กรวีร์ ตั้งข้อสังเกตงบกรมการข้าว-ชลประทาน หวังเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

กรวีร์ ปริศนานันทกุล ตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากให้กรมการข้าวและกรมชลประทาน แต่ยังไม่เห็นผลการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรและปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง จึงเรียกร้องให้ชี้แจงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ ผมต้อง ขอบคุณท่านประธาน ขออนุญาตรบกวนเวลาสภาสั้น ๆ ใน ๒ ประเด็นในการพิจารณาของ งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากจะตั้งคำถามถึงท่านประธานฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการใน ๒ กรมหลัก ก็คือกรมการข้าวซึ่งได้รับพิจารณาจัดสรรงบประมาณไปถึง ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท ในไส้ใน ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท ก้อนใหญ่ก็คือแผนยุทธศาสตร์ การเกษตรสร้างมูลค่า ได้รับจัดสรรงบประมาณไปประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท ผมก็ไปดูไส้ในว่าในกรมการข้าวเขาของบประมาณมา ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาทมันเป็น เรื่องอะไรบ้าง ก็คงไม่แปลกใจถ้าหากว่าใน ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาทมันเอาไปเพื่อที่จะไปพัฒนา เอาไปปรับปรุงพันธุ์ข้าว หรือเอาไปช่วยในการลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าวันนี้ เสียงของพี่น้องเกษตรกรชาวนาดังทั้งแผ่นดินแล้ว แต่แปลกใจไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิก ที่ช่วยกันสะท้อนปัญหา หารือต่อราคาสินค้าทางการเกษตรที่มันตกต่ำ หรือแม้กระทั่ง ในการพิจารณางบประมาณวาระที่หนึ่งหรือวาระที่สองในวันนี้ เพื่อนสมาชิกเกือบครึ่งหนึ่ง ที่อภิปรายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พูดถึงเรื่องของราคาสินค้าทางการเกษตรที่มัน ตกต่ำ ก็อดถามไม่ได้ว่าในกรมการข้าวท่านได้รับจัดสรรงบประมาณไป ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่พอมาดูไส้ใน ใน ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในโครงการผลิต และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งถ้าตามเรื่องดูจากชื่อโครงการแล้วมันก็ควรที่จะเป็นการไป ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อที่จะเอาไปปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือไปยกระดับพัฒนาสายพันธุ์ ข้าวพันธุ์ใหม่ ๆ เพื่อให้มันต้านทานกับโรค ไม่ว่าจะเป็นศัตรูพืช หรือไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา สายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มันจะช่วยลดในการใช้น้ำในการปลูก หรือเป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่จะไปสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ แต่แปลกใจในงบ ๑,๙๐๐ ล้านบาท เกือบ ๑,๗๐๐ ล้านบาท เป็นงบครุภัณฑ์ที่ดินแล้วก็สิ่งก่อสร้าง เอาไปซื้อรถบรรทุก ค่าสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เท่ากับเหลือ เนื้องานจริง ๆ ที่จะไปลงเป็นเม็ดงานเพื่อที่จะเอาไปทำเมล็ดพันธุ์ข้าวเหลือเพียงแค่หลัก ไม่กี่ร้อยล้านบาทเท่านั้นเอง คำถามผมก็คือทางกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วได้สอบถาม กรมการข้าวถึงการใช้เงินงบประมาณ ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้หรือเปล่าว่าสรุปสุดท้าย เงินตรงนี้มันจะไปลงถึงพี่น้องเกษตรกรในการยกระดับ ปรับปรุง พัฒนาพันธุ์ข้าวได้อย่างไร แล้วก็ต้องบอกกับท่านประธานในช่วงปีที่ผ่านมานั้นพี่น้องเกษตรกรชาวนาในหลายจังหวัด อ่างทองบ้านผมก็มี ได้รับจัดสรรพันธุ์ข้าว ให้พี่น้องเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้วก็ซื้อพันธุ์ข้าว จากทางกรมการข้าวในราคาถูก แต่ปริมาณมันไม่ได้สอดคล้องกับจำนวนที่ชาวบ้านเขาปลูก เลยครับ ไม่ได้สอดคล้องทั้งในแง่ของจำนวนรายของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ไม่สอดคล้อง ทั้งในแง่ของปริมาณต่อรายที่ได้รับ ทางเกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดเขาก็ทำได้แต่เพียงแค่ เอาไปเฉลี่ย เอาไปเกลี่ย เอาไปแบ่ง คนหนึ่งได้ไม่กี่ถังครับท่านประธาน ตรงนี้ทั้ง ๆ ที่ได้รับ เงินงบประมาณไป ๓,๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็อยากที่จะเห็นเม็ดเงินงบประมาณตรงนี้ ลงไปถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนาให้มันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้มันเห็นผลของการทำงาน ในการยกระดับปรับปรุงคุณภาพพันธุ์ข้าว ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต ในการแจกจ่ายพันธุ์ข้าวให้มากขึ้นในปีนี้ ต้องถามกรรมาธิการว่าได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ และกรมการข้าวทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบเราว่าอย่างไร

กรมที่ ๒ กรมชลประทาน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ได้รับเงินจัดสรรไปเป็นอันดับ ต้น ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับจัดสรร งบประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นของกรมชลประทาน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่กรมชลประทาน เราอยากเห็นอะไร พี่น้องประชาชน พี่น้อง เกษตรกรทั้งประเทศนั้นอยากจะเห็นการจัดการ แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่เราได้รับ เงินงบประมาณเป็นหมื่นล้านบาทแบบนี้ทุกปี ปีที่แล้วผมก็จำได้ผมก็ลุกขึ้นพูด ปีก่อนหน้านี้ ผมก็ลุกขึ้นพูดเรื่องชลประทาน ได้รับเงินงบประมาณปีหนึ่งหลักหลายหมื่นล้านบาท ช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับเงินไปเป็นหลักหลายแสนล้านบาท หลักหลายล้านล้านบาทแล้ว ถามว่าเงินงบประมาณตรงนี้ได้นำลงไปเพื่อที่จะเอาไปแก้ไขปัญหาให้มันเกิดความยั่งยืน เพื่อที่จะสร้างแหล่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรได้มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการแก้ไขปัญหา เรื่องของน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราก็รู้แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ พื้นที่ทางภาคเหนือเกิดน้ำท่วม เดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพื้นที่ทางจังหวัดอุบลราชธานี ก็จะเกิดน้ำท่วม อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ไล่มาตั้งแต่นครสวรรค์ มาอุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ลงมาถึงปทุมธานีก็จะเกิดปัญหาเรื่องของน้ำท่วม แผนของการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอย่างยั่งยืนได้มีการจัดสรรงบประมาณตรงนี้ไปในการแก้ไข ปัญหา แล้วก็สร้างระบบสร้างแหล่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืนด้วยหรือไม่ ก็รบกวนท่านประธานฝากไปยังท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงใน ๒ ประเด็นของ ๒ กรม กราบขอบคุณท่านประธานครับ