สรวุฒิ สนับสนุนแก้กฎหมาย รฟม. อุดหนุนตั๋วร่วม เหตุผลด้านเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชื่นชมการอภิปรายกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะโครงการตั๋วร่วมที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมย้ำความสำคัญของการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีวินัย ตามหลักการเงินการคลังของรัฐและมาตรา 34 ที่กำหนดให้เงินรายได้ของหน่วยงานต้องส่งเข้าคลัง ยกเว้นมีกฎหมายเฉพาะกำกับ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ รฟม. นำเงินสะสมมาอุดหนุนค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วมเป็นสิ่งจำเป็นและสอดคล้องกับหลักการดังกล่าว โดยผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านสมาชิกผู้แปรญัตติ แล้วก็ท่านสมาชิกที่ใช้สิทธิอภิปรายในมาตรา ๘ นี้ ซึ่งถือว่าเป็นมาตราที่สำคัญ แล้วก็ ผมดูแล้วสิ่งที่ท่านอภิปรายเป็นประโยชน์ต่อประเทศ เป็นประโยชน์ต่อตรากฎหมาย พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนโดยรวม ผมขออนุญาตแยกเป็น ๒ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือทุกคนล้วนไม่ติดใจว่าถ้าเกิดโครงการตั๋วร่วมหรือรถไฟฟ้า ตลอดสายที่มีการลดภาระพี่น้องประชาชนในเรื่องค่าครองชีพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และทุกคน ก็สนับสนุน หมายความว่าถ้าพี่น้องกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลต่อไปนี้จะมีค่าโดยสาร หรือว่าการเปลี่ยนสายที่ไม่มีการซ้ำซ้อนให้ชัดเจนมากขึ้น โครงการอย่างนี้เราต้องการ เพราะว่าประเทศของเรานั้นมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่าง ๆ มากเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน ซึ่งกระทบขีดความสามารถแข่งขันอย่างยิ่ง เราเองมีค่าโลจิสติกส์ ต้นทุนประมาณ ๑๔-๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ถือว่าเราแข่งขันลำบากครับ สิงคโปร์มีอยู่ประมาณไม่เกิน ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าประเด็นนี้ทุกคนเห็นตรงกัน สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดัน มาตลอดก็คือความสุขของพี่น้องประชาชน ดังนั้นคนที่จะต้องใช้รถไฟไปเรียน รถไฟ ไปทำงาน ต่อไปนี้จะสะดวกมากขึ้นถ้ากฎหมาย ๓ ฉบับที่เราพิจารณาตลอด ๒-๓ อาทิตย์ ที่ผ่านมาผ่านสภานะครับ

ทีนี้มาประเด็นที่ผมคิดว่ามีท่านสมาชิกติดใจ ก็คือเรื่องความเหมาะสม ต่อการตราพระราชบัญญัติในการที่เพิ่มวรรคหรือถ้อยคำที่อาจจะมีการตีความได้ว่าเราเอง ไปเอาเงินในสิ่งที่เราไม่สมควรได้หรือไม่ ผมเองขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าความมุ่งหมายของเราในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่เป็นรัฐบาล เราอยากจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นให้ได้ แล้วประเทศเราเราใช้งบประมาณ ขาดดุล หมายความว่าเราใช้มากกว่าเราเก็บได้ เงินที่เหลือมาจากไหน ก็มาจากเรากู้เงิน โดยรวม ในฐานะรัฐบาลก็จัดสรรเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีออกไปเป็นงบเพิ่มเติม หรือแม้กระทั่งงบกลาง ตามความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นสิ่งที่หน่วยงานต้องการ มีการ วางแผนงบประมาณมาเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งทุกอันมีต้นทุนครับ แต่ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ อย่างนี้มีเพื่อนสมาชิกตั้งคำถามว่าเราขอให้คำนึงถึง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของภาครัฐ อย่างเคร่งครัด ผมขออนุญาตอ่านมาตรา ๓๔ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ช่วยพิจารณานะครับ

มาตรา ๓๔ ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐเขียนอย่างนี้ครับ บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะได้รับตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือได้รับชำระตามอำนาจหน้าที่หรือสัญญา หรือได้รับจากการใช้ การให้ใช้ทรัพย์สิน หรือเก็บดอกผลจากทรัพย์สินของราชการ ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่ รัฐมนตรีกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ท่านสมาชิกจะเห็นว่ามาตรา ๓๔ ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ มีอีกหลายวรรคนะครับ แต่ตรงนี้เป็นหัวใจว่าไม่ได้ห้ามว่าจะให้ทำไม่ได้ ทำได้ แต่คุณต้องไป ขอรับความเห็นชอบจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงการคลัง ในฐานะที่เป็นคนจัดการ รายได้ รายจ่าย และทรัพย์สินของประเทศชาติ คำว่า วินัยการเงินการคลัง ถ้าตีความ ภาษาชาวบ้าน หรือเราเป็นครัวเรือน หรือเป็นครอบครัว ไม่ใช่ได้เท่าไรเก็บให้มากที่สุด ไม่ใช่ครับ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องในวินัยการเงินการคลังด้วยซ้ำ หลักการหนึ่งที่เราเคร่งครัด ก็คือการบริหารให้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ให้มันงอกเงย เราเองคิดแล้วว่า Cost Benefit หรือว่า เปรียบเทียบผลได้กับผลเสียที่ได้รับนี่คืออะไร มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งครับว่า รฟม. มีเงินสะสมจำนวนมาก เกิดจากไหนล่ะครับ เกิดจากพี่น้องประชาชนใช้รถไฟฟ้า ขึ้นสัญจรไปมาจนมีเงินสะสมดังกล่าว แล้วถามว่า ถ้านโยบายนี้เกิดขึ้นเราไม่ให้เขาใช้ตรงนี้เอาไปใช้ตรงไหนครับ ตั๋วร่วมที่เราเพิ่งผ่านไป เมื่อช่วงบ่าย ๆ ที่ผ่านมาก็มีเงินที่ต้องเป็นค่าบริหาร เป็นทุนประเดิมเยอะแยะเต็มไปหมด ผมขออนุญาตชี้ประเด็นให้ท่านสมาชิกสบายใจครับว่ารัฐบาลไม่ได้พยายามฝืนในสิ่งที่ ไม่สมควร เงินถ้ากองอยู่ไว้เฉย ๆ มันเป็นเงินที่ได้ดอกเบี้ยตอบแทนน้อยนิดครับ แต่กับเราว่า เราต้องเอาเงินที่ไปเสียต้นทุนมาก ๆ มาบริหารจัดการเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน ผมอยากให้ท่านช่วยดูว่าตรงนี้เหมาะสมหรือไม่ เป็นประเด็นที่สำคัญว่าทั้ง สบน. เอย หรือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สคร. ที่เป็นคนควบคุม กำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรมบัญชีกลาง ทุกคนที่อยู่ในหน่วยงานกระทรวงการคลังเขาไม่มั่วครับ ตอนร่าง ครม. ที่ รฟม. เสนอขึ้นไปมีการขอประเด็นหลายประเด็นต่อคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีไม่ได้ให้ ทั้งหมดครับ ตรงไหนเป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ฝืนหลักการ เป็นการออกกฎหมาย เพื่ออนาคต อันนี้เราทำครับ แต่ตรงไหนที่เป็นการให้อำนาจเกินควร สุ่มเสี่ยง ไร้การตรวจสอบ เราไม่ให้ครับ มาตรา ๑๘ มีการตัดไปหลายวงเล็บว่าทาง รฟม. นั้นขอขยายเพดานที่จะเกิด การอนุมัติของคณะกรรมการ รฟม. เพราะฉะนั้นเราเองคำนวณอย่างรอบคอบแล้วครับ แล้วก็รัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ ๕๐ กว่าแห่งที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปราย อย่างน้อย กยท. หรือการยางแห่งประเทศไทย อ.ส.ค. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เขาก็มี ลักษณะเดียวกันนี่ละครับ คือสมาชิกเก็บสมทบมา เงินนั้นก็ใช้กันเข้าไป คลังเองไม่ต้องไป เรียกคืนเขา ไม่ต้องไปวนหลายรอบ เขาสามารถใช้โดยตรงได้ก่อน สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ มาก ๆ ตามมาตรา ๘ แก้มาตรา ๖๕ ตรงนี้สำคัญมาก ๆ ว่าถ้าเราให้ทำแบบนี้ รฟม. สามารถ อุดหนุนค่าใช้จ่ายหรือค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม ซึ่งทุกคนที่มีความรู้ก็ทราบดีครับว่าเราเอง คงไม่ได้พูดไกลในช่วงระยะแรกไปกว่าเรื่องรถไฟฟ้าในเมืองหรือ รฟม. ในอนาคตอาจจะมี รถขนส่งประจำทาง หมวด ๑ และหมวด ๔ หรือหมวด ๒ และหมวด ๓ ในอนาคต ผมคิดว่า ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญและก้าวหน้ามาก ๆ สำหรับประเทศชาติ แต่ผมน้อมรับนะครับว่า ท่านสมาชิกห่วงใยในสิ่งที่เป็นอนาคตของประเทศร่วมกัน แล้วผมก็ยืนยันครับ หลายคน บอกว่า เอ๊ะ ทำไมเราต้องเอาเงินจากทั้งประเทศมาอุดหนุนโครงการตรงนี้ ผมถามว่าคนที่ ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาจากไหนบ้างครับ ถ้าเขาจะมีความสุขกับการขึ้นรถ อีกหน่อยจะลดปัญหาของรถติดซึ่งลดปัญหาจราจรอย่างมาก ก็จะส่งผลกระทบทางอ้อม ที่จะลดปัญหา PM2.5 หรือฝุ่นพิษที่ทั่วโลกกำลังเจออยู่ เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม คนมาขึ้นขนส่งสาธารณะมากขึ้น ผมคิดว่าตรงนี้เป็นความก้าวหน้าที่ชัดเจน แล้วทุกประเทศ ได้ประโยชน์ ทั่วประเทศได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยัน อยากให้ท่านสมาชิกสบายใจ แล้วก็ลงมติสนับสนุนการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบคุณครับ