี้เราไม่เคารพ เราไม่เอาเรื่องของ ประเทศไทยจะไปขึ้นศาลโลก ICJ เราไม่ขึ้น แต่ในเรื่องอื่นนั้นในเรื่องของศาล ICC ในเรื่องของการละเมิด การทำร้ายอะไรต่าง ๆ นั้นผมคิดว่าต้องไปทบทวนใหม่ วันนี้ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไป ๔๓ นาที ๕๕ วินาที ก็ถือว่าได้ในสาระ บางประเด็น แล้วบางประเด็นไม่ได้ลงรายละเอียดลึกลงไป ก็ขอให้พี่น้องทุกคน ความรู้ อยู่ในอากาศ วันนี้เราไป Search หาทุกเรื่องมีอยู่แล้วใน Google แต่ว่าในเรื่องของจิตสำนึก ในเรื่องของการทำงานเป็นทีมนั้นมันไม่มีใน Google เพราะฉะนั้นผู้นำฝ่ายบริหาร ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัตินั้น เราต้องกอดคอเดินไปด้วยกัน เราต้องรักษาอาณาเขตแผ่นดิน ของประเทศสยาม ประเทศไทยเหล่านี้ให้มีสง่างามและเป็นผู้นำใน ASEAN ให้ได้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ