กัณวีร์ เสนอญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญ แก้ MOU 43-44 ไทย-กัมพูชา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

กัณวีร์ สืบแสง เสนอญัตติด่วนเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแก้ไขบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ MOU 43 และ 44 ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยชี้ว่าปัญหาเกิดจากการทูตแบบล้าหลังที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความมั่นคงในศตวรรษที่ 21 ได้ จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เพื่อมุ่งสู่สันติภาพ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมเป็นอีกผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นมาเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU ๔๓ MOU ๔๔ เพื่อแก้ไข ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ท่านประธานครับ ผมคงจะไม่ใช้เวลาของสภาผู้แทนราษฎร ของเรามากนักกับการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วต้องขอบอกตรง ๆ เรียนตรง ๆ ครับท่านประธาน ตั้งแต่แรก เสียดายความลับในการที่ต้องอภิปรายลับ ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าเราทำงานแบบลับ ๆ ล่อ ๆ มาตลอดเวลา ปฐมบท แห่งปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ที่เราเห็นอยู่ก็เพราะว่าเราทำงานการทูต แบบล้าหลัง ทำงานการทูตแบบลับ ๆ ล่อ ๆ ทำงานการทูตแบบเงียบ ๆ นี่ล่ะคือปัญหา ที่แท้จริงที่เกิดขึ้น เราพูดในเหตุผลที่เรื่องว่าเราจำเป็นต้องอภิปรายลับ เนื่องจากมันเป็น เรื่องความมั่นคง ต้องเรียนอย่างนี้ครับ จากการเป็นศิษย์เก่าของสำนักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติ ต้องขอเรียนตรง ๆ ความมั่นคงที่ท่านกำลังคิดกันอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร มันสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในเรื่องความมั่นคงจริง ๆ ความมั่นคงปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๖๘ หรือในศตวรรษที่ ๒๑ คือความมั่นคงของมนุษย์ งานการทหารเป็นเรื่องเสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเอง ของเรื่องความมั่นคง ทำไมวันนี้เราไม่สามารถที่จะพูดได้ ไม่ให้เพื่อนสมาชิกของเราอภิปราย ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและพี่น้องคนไทยทั่วโลก และรวมถึงชาวประชาคมโลก ได้เข้าใจว่าพวกเราในฐานะผู้รับใช้ประชาชนที่ถูกเลือกเข้ามา จำนวน ๕๐๐ ท่าน จะแสดง สะท้อนความสำคัญจริง ๆ กับเรื่องปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา อันนี้มันไม่ใช่ แค่ปัญหาไทย-กัมพูชา ท่านประธานครับ ในอนุภูมิภาคถ้าเกิดปัญหาความมั่นคงระหว่าง ๒ ประเทศ มันจะกระจายเข้าไปในระบบ ASEAN ผมไม่เชื่อมั่นครับ กลับไปที่ปฐมบท ของปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา เหตุผลที่ผมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพราะมันเริ่มต้นจากการในเรื่องเขตแดน MOU ๔๓ MOU ๔๔ อยู่กับประเทศไทยมาเป็น เวลา ๒๔ ปี ๒๕ ปี ตั้งแต่ผมทำงานอยู่ในสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็ต้องใช้ ตัว MOU ตัวนี้ เป็นการตัดสิน หลายฝ่ายครับ เหตุผลคือมี ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยากให้ยกเลิก ไป เราเสียเปรียบ อีกฝ่ายหนึ่งต้องคงไว้ เรื่อง MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ เนื่องจากว่าถ้าเรา ไม่คงไว้ จะทำอย่างไรครับ จะทำให้ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาที่มีปัญหากรณีข้อพิพาท เรื่องชายแดน เรื่องเขตแดน เรื่องพลังงานและเรื่องเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่มีอยู่ เราจะมานั่งคุยอย่างไร เราจะใช้แค่กลไกอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลไก JBC ไม่ว่าจะเป็นกลไก GBC TBC RBC อย่างเดียว มันไม่มีทางที่เราจะมีข้อตกลงร่วมกัน บันทึกความเข้าใจ หลาย ๆ ท่าน ท่านแนน ท่านพูดไปเรียบร้อย ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน มันไม่ใช่สนธิสัญญา มัน คือบันทึกความเข้าใจ มันเป็นสิ่งที่ ๒ ประเทศนี้ร่วมกันตัดสินใจว่าเราจะมานั่งคุยกันตาม กลไกต่าง ๆ ที่เรามี

ณ ปัจจุบันนี้ ๒๔ ปี ๒๕ ปีที่ผ่านมามันจำเป็นครับ ต้องมีการพัฒนา ในเรื่องเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงความเข้าใจของเราทั้ง ๒ ฝ่าย ในเมื่อเราบอกว่าเราเสียเปรียบ ในตัว MOU ๔๓ เรื่องเกี่ยวกับกรอบการจัดทำความร่วมมือการตกลงว่ากำหนดเส้นเขตแดน เป็นอย่างไร มันก็ต้องมานั่งคุยกัน ระหว่างพวกเรา ผู้ทำหน้าที่บัญญัติกฎหมายว่า ถ้ามันไม่ใช่ กฎหมาย เราจะทำอย่างไรให้มันพัฒนาขึ้นมา ที่ทำให้ประเทศไทยเราได้รับการยอมรับ มากที่สุด นี่การเมืองระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ การเมืองระหว่างประเทศ คือ ความเป็นการช่วงชิงการเป็นผู้นำ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปเอารัดเอาเปรียบของ ประเทศอื่น ๆ การเป็นผู้นำของเราถ้าเราไม่สามารถยืนแบบสง่าผ่าเผยได้ อย่าไปทำ เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ MOU ๔๔ เรื่องพลังงาน เรื่องข้อพิพาททางทับซ้อนทางทะเล เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เรื่องนี้เราไม่สามารถครับ ถ้าเราไม่สามารถตกลงกันได้ ในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล อย่าไป เอาพลังงานออกมา ผมได้ยินนะ ตอนแรก ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย- กัมพูชา มีการพูดกันว่าเอาพลังงานขึ้นมาใช้ก่อน แบ่งกัน ๕๐:๕๐ เป็นไปไม่ได้ ข้อตกลง MOU ๔๔ ถ้าทำอย่างนั้นอยู่ เราไม่สามารถทำได้ วันนี้พี่น้องตรงบริเวณที่จังหวัดสระแก้ว อำเภอ หนองจาน ที่เรามีปัญหาอยู่ ก็เพราะ MOU ๔๓ นี่ละ เส้นเขตแดน การปักปันเขตแดน ข้อตกลงว่าจะไม่ตกลงในเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่พักพิงของคนไทยและคนกัมพูชา เราจะทำกัน อย่างไร ผมเชื่อมั่นครับท่านประธาน ถ้ามีการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาในตัว MOU ก็เหมือนกับท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านผู้นำฝ่ายค้าน มันต้องมากกว่าการพิจารณาศึกษาและให้ข้อแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับ การจัดทำ MOU

การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรงนี้มันเรื่องเกี่ยวกับงานการต่างประเทศ มันเรื่องเกี่ยวกับงานความมั่นคง มันเรื่องเกี่ยวกับงานกฎหมาย มันเรื่องเกี่ยวกับงานสิทธิ มนุษยชนและเรื่องเกี่ยวกับมนุษยธรรม เราจำเป็นต้องได้ผู้คนที่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องแง่บริบทต่าง ๆ เข้ามานั่งร่วมกัน เพื่อพิจารณา ตัว MOU ตรงนี้ยุติลงไปก็ได้ อาจจะเป็น MOU ๖๘ หรือ MOU ๖๙ ก็ได้ แต่มันต้องมี ผมยังยืนยัน อย่างไรก็ตาม ต้องมีบันทึกข้อตกลงความเข้าใจระหว่าง ๒ ประเทศ แต่มันต้องมีการพัฒนา ไม่อย่างนั้น เชื่อ ผม ตัวผมเองก็ได้เดินลงไปในพื้นที่ ก็ลงไปอยู่ใน Bunker กับพวกพี่น้องนี่ละ เป็นผู้ประสบภัย ท่านหนึ่ง เราคงไม่อยากจะเห็นการมีผู้ประสบภัยเยอะแยะมากมายไปกว่านี้ ท่านประธาน ครับ หากเราไม่มีการพูดถึงในเรื่องเกี่ยวกับ MOU ๔๓ MOU ๔๔ ตรงนี้อย่างเปิดเผย ผมขอ ยืนยันครับ พี่น้องประชาชนจะฟัง จะรอพวกเรา ผู้เสนอญัตติต่าง ๆ ก็คงแค่ได้เสนอ แต่การ อภิปรายลงลึกในรายละเอียด โดยเฉพาะผู้แทนในพื้นที่ จำเป็นต้องได้มีเสียงสะท้อนออกไป ให้เห็น ให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้ฟัง แล้วผมก็ขอให้ถ้าหากมีการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เกิดขึ้นจริง ๆ ก็อยากจะให้มีการพิจารณาศึกษาให้มากกว่าตัวบันทึกความเข้าใจ แง่มุมการ เดินหน้าของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร แง่มุมในเรื่องเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศของ ไทยจะเป็นอย่างไร ความมั่นคง การทหาร เศรษฐกิจ สุดท้ายต้องชี้ไปให้ได้ว่าประเทศไทยเรา ต้องการจุดมุ่งหมายปลายทางคืออะไร เราไม่ต้องการสงคราม เราต้องการสันติภาพที่ยั่งยืน

สุดท้ายสิ่งที่เราต้องการที่สุดคือการพัฒนาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การพัฒนา ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา หนีกันไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ให้เพื่อพิจารณาบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ MOU ๔๓ MOU ๔๔ เพื่อแก้ไขกรณีข้อพิพาท ระหว่างไทยกับกัมพูชา ขอบคุณท่านประธานครับ