ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและสูญหายจากอุทกภัยในเชียงใหม่ และเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติทั้ง 3 ระยะ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ชี้ช่องว่างระบบแจ้งเตือนภัยที่ขาด Emergency Alert และเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเร่งปรับปรุง ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ชี้ให้เห็นช่องว่างในการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมของอำเภอแม่แจ่ม โดยเสนอให้ปรับปรุงระบบ Emergency Alert และ Extreme Alert ให้ครอบคลุมระดับพื้นที่ท้องถิ่น เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนภัย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและ อำเภอสันป่าตอง พรรคประชาชน ก่อนที่จะเริ่มถามกระทู้สดในวันนี้ ผมต้องขอแสดง ความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต จำนวน ๔ ราย ในจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ที่บ้านปางอุ๋ง หมู่ที่ ๑ และบ้านปางอุ๋งใหม่ หมู่ที่ ๑๘ ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัด เชียงใหม่ ปัจจุบันก็ยังมีผู้สูญหายอยู่อีก ๕ ราย แล้วก็มีผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ๑๔ ราย โดยจะมี ๔ รายที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัว แล้วก็เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างานทุกท่านก่อนที่จะถามกระทู้สดในวันนี้ กระทู้ถามสด ในวันนี้ของผมก็จะเป็นกระทู้ที่จะเป็นคำถามในเชิงของข้อเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในเรื่องของการบริหารจัดการรับมือกับภัยพิบัติ โดยผมจะแบ่งคำถาม ของผมเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรก ก็คือเรื่องของก่อนเกิดเหตุ ส่วนที่ ๒ ก็คือการเผชิญเหตุ และ ส่วนที่ ๓ ก็คือหลังเกิดเหตุ
เริ่มในส่วนของคำถามที่ ๑ ครับ ก่อนเกิดเหตุวันนี้ผมขอโฟกัสไปที่ ในเรื่องของการแจ้งเตือน ต้องพูดอย่างนี้ก่อน การแจ้งเตือนภัยในปัจจุบันนี้ประเทศของเรา มีเรื่องของระบบ Cell Broadcast ไปแล้ว มีการแจ้งเตือนโดยคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็น เสียงตามสายต่าง ๆ หรือว่าระบบต่าง ๆ ไปแล้ว แต่ว่าสิ่งที่เรายังขาดและสิ่งที่เรายังต้องเติม ปัจจุบันเราจะมีการแจ้งเตือน Cell Broadcast ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม บ่ายสามโมง นั่นก็คือ การแจ้งเตือนแบบ Information Alert อันนี้คือตาม SOP ที่รัฐบาลร่างมาเลย หรือว่า Early Warning ก็คือการแจ้งเตือนภาพรวมล่วงหน้าว่าประมาณวันที่ ๒๔-๒๗ สิงหาคม ให้เฝ้าระวัง ในเรื่องของพายุและเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก แต่สิ่งที่เรายังขาด เรายังขาด Emergency Alert หรือว่าใน SOP ของรัฐบาลจะเขียนว่า Extreme Alert นั่นเอง ส่วนนี้เรายังไม่มีเลย อันนี้คือสิ่งที่เรายังขาด แล้วเราต้องเร่งเติม ซึ่งในส่วนนี้ผมได้มีโอกาสอภิปรายผ่านสภา ตั้งแต่ญัตติด่วนในปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ไปแล้วว่าสิ่งที่เรายังขาด ไม่ใช่ Early Warning แต่เรายังขาด Emergency Alert ว่าอีก ๓ ชั่วโมง อีก ๖ ชั่วโมง น้ำจะท่วมบ้านเขา เขาต้องอพยพ ต้องเตรียมการรับมืออย่างไร อันนี้คือส่วนที่เรายังขาดแล้วเรายังเติมไม่ได้สักที ในวันนี้ผมจึงอยากจะมาตั้งคำถามพร้อมข้อเสนอแนะให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อเสนอแนะนี้ไปในการปรับปรุง
อย่างแรกเลยก็คือในเรื่องของ SOP แล้วก็เรื่องของมาตรฐานกลางหรือว่า CAP ถ้าเราไปดูในร่าง SOP ปัจจุบันที่กรม ปภ. กำลังร่างอยู่ ร่างนั้นจะ Scope เล็กสุด ได้แค่ระดับตำบล ไม่สามารถไปถึงระดับหมู่บ้านได้ ซึ่งแน่นอนกับกรณีบ้านปางอุ๋งที่ผ่านมา SOP ร่างนี้ ไม่สามารถครอบคลุมการแจ้งเตือนเหล่านี้ได้เลย เราจึงไม่เห็นการแจ้งเตือน ตรงนั้นนั่นเอง ในส่วนนี้ผมอยากจะเสนอให้ท่านรัฐมนตรีในการปรับปรุง SOP ตรงนี้ เพื่อให้ท้องถิ่นและท้องที่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ระดับรัฐบาลหรือว่า ส่วนกลางจะสามารถแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลาก บ้านปางอุ๋งวันนั้นฝนตกหนักมาก ๆ ในช่วง ห้าทุ่มของคืนวันที่ ๒๖ สิงหาคม หนักมากกว่า ๔๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมงและติดต่อกันมากกว่า ๓ ชั่วโมง แล้วน้ำก็เริ่มพัดเข้าท่วม น้ำป่าไหลหลากประมาณตีหนึ่งครึ่ง เพราะฉะนั้น ส่วนกลางจะไปแจ้งเตือนตรงนี้ทำไม่ได้อยู่แล้ว SOP ต้องเปิดให้ท้องถิ่นและท้องที่เข้ามาแจ้ง เตือนตรงนี้ แล้วทางรัฐมนตรีเอง ในฐานะผู้มอบนโยบายต้องเร่งในการจัดการ CBDRM หรือว่า Community Based Disaster Risk Management ให้ชุมชนสามารถรับมือ จัดการ กับภัยพิบัติได้ด้วยตนเอง เรื่องนี้ง่ายมากครับ แค่เราสนับสนุนให้ท้องถิ่นซื้อเป็นกระบวย วัดปริมาณน้ำฝนไปติดตั้งพื้นที่ต้นน้ำให้ชุมชนดูแลกันเอง ชั่วโมงนี้ขึ้น ๓๐ มิลลิเมตร ๔๐ มิลลิเมตรแล้ว แจ้งเตือนให้กับประชาชนในการอพยพ ให้ท้องถิ่นเขาถึง Cell Broadcast แจ้งเตือน Cell Broadcast ด้วยท้องถิ่นเอง เราแก้ปัญหาตรงนี้ได้เลย อันนี้คือในส่วนที่ ๑ ของแม่แจ่มที่ผ่าน
ส่วนที่ ๒ คือตัวอำเภอของแม่แจ่มเอง อันนี้ส่วนกลางแจ้งเตือนได้ แต่ไม่มี Emergency Alert เราประเมินค่าน้ำฝน ปริมาณน้ำฝนในคืนวันที่ ๒๖ ถึงเช้ามืด วันที่ ๒๗ ได้ชัดเจนว่าปริมาณน้ำฝนในทะลุ ๗๐ มิลลิเมตร ทะลุ ๙๐ มิลลิเมตรด้วยซ้ำ ในบางพื้นที่ เราสามารถแจ้งเตือนในพื้นที่ตัวเมืองของอำเภอแม่แจ่มได้ล่วงหน้าประมาณ ๖ ชั่วโมงที่ผมคำนวณจากข้อมูลคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติของ สสน. เอง แต่เราไม่ได้มีการแจ้งเตือน จากส่วนกลางในส่วนนี้ มีการแจ้งเตือนในพื้นที่โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้เสียงตามสาย แจ้งเตือน อันนี้มีล่วงหน้า ๒ ชั่วโมง ก็คือ ๙ โมงเช้าเขาแจ้งเตือน น้ำมา ๑๑ โมง แต่ว่าส่วนกลางของภาครัฐเอง สทนช. แจ้งเตือนกี่โมง บ่ายสอง เพราะฉะนั้นมันไม่ทันอยู่แล้ว กับการแจ้งเตือนแบบนี้ Emergency Alert และ Extreme Alert ตรงนี้ต้องมีการปรับปรุง อย่างเร่งด่วน นี่ก็คือข้อเสนอแนะเชิงคำถามที่ผมตั้งให้กับรัฐมนตรีตอบในคำถามแรก นั่นก็ คือแนวทางในการปรับปรุง SOP แล้วก็ CAP หรือว่ามาตรฐานกลางเพื่อให้มันครอบคลุม ลงลึกไปถึงระดับพื้นที่ให้ท้องถิ่นและท้องที่มีอำนาจในการแจ้งเตือน Cell Broadcast คำถามแรกครับท่านประธาน แต่ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ผมขอฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีขอให้บริหารจัดการเวลาในการตอบให้มีประสิทธิภาพด้วย เพราะว่าคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ สำคัญไม่แพ้คำถามที่ ๑ แน่นอน ขอบคุณท่านประธานครับ