จุลพันธ์ ยันไม่นิ่งนอนใจเรื่องภาษี ชี้แจงต้องใช้เวลาหาข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการร้องเรียนเรื่องภาษี แต่ชี้แจงว่าต้องใช้เวลาในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมก่อนดำเนินการตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าการดำเนินการของกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ไม่อยากให้เสียดสี โดยเฉพาะในเรื่องของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ท่านถามผมก็ตอบนะครับ ในประเด็นเสียดสี ผมขออนุญาตข้ามไป ผมเรียน อย่างนี้ครับว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ อย่างที่เรียนให้ท่านได้ทราบมีกระบวนการดำเนินการ มาโดยตลอด ถามว่าใครรับผิดชอบ ผมมายืนตอบตรงนี้ ผมไม่ปัดความรับผิดชอบท่านบอก เป็นจุลพันธ์เลยครับ เพราะผมกำกับดูแล แล้วเรื่องนี้ก็มีการสั่งการผ่านไปยังท่านอธิบดี ให้ดำเนินการ ทั้งหมดนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจครับ พวกผมเวลามีหนังสือ มีข้อร้องเรียนเข้ามา ไม่มีใครที่จะเอาหนังสือฉบับพวกนั้นไปดอง ไปทิ้ง เรามีหน้าที่ในการดำเนินการ ผมจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันจะเป็นการร้องเรียนมาที่ตัวผม ร้องเรียนมาที่บุคลากรที่เป็นฝากฝั่ง เป็นรัฐบาลเดียวกับผมแน่นอนครับ พวกเราต้องดำเนินการ ไม่มีการละเว้น ไม่มีการชะลอ ไม่มีการไปดึงเรื่อง เราดำเนินการครบถ้วนทุกอย่าง สิ่งที่ได้ดำเนินการมาเมื่อครู่อภิปราย ไปคร่าว ๆ ก็จะลงรายละเอียดให้ท่านได้มากขึ้น แต่ขออนุญาตตามหนังสือเพราะว่ามันจะ มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ อย่างแรกเลยเมื่อมีการรับเรื่องร้องเรียนของท่านมาแล้ว เมื่อมาถึงแล้วสิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือแน่นอนข้อเท็จจริงมันยังไม่เพียงพอ ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับ ความจริงอย่างหนึ่งว่า ท่านก็ยื่นหนังสือฉบับนี้มาที่กรมสรรพากร ท่านไม่ได้ยื่นไปที่ ป.ป.ช. ถ้าท่านมั่นใจว่ากระบวนการนี้มีความผิด เป็นกระบวนการที่มันไม่ถูก ไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้หนังสือฉบับนี้ไปที่ ป.ป.ช. แน่นอน แต่มันมาที่กรมสรรพากร เพราะว่าท่านต้องการ ให้ดำเนินการเพื่อให้สืบค้นข้อเท็จจริง เพื่อให้มันกระจ่างขึ้น ทางกรมสรรพกรเองยอมรับครับ ว่าเมื่อรับเข้ามาในเบื้องต้นนี้ข้อเท็จจริงก็ยังมีไม่เพียงพอ ยังไม่มีพยานหลักฐานครบถ้วน ที่จะดำเนินการได้ สิ่งที่ต้องทำก็คือการแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งจากข้อมูลภายใน เช่น เรื่องของแบบแสดงรายการภาษีของบุคคล ของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ข้อมูลภายนอก เช่น ในเรื่องของข้อมูลการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ข้อมูลบัญชีรายชื่อ ของผู้ถือหุ้นบริษัท ซึ่งกรมสรรพากรโดยกองตรวจสอบภาษีกลางได้แสวงหาข้อเท็จจริง ตั้งแต่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๘ ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ โดยเริ่ม แสวงหาข้อเท็จจริงจากข้อมูลภายใน แล้วก็มาจากหน่วยงานภายนอกต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่นในเรื่องของ ป.ป.ช. ปัจจุบันได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก มาค่อนข้างครบถ้วนแล้ว แต่จำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมอีก เมื่อได้ข้อมูลจากหน่วยงาน ภายนอกครบถ้วนก็จะมีการประมวลข้อมู ลแล้วก็เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ นำเสนอ พยานหลักฐานได้แก่เรื่องของผู้ทำธุรกรรมการโอนหุ้น บริษัทที่ผู้โอน แล้วก็ผู้รับโอนหุ้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยุติแล้วสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาตามกฎหมายได้ เนื่องจากกรณีนี้มีการทำธุรกรรมครั้งแรกตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ มีช่วงเวลาที่ต้องตรวจสอบย้อนหลัง ค่อนข้างนาน ประกอบกับมีบริษัทเกี่ยวข้องหลายบริษัท ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ที่ผ่านมากรณีที่ต้องตรวจสอบย้อนหลังนานและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากก็มีระยะเวลา ในการดำเนินงานที่ยาวนานไม่แตกต่างกัน เมื่อครู่ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟัง กรณีเรื่องของเงิน ที่เป็นผู้สนับสนุนผู้ชุมนุมทางการเมืองนี่ ๔ ปีแล้วนะครับ ก็ยังดำเนินการอยู่มันไม่ใช่ง่าย แล้วมันก็เป็นเรื่องซึ่งเราต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบ เพื่อให้มันเกิดความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าเป็นการใช้เครื่องมือกลไกของรัฐไปทำร้ายทำลายทางการเมือง แต่มันต้อง เอาข้อเท็จจริงมาว่าหากมีความผิดก็ดำเนินการ หากไม่มีเขาก็ต้องได้รับความเป็นธรรม ตามความเหมาะสมนะครับ เรายึดในหลักของความเป็นธรรมให้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษี อย่างเสมอภาค ที่ผ่านมาเราปฏิบัติเช่นนี้มาโดยตลอด จะเห็นว่าแม้แต่เรื่องของผู้ค้าออนไลน์ ก็ตาม กรณีอื่น ๆ ก็ตาม เราให้โอกาสในการชี้แจง แล้วก็นำเสนอหลักฐานต่าง ๆ เต็มที่ครับ เนื่องจากกรณีนี้อาจจะเป็นกรณีพิเศษหน่อยเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในสภา เป็นเรื่องที่ มีความสนใจจากสาธารณะ แน่นอนครับเป็นเรื่องที่มีการอภิปรายอยู่ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ผู้บริหารของกรม ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐมนตรีเอง ไม่ว่าจะเป็นระดับอธิบดีและ รองอธิบดี ทุกคนติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความคืบหน้าของเรื่องนะครับ จะให้สรุป ท่านต้องการให้บอกว่าจะเสร็จภายใน ๓ เดือน ๕ เดือน ๑ ปี ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า กระบวนการเหล่านี้เราเน้นในเรื่องของหลักความเป็นธรรมเป็นสูงสุด ผมคงไม่กล้าตอบ ให้ท่านว่าภายใน ๑ ปี ผมจะทำให้เสร็จ ทางกรมสรรพากรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะหากเราค้นคว้าแล้วเรายังไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนอยู่ในมือ กระบวนการ ก็ยังไม่เสร็จสิ้น ใช้เวลาพอสมควรนะครับ

ผมก็เรียนว่าอย่างไรก็ตามเราดำเนินการอย่างต่อเนื่องและไม่ได้หยุดนะครับ และผมเชื่อว่าสุดท้ายนี้กระบวนการทั้งหมดมันก็จะมีข้อสรุปออกมาเป็นที่ยอมรับได้กับสังคม ไม่มีหรอกครับ เพราะว่าผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะกระทรวงการคลัง เรายึดถือในเรื่องของข้อกฎหมาย เรายึดถือในเรื่องของหลักการที่เรามีกฎหมายอยู่ในมือ เราต้องดำเนินการตามตัวบทกฎหมายให้ครบถ้วนทุกประการ ไม่มีใครพร้อม ไม่มีใครกล้าที่จะไป บิดเบือนที่จะไปหลบเลี่ยงนะครับ ไม่ว่าข้อสรุปออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม ผมเชื่อว่าข้อสรุปจาก กระทรวงการคลังที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยกรมสรรพากรจะเป็นข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และเป็นไปตามข้อกฎหมายทุกประการ ก็ยืนยันครับเราดำเนินการอย่างต่อเนื่องครับ