จุลพันธ์ ยืนยันกรมสรรพากรสืบสวนตั๋ว PN อย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุว่ากรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบกรณีการใช้ตั๋ว PN ของนายกรัฐมนตรีอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม โดยเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้องและบุคคลสำคัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่ากระบวนการทางภาษีต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงชี้แจงเหตุผลความล่าช้าในการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการวินิจฉัยว่าเป็นไปตามขั้นตอนปกติ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ของท่านวิโรจน์ ในกรณีของสิ่งที่ท่านติดตามตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเรื่องของการใช้ตั๋ว PN ในการดำเนินการด้านการเงินของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าทางกรมสรรพากรไม่ได้นิ่งนอนใจ เราก็มีการดำเนินงานตามที่มีข้อร้องเรียน เข้ามาอย่างต่อเนื่องนะครับ ตั้งแต่วันที่ซึ่งท่านก็ได้เรียนถูกแล้ว ๒๘ มีนาคม ปี ๒๕๖๘ มีหนังสือมาถึงครั้งแรกที่กรมสรรพากรให้มีการตรวจสอบ เราก็มีการดำเนินการ หลังจาก รับเรื่องร้องเรียนแล้ว เราก็มีการดำเนินการไปพิจารณาว่ามีมูลตามที่ท่านได้มีข้อสงสัยหรือไม่ อย่างไร ดำเนินการตั้งแต่ช่วงเมษายนถึงมิถุนายน ก็เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ข้อเท็จจริงมาเพียงพอสมควร ก็มีการวางแผนวิเคราะห์แล้วก็ตรวจสอบ มีการหาข้อมูล ภายใน คัดแบบแสดงรายการกับบุคคล แล้วก็นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หาข้อมูลจากภายนอก ดำเนินการข้อมูลจากภายนอกรวมทั้งในส่วนของ ป.ป.ช. เอง ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจ การค้าของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องของทะเบียนหุ้น ทั้งหมดเหล่านี้ก็ได้ดำเนินการได้ข้อมูล มาอยู่ในมือของกรมสรรพากรค่อนข้างครบถ้วน ในช่วงนี้ก็เป็นขั้นตอนในการดำเนินการ ขั้นต่อไปซึ่งต้องไปดำเนินการในเรื่องของการสืบหาข้อเท็จจริง ซึ่งเรามีการเชิญ ๗ บริษัท ที่มีความเกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นนี้เพื่อตรวจสอบในเรื่องของการค้นหา ในเรื่องของ ข้อเท็จจริงอยู่ ก็ยังดำเนินการในขั้นตอนนี้ ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะว่าอำนาจบังคับเราก็อยู่ ในกรอบเวลาที่เราต้องดำเนินการให้มันถูกต้อง จะไปเร่งรัดก็ไม่ได้ เพราะว่าต้องยอมรับ ความจริงอย่างหนึ่งว่ากระบวนการในเรื่องภาษี มันไม่ได้มีแค่คดีของท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร มันมีเยอะไปหมดครับ คดีในเรื่องภาษี มีในส่วนของภาคเอกชนเอง ในส่วนของ พรรคการเมืองเองก็มี แม้แต่ตัวท่านอดีตนายกเศรษฐา ทวีสิน ต้องเรียนด้วยความเคารพ นะครับ ท่านก็มีคดีในเรื่องเกี่ยวกับภาษีที่มีการร้องเรียนเข้ามา ทางกรมสรรพากร ก็ดำเนินการอยู่เราก็ให้ความเป็นธรรม ขณะนี้ ๒ ปีก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ ในคดีที่มันเกี่ยวกับการเมือง ยกตัวอย่างอีกคดีหนึ่ง มีกระบวนการในเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น การโอนเงินเพื่อสนับสนุน Mob อันนี้เป็นกลุ่มของท่านเองนะครับ อันนี้เรียนด้วย ความเคารพ เราก็ดำเนินการแบบถูกต้อง คือเราไม่ได้มีการเร่งรัดแล้วเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เราดำเนินการให้ครบถ้วน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือในกระบวนการสิ่งที่เราดำเนินการนี้ มันมีการให้คุณให้โทษกับประชาชนได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เพราะฉะนั้นกระบวนการในการดำเนินการ เราก็เป็นไป ตามขั้นตอน อย่างที่เรียนให้ท่านได้ทราบขณะนี้เราเรียก ๗ บริษัทเข้ามา ทยอยเข้ามา เพื่อที่จะให้ข้อเท็จจริงกับเรา หลังจากนั้นก็จะเป็นการสืบสวนสอบสวนก็คือมีการเชิญ ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญญาติพี่น้องต่าง ๆ เข้ามาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง กระบวนการ ทั้งหมดก็ยังมีเวลาที่ยังต้องดำเนินการต่อไป จะตอบว่าเสร็จเมื่อไรคงไม่ได้ หลังจาก ที่เราดำเนินการครบถ้วนอย่างที่ได้เรียนแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือกรมสรรพากรก็ต้องมาวินิจฉัย ว่าเหตุการณ์ที่ดำเนินการ มีข้อร้องเรียนเข้ามานั้นมีมูลหรือไม่ หากไม่มีมูลก็เป็นอันตกไป หากมีมูลต้องส่งไปที่คณะกรรมการวินิจฉัยที่ท่านมีข้อสงสัย แต่ในข้อเท็จจริง ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านมีคำถามที่ ๒ ในคำถามที่ ๑ ของท่านว่าทำไมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ดำเนินการในการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยให้ครบถ้วนนะครับ ในข้อเท็จจริงคืออย่างนี้ครับ ผมเรียนให้ทราบว่ากรรมการวินิจฉัย อยู่ในเอกสาร ขอโทษนะครับ น่าจะเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ต้น ๆ ๔๐ กว่าปีแล้ว ดำเนินการมา มีคดี มีเคสที่ต้องเข้าสู่ คณะกรรมการวินิจฉัยเพียงแค่ ๔๒ รายการเท่านั้น ไม่เยอะนะครับ แล้วครั้งล่าสุด ที่มีการประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยจริง ๆ คือปี ๒๕๖๓ ครับ คือหลายปีผ่านมาแล้ว ไม่มีเรื่องเข้านะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความเร่งด่วนมันไม่มีนะครับ

๒. คือในส่วนของคณะกรรมการวินิจฉัยเองนั้น หากมีความจำเป็นจะต้อง ดำเนินการ ก็ไม่ใช่เป็นการยาก เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาหากกรมสรรพากรวินิจฉัยว่าเรื่องนี้ มีมูลเพียงพอที่จะต้องส่งเข้าคณะกรรมการวินิจฉัย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็สามารถเร่งรัดในเรื่องของการตั้งบุคลากรเข้าไปเติมเพื่อให้เต็มได้ไม่ยากนัก ใช้เวลาไม่ยาว แล้วก็จะได้ดำเนินการให้มันครบถ้วน แต่ในขณะนี้เมื่อมันไม่มีเรื่องเข้า มันไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ และไม่มีบทลงโทษ ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีข้อกำหนดว่าคณะกรรมการวินิจฉัยจะต้อง มีองค์ประกอบครบถ้วนตลอดเวลา เพื่อเตรียมความพร้อม เพราะในข้อเท็จจริงคือ มันเป็นการพิจารณาที่นาน ๆ จะมีครั้ง ก็ไม่มีความจำเป็นที่ทางกระทรวงการคลังจะต้อง เติมบุคลากรในส่วนขององค์ประกอบในส่วนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปรอไว้ โดยที่ยังไม่มี เรื่องเข้ามาพิจารณา เพราะฉะนั้นในประเด็นของท่าน ผมเรียนยืนยันว่าทางกรมสรรพากรเอง เราเดินหน้าในเรื่องของการสืบหาข้อเท็จจริง โดยเราเน้นในเรื่องของการให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนผู้ร้องและผู้ถูกร้องด้วย ทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรมและได้ความยุติธรรมสูงสุดจากการดำเนินการของ ทางสรรพากรครับ