สุชาติ ชมกลิ่น ระบุว่าการประกันราคาพืชหลักใช้งบประมาณสูงเกินไปและไม่สมเหตุสมผล จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นการหาตลาดต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาวแทนการใช้เงินคชก. ช่วยเหลือในระยะสั้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพที่อยู่ในที่นี้ทุกท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งท่านเองก็เข้าใจปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก อย่างดี อย่างที่ท่านได้กล่าวว่าความโชคดีของจังหวัดพิษณุโลกคือผลไม้ที่ออกมา ออกมาก่อน จังหวัดอื่น ๆ เลยทำให้เรื่องปัญหาผลไม้ต่าง ๆ เหล่านี้ในจังหวัดพิษณุโลกมีปัญหาน้อย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเยอะก็คืออาจจะเป็นพืชหลักอย่างที่ท่านได้บอก ที่ท่านได้เกริ่นมาตั้งแต่ คำถามแรกในเรื่องของรัฐบาลเมื่ออดีตมีการประกันราคา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป เพื่อนสมาชิกว่านโยบายซึ่งเราต้องยอมรับว่าการประกันราคาพืชหลักที่ท่านได้เอ่ยมา เมื่อตอนต้นเป็นสิ่งที่ทำงานง่าย ราคาตกเราก็แค่ประกันราคา แต่ปีหนึ่งใช้เงินประมาณ แสนกว่าล้านบาท ๔ ปีใช้เงินประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้เงินพี่น้องประชาชน เงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งหมด การที่เราจะเอาเฉพาะสินค้า ๕ พืชหลักชนิดมาประกันราคา เป็นเรื่องที่มันจะดูไม่สมเหตุสมผลในการที่จะเอาเงินปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านเอามาตู๊ไว้ เพื่อประกันตรงนี้ เราต้องแก้ปัญหาโดยผมเองดูแลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดูแลทูต ๕๘ สำนักงานทั่วโลก ผมได้ให้กำหนดนโยบายเคพีไอทูตไปหมดแล้วว่าต้องหาลูกค้า ท่านใดที่อยู่ประเทศใดที่มีการค้าการขายที่เรากำลังทำตลาดอยู่ เช่น อินเดียหรือดูไบ หรืออะไรต่าง ๆ ที่กำลังทำอยู่ รอบนี้ผมก็ส่งลำไยไปอินเดียแล้ว เริ่มให้คนประเทศอินเดีย ได้รับประทานลำไย ผมต้องการหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อระบายสินค้า นี่คือเป็นหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องค้าขาย เราทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลได้กำชับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์กับเราได้ทำงานร่วมกัน ในเรื่องของปรับปรุงพันธุ์ต่าง ๆ หรือการที่จะต้องอุดหนุน อย่างเช่นท่าน สส. ได้พูดถึงเรื่องการช่วยเหลือลำไย เราช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท อยู่ที่ขั้นตอนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินเรื่องนี้อยู่เข้า ครม. ผมก็ กราบเรียนว่าสินค้ามะม่วงที่จะตกต่ำหรืออะไรต่าง ๆ เราต้องยอมรับว่าสินค้ามันเกิดจาก Demand Supply ผลไม้เกิดจากการบริโภคในประเทศและการส่งออก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ล่าสุดเลยเรื่องลำไย ภาคเหนือเคยมี ๙๐๐,๐๐๐ กว่าตัน รอบนี้ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน เกินมา ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ผู้ส่งออกมีเท่าเดิม Order เท่าเดิม แต่การที่ ผลผลิตเราโชคดีบ้านเราดินฟ้าอากาศดีเลยทำให้ผลผลิตดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เรากำลัง แก้ปัญหาอยู่ในการที่ผลผลิตออกมาเยอะต้องหาตลาดเพิ่ม เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะต้องไปค้าขายต่างประเทศ ข้าวที่ราคาตกเพราะเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน ทางประเทศอินเดีย เขาไม่ได้เอาข้าวออกมาขายในตลาดโลกเขาเก็บเอาไว้ ตอนนี้เราขายแข่งกับเขาในส่วนนี้ ในเรื่องของผลไม้เรื่องมะม่วง ทางกระทรวงพาณิชย์ใช้เงิน คชก. ในการเข้าไปแทรกแซง ในราคาอุ้มตลาดช่วยเหลือเกษตร เมื่อใดที่ราคาสินค้าผลไม้เหล่านี้ตก กระทรวงพาณิชย์ คือกรมการค้าภายในไม่เคยนิ่งนอนใจ เรามีปฏิทินการทำงานว่าเดือนนี้ผลไม้อะไรออก ผลไม้ อะไรจะราคาตก เรามีการประเมินข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าปีนี้มะม่วง จะออกมาเยอะไหม ลำไยเยอะไหม มะพร้าวเยอะไหม ต้องกราบเรียนว่าเราพยายาม แก้ปัญหาระยะยาวอยู่ แต่ ณ วันนี้เรามี ๒ มาตรการ คือระยะสั้นก็ต้องใช้เงิน คชก. ไปช่วย ระยะยาวทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรเหล่านี้มีราคาโดยที่เป็น Premium เราต้องเปิดตลาด ต่างประเทศเยอะ ๆ ในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ครับ ต้องขอขอบคุณท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดพิษณุโลก ในเขตอำเภอวังทอง ซึ่งท่านเองลงพื้นที่ท่านจะเจอผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ซึ่งเหล่านี้ชาวบ้าน จะสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้ท่าน ท่านก็นำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มาหารือกับผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่คุมนโยบายในสภา นี่คือหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองถือหมวก ๒ ใบ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยก็เข้าใจปัญหานี้ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย ซึ่งกำกับดูแลสินค้าด้วย ในส่วนนี้ที่ผมพูดย้อนถึงเรื่องงบประมาณผมพูดให้ทราบเฉย ๆ ว่า ผมกำลังแก้ปัญหาในเรื่องนี้ในการที่จะต้องใช้เม็ดเงินในการที่จะอุ้มสินค้าเกษตรในช่วง ระยะสั้นก่อน ระยะยาวเราต้องแก้ปัญหาระยะยาว เราจะไม่ใช้เงินมากมายมหาศาล เพื่อมาอุ้มสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง เราจะต้องแก้ปัญหาระยะยาวให้ได้ อันนี้คือหน้าที่ของ กระทรวงพาณิชย์ หน้าที่รัฐบาล ต้องขอให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรทั่วประเทศ ขอให้ ท่าน สส. ทุก ๆ ท่านในที่นี้ ขอให้ท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ซึ่งท่านได้ตั้งกระทู้ในวันนี้ ฝากท่านประธานนำเรียนว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรี จตุพร บุรุษพัฒน์ ผมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ แล้วก็จะทำงาน ควบคู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก ซึ่งเราจะต้องทำงานควบคู่ กันไป ผมทราบว่าพี่น้องประชาชนทุกคนก็ให้ความหวัง พวกเราต้องมีที่พึ่งพาพึ่งพิง ให้พี่น้องเกษตรกรทำงานให้เขาชื่นใจแล้วก็ทำให้เขาลืมตาอ้าปากให้ได้ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก อีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ