พงษ์มนู ทองหนัก ขอบคุณรัฐมนตรีสุชาติที่ตอบกระทู้ถาม และเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณจากงบกลางเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งหารือปัญหาความตกต่ำของสินค้าเกษตรในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะผลไม้และปศุสัตว์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร
ก็ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุชาติ เป็นอย่างสูงที่ได้ตอบกระทู้ถามที่ ๑ ไป แต่ก็ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี บางทีพื้นที่ทางเกษตรแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันครับ อย่างสมมุติถั่วเขียวอาจจะทำได้ในพื้นที่ ที่ราบสูง แต่พื้นที่ราบลุ่มอย่างบ้านผมก็ไม่เหมาะ เหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบางท่าน เคยบอกว่าข้าวถูกค่อยปลูกกล้วยอย่างนี้ครับ บางทีบางพื้นที่ก็ไม่ให้ แต่ก็เข้าใจท่านนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกว่ามีงบประมาณน้อย เพราะฉะนั้นเองผมก็อยากบอกว่า ให้ท่านรัฐมนตรีไปของบกลางก็ได้ เพราะงบกลางปีหนึ่งก็มีหลายแสนล้านบาท เพราะว่าบางที ไม่รู้ว่างบกลางปีนี้จะใช้หมดหรือเปล่า แต่ว่าต้องบอกกับท่านประธานจริง ๆ ว่าชาวนา เขาแร้นแค้นจริง ๆ ปีนี้เขาทำนาทั้งน้ำตา เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วย เพราะว่าผมไม่อยากได้ยินคำต่าง ๆ ที่ชาวนาเขามาพูดกับผม เวลาผมไปลงพื้นที่เขามา กระแนะกระแหนผมว่าพงษ์มนูแต่ก่อนนี้ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่บัดนี้ ท่านบอกว่าชาวนากลายเป็นภาระของรัฐบาล เขาก็มากระแนะกระแหนกับผม ผมก็ไม่อยาก ได้ยินคำนี้ ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ
ต่อไปเป็นคำถามที่ ๒ ซึ่งผมก็จะแบ่งเป็นประเภทพืชสวน ประเภทผลไม้ จังหวัดพิษณุโลกของผมก็แปลกครับท่านประธาน ผลไม้นานาพันธุ์ในประเทศไทยมีนี่ ที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านผมก็ปลูกได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ ลำไย มะม่วง แม้แต่ อินทผลัมก็มี มะพร้าวน้ำหอมก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แต่โชคดีอย่างหนึ่งว่าพิษณุโลกบ้านผม ทุเรียนก็ออกก่อนทางทุเรียนใต้ สิ่งต่าง ๆ ก็ออกก่อนหลายประเภท หลายอย่าง วันนี้เอง ท่าน สส. ธานินท์ เพื่อนผมจากสุราษฎร์ธานีที่นั่งอยู่ด้านหลังก็บอกว่าเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร ที่ทำทุเรียนแถวบ้านเขา จากบ้านผมพิษณุโลกทุเรียนออกก่อน ขายได้กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท ๑๖๐ บาท วันนี้สุราษฎร์ธานีขายได้กิโลกรัมละ ๘๐ บาท ๙๐ บาท มังคุดที่บ้านผมออกก่อน ก็เชื่อว่ามังคุดที่บ้านผมอร่อยเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย เพราะว่ามังคุดที่บ้านผม หวานไม่ติดเปรี้ยวเลย ขายได้กิโลกรัมละ ๔๐-๕๐ บาท เพราะออกก่อน พอมังคุดใต้ออกมา ก็เหลือกิโลกรัมละ ๒๐ กว่าบาท วันก่อนโน้นก็เห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยไปใต้บอกว่าจะทำมังคุดให้ได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ชาวสวนก็ยังรอความหวังอยู่นะครับ ส่วนมะม่วงบ้านผมทำมาหลายปีตั้งแต่ส่งออก ได้ผลิตภัณฑ์ GI ด้วยครับท่านประธาน เป็นมาตรฐานสินค้า GI ส่งออกนอกสมัยก่อนกิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือกิโลกรัมละ ๒๐-๓๐ บาท พอปลายฤดูเหลือกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ค่าห่อถุงกระดาษคาร์บอนเพื่อให้ สีสวยงามก็ไม่ได้แล้ว กระดาษคาร์บอนใบหนึ่ง ๑.๕๐ บาท ค่าห่ออีก ๓๐ สตางค์ สรุปแล้ว มะม่วงกิโลกรัมหนึ่ง ๓ ใบ กิโลกรัมต้องใช้ต้นทุนแค่กระดาษค่าห่อ ๕ บาทแล้ว ยังไม่นับค่าปุ๋ย ค่ายา พอปลายฤดูขายได้กิโลกรัมละ ๕ บาท แต่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนบ้านผม ก็ต้องเก็บ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาจะได้เอาถุงมาไว้ใช้ปีหน้าได้ ดังนั้นเองก็ต้องบอกกับท่านประธาน ว่าเกษตรกรบ้านผมลำบาก แต่บางอย่างรัฐบาลก็ให้การอุดหนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไย จะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๖๒ ถ้าผมจำไม่ผิดลำไยราคาถูก ปีนั้นรัฐบาลไปอุดหนุน ประมาณไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ปีนี้ลำไยก็ถูกอีก เห็นว่ารัฐบาลก็จะให้ไร่ละประมาณ ๑,๑๐๐ บาท แต่ว่าวันหนึ่งวันใดมะม่วงบ้านผมราคาถูกรัฐบาลไม่เคยอุดหนุนเลย วันหนึ่งวันใดผมเห็น มังคุดปักษ์ใต้ราคาถูกเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เอามาเททิ้งกลางถนน รัฐบาลก็ไม่เคยอุดหนุนเลย แล้วเมื่อครู่นี้เพื่อนสมาชิกเพื่อนผมจากจังหวัดราชบุรี ท่านกำนันน้องบอกว่ามะพร้าวบ้านท่าน มะพร้าวน้ำหอมแต่ก่อนลูกละ ๘ บาท เดี๋ยวนี้เหลือลูกละ ๔ บาทแล้วครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ว่าสินค้าทางเกษตรนั้นทุกอย่างตกลงหมด ผลไม้นานาพันธุ์ก็แย่หมด ฉะนั้นเองก็จะทำให้ชาวนาชาวไร่ก็ดี หรือผู้ปลูกผลไม้ก็ดีไม่มีทุน เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจ มันฟื้นไม่ได้ เพราะว่ารากหญ้าไม่มีเงินที่จะมาต่อยอด และสิ่งหนึ่งประการใดเลยก็จะบอก ท่านประธานอีกว่าบ้านผมก็มีโครงการปศุสัตว์แต่ว่าไม่มาก เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่พูดถึงไม่ได้ มีเลี้ยงโค กระบือ นิดหน่อย ผมกลับไปในเขตเลือกตั้งทีไร ผมอภิปรายเรื่องข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังบ่อย ผู้เลี้ยงโค กระบือก็มาต่อว่าผมว่าพงษ์มนูไม่เห็นพูดถึงเรื่องโค กระบือ ให้กับพวกเขาบ้างเลย แต่ก่อนตัวละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ เหลือตัวละ ๘,๐๐๐- ๙,๐๐๐ บาท ดังนั้นสินค้าการเกษตรเหล่านี้ตกต่ำมาต่อเนื่อง ฉะนั้นเองก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้มาตอบแทนว่าวันนี้สินค้าการเกษตรตกต่ำเป็นอย่างยิ่ง ว่ามีหนทางใดหรือไม่ว่าจะทำให้ สินค้าเหล่านี้ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อที่จะให้เขาได้ต่อยอด ได้มีชีวิต อยู่ต่อได้ในอาชีพเกษตรกรรมของเขา เพราะวันนี้เขาบอกเลยว่าวันนี้เขามีที่เป็นของตัวเอง ก็จริง ขายที่แล้วยังไม่พอใช้หนี้ ธ.ก.ส. เลยวันนี้ เพราะฉะนั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ พี่น้องเกษตรกรบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเองพี่น้องบ้านผมปลูกมะม่วงเยอะ ได้รางวัลมาก็เยอะ ได้อะไรก็เยอะ แต่ว่าวันนี้ทำแล้วไม่คุ้มทุน ทำแล้วขาดทุน แต่ท่านประธานครับ คนทำนามันก็ต้องทำนา คนทำสวนก็ทำสวน เพราะฉะนั้นเอาสวน ไปปลูกในนาก็ไม่ได้ เอาข้าวมาปลูกในสวนมันก็ไม่ขึ้นมันก็ตายหมด ดังนั้นเองก็ยังบอกกับ พี่น้องว่าอาชีพหนึ่งอาชีพใดที่มีอยู่จะไปเปลี่ยนแปลงเขามันไม่ได้ เพราะพื้นที่ภูมิศาสตร์เขา มันต้องให้เขาทำสิ่งนั้น ดังนั้นเองก็อยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้หาโครงการ ปุ๋ยถูกก็ดี น้ำมันถูกก็ดี อะไรก็ดี หรือว่าจะอุดหนุนอะไรก็ตามให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ดังนั้นก็เป็นคำถามที่ ๒ ที่ผมจะได้ถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์คือท่านสุชาติ ชมกลิ่น ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลได้ตอบคำถามนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะวังทองและเนินมะปรางบ้านผมได้รับทราบด้วยครับ
คำถามที่ ๒ รัฐบาลมีแผนงานดำเนินการและมาตรการช่วยเหลือสินค้า ราคาเกษตรในด้านพืชผล โดยเฉพาะผลไม้ เช่น มะม่วงหรือว่ามะพร้าว แล้วก็อื่น ๆ รวมทั้ง ด้านปศุสัตว์โคและกระบืออย่างไรบ้างที่จะทำให้เกษตรกรเหล่านี้ทำแล้วไม่ขาดทุน ทำแล้ว มีกำไร ทำแล้วอยู่ได้ในตลอดระยะเวลาอันใกล้นี้ หรือว่าในระยะเวลา ๕ ปีในโอกาส ข้างหน้านี้ที่เขาจะอยู่ได้ และเป้าหมายในการดำเนินงานว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณเท่าใด และเมื่อใดโครงการที่ท่านทำจะสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ ขอทราบรายละเอียดครับ