สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ศนิวาร บัวบาน หารือเรื่องโครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในโครงการปรับปรุงระบบเครือข่ายส่วนภูมิภาค และเรียกร้องให้มีการวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากที่ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่าย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้นั้น ดิฉันขอปรับลดงบประมาณในส่วนของโครงการ ๑ อำเภอ ๑ แปลงเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่าที่มี วงเงินงบประมาณสูงถึง ๓,๓๐๐ ล้านบาท คือสูงที่สุดของกรมการข้าวเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันลองไล่เรียง Timeline ของโครงการ ๑ อำเภอ ๑ แปลงเกษตรอัจฉริยะที่ทำแล้ว ทำอยู่ แล้วก็ทำต่อ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ พบความเอ๊ะหลายประการเลยค่ะ

เอ๊ะแรก โครงการนี้มีการขยายวงเงินงบประมาณตลอดทั้งโครงการทุกปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ บอกโครงการ ๘ ปี พอมาปี ๒๕๖๗ ขยายระยะเวลาเป็น ๙ ปี ปีถัดไปเพิ่มเป็นอีก ๑๐ ปี จนมาปีนี้บอกว่าจะทำทั้งหมด ๑๑ ปี จะสิ้นสุดในปี ๒๕๗๒ ส่งผลให้วงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าหน่วยงาน ขยายระยะเวลาโครงการแบบนี้ทุกปีจุดจบมันจะไปอยู่ที่ตรงไหนคะ จะวัดผลลัพธ์ที่ได้จาก โครงการนั้นได้อย่างไรคะ แล้วหน่วยงานบอกว่าตัวชี้วัดของโครงการคือระบบข้อมูล ข้าวอัจฉริยะได้รับการพัฒนา คือท่านจะพัฒนาระบบไปเรื่อย ๆ ทุกปีอย่างนี้หรือคะ

เอ๊ะที่ ๒ ปีที่แล้วกรมของบไปปรับปรุงระบบเครือข่ายส่วนภูมิภาค ๓๑ ล้านบาท พอมาปีนี้ก็ของบไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ส่วนภูมิภาคอีก ๒๙ ล้านบาท เกือบ ๓๐ ล้านบาท ย้ำนะคะ ระบบเครือข่ายส่วนภูมิภาค เหมือนกันค่ะ แค่เปลี่ยน Wording ข้างหน้าจากปรับปรุงเป็นเพิ่มประสิทธิภาพเท่านั้น คำชี้แจงนี้เหมือนกันเด๊ะ คือแบบนี้ก็ได้หรือคะ

เอ๊ะที่ ๓ ค่ะท่านประธาน ปีที่แล้วผู้ชนะการเสนอราคารายการปรับปรุงระบบ เครือข่ายส่วนภูมิภาคเป็นรายเดียวกันกับผู้ที่ชนะการเสนอราคารายการพัฒนาระบบ อัจฉริยะสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการข้าวของประเทศ ๒๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ ซึ่งดิฉันเองเคยอภิปรายขอให้ตัดงบโครงการนี้ไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้วเนื่องจาก ความไม่โปร่งใส ท่านประธานอาจคิดว่าก็ไม่เห็นแปลกที่ผู้ชนะการประมูลจะเป็นรายเดียวกัน แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นค่ะท่านประธาน คือเมื่อทีมงานของดิฉันค้นข้อมูลลึกลงไปจึงพบว่า ที่มาของการกำหนดราคากลางราคาอ้างอิงมาจาก ๓ บริษัท แต่ตอนเสนอราคาจริง ๆ มีเพียง ๒ บริษัท แล้ว ๒ บริษัทนี้ก็ยื่นเป็นคู่เทียบเหมือนกันทุกปี ยิ่งไปกว่านั้นในแบบ สขร. ๑ หรือแบบสรุปผลการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ไม่ได้มีระบุราคา ที่เสนอของผู้เสนอราคาแต่ละรายด้วย คือเกิดเฉพาะโครงการนี้โครงการเดียว แล้วก็ไม่มี การอัปโหลดข้อมูลสัญญาจ้างขึ้นเว็บไซต์ของกรมการข้าว ใน TOR ระบุเฉพาะเจาะจงมาก ค่ะท่านประธาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานที่สัญญามีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๗,๓๐๐,๐๐๐ บาท คือดิฉันเลยขอตั้งข้อสังเกตว่าถ้าล็อกสเปกขนาดนี้จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใด บริษัทหนึ่งหรือเปล่าคะ นอกจากนั้นบริษัทคู่เทียบ ดิฉันขอเรียกว่าบริษัทดีก็แล้วกันนะคะ ดูแล้วไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือเท่าไร ทุนจดทะเบียน ๑ ล้านบาท แต่เสนอรับงานหลักสิบล้านบาท ในขณะที่บริษัทเอ็นซึ่งเป็นบริษัทผู้ชนะการประมูล มีทุนจดทะเบียนสูงถึง ๕๐ ล้านบาท มิหนำซ้ำบริษัทเอพอไปดูออฟฟิศเป็นบ้านพักอาศัย ส่วนเอกสารที่จดทะเบียนจะเป็นอีก ที่หนึ่งซึ่งเป็นห้องเช่า คือดูแล้วแทบไม่มีความน่าเชื่อถือเลยค่ะท่านประธาน ยิ่งไปกว่านั้น กรรมการบริหารบริษัทเอ็นซึ่งเป็นบริษัทผู้ชนะการประมูลมีประวัติเข้าเรียนในหลายหลักสูตร เพื่อหา Connection อีกทั้งยังเคยเรียนหลักสูตรเดียวกันกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์อีกด้วย มันจะบังเอิญไปหรือเปล่าคะท่านประธาน จะเป็นไปได้ไหมว่าด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลให้บริษัทเอ็นชนะการประมูลมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ด้วย e-Bidding ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย คือที่ดิฉันร่ายยาวนี้ไม่ใช่ว่าไม่เกี่ยวกับงบปี ๒๕๖๙ ที่เรากำลังพิจารณา กันอยู่วันนี้ แต่ดิฉันกำลังแสดงถึงความห่วงกังวลในเรื่องของความไม่โปร่งใส แล้วก็ ความทับซ้อนของโครงการในแต่ละปี เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงที่สุด ดิฉันจึงขอยืนยันการสงวนคำแปรญัตติให้ตัดรายการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ส่วนภูมิภาค ๒๙.๙๙๙๘ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งน้อยกว่าที่ท่านได้แปรญัตติไว้ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าซ้ำซ้อนกันกับการปรับปรุงระบบเครือข่ายภูมิภาค ๓๑ ล้านบาทที่หน่วยงานเพิ่งของบประมาณมาเมื่อปีที่แล้ว ขอบคุณท่านประธานค่ะ