ทรงยศ รามสูต หารือเรื่องการเพิ่มงบประมาณให้กับกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามโครงการ One Map เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของพื้นที่ และเสนอการอนุมัติกลุ่มโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของการทำกินของทั่วประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมได้ขอแปรญัตติในส่วนของมาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ของวงเงิน ๑๘,๓๗๒ กว่าล้านบาท ในกลุ่มแรกก็คือในกลุ่มของ กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ๑,๖๑๖ กว่าล้านบาท กรมป่าไม้ ๒,๘๖๑ กว่าล้านบาท แล้วก็กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๖,๕๘๔ ล้านบาท ใน ๓ กลุ่มนี้ จริง ๆ ผมก็ เข้าใจในกรมต่าง ๆ เหล่านี้บุคลากรไม่เพียงพอควรจะเพิ่ม แต่ผมมาดูจากผลงาน Output ที่ออกมาแล้วบางอย่างไม่ได้เน้นในเรื่องความสำคัญ ที่ผมจะพูดตรงนี้ก็คือในเรื่องของ One Map ซึ่ง One Map เป็นโครงการที่สามารถ ๑ ต่อ ๔,๐๐๐ ถ้าออกมาเราจะรู้เลยว่า พื้นที่ที่มันทับซ้อนเป็นของใคร พอรู้ว่าเป็นของใครเราก็จะสามารถที่จะดำเนินกฎระเบียบ ของหน่วยงานนั้น ๆ กฎหมายของกรมนั้น ๆ เอามาใช้ และชาวบ้านที่เขาถือครองสิทธิอยู่ เขาจะรู้ว่าเขาจะมีสิทธิทำอะไรตรงนั้นได้ แต่ปัญหาที่ผมจะต้องตัดตรงนี้ก็คือว่าที่ผ่านมา ในโครงการ One Map ๗ กลุ่ม
กลุ่มแรกมีการอนุมัติจาก ครม. ไปเมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ๓ ปีกว่าแล้ว ในกลุ่มของภาคตะวันออก ปัจจุบันนี้อนุมัติไป ๔ กลุ่มแล้ว กลุ่มที่ ๕ นี่รอ ครม. อนุมัติ กลุ่มที่ ๖ ภาคเหนือฝั่งตะวันตก กลุ่มที่ ๗ ภาคเหนือฝั่งตะวันออก ซึ่งปรากฏว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นก็คือว่าหลังจาก ครม. อนุมัติปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือพื้นที่ทับซ้อนในส่วนนี้ จะประกาศใช้ได้มันจะต้องมีแผนที่แนบท้ายกฤษฎีกา ซึ่งก็ผ่านมา ๓ ปีกว่าแล้วถึงจะมี การอนุมัติ อย่างไรก็ตามหน่วยงานต่าง ๆ ต้องไปตกลงทำแผนที่แนบท้าย แล้วปรากฏว่า หน่วยงานหลักส่วนใหญ่มันจะมีปัญหาตรงอื่นก็คือจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรืออาจจะมีส่วนอื่น ๆ ตกลงกันไม่ได้สักที ฉะนั้นผมก็อยากจะฝาก ตรงนี้ว่าอยากให้พิจารณาในการจัดทำแผนที่แนบท้าย พอดีผมเป็นอนุกรรมาธิการข้อสังเกต ของงบประมาณชุดนี้ก็ได้เขียนไปในภาพรวมของงบประมาณ แล้วก็ภาพรวมของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยว่ามันต้องเร่งแก้ไขปัญหาตรงนี้ เพราะถ้าแก้ไข ปัญหาตรงนี้ได้มันก็จะสามารถแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของทั่วประเทศได้
กลุ่มที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากก็คือในส่วนของงบประชาสัมพันธ์ในการดูแล เพราะว่าในอดีตมันมีปัญหาก็คือว่าหลังจากสำนักงบประมาณออกระเบียบว่าเวลาเราจะทำ โครงสร้างพื้นฐานหรือจะทำก่อสร้างอะไรในเขตป่าจะต้องได้รับหนังสือจากหน่วยงานนั้น ๆ แต่ปรากฏว่าตามมติ ครม. ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ ตอนนั้นมีเรื่องยื่นไป ๑๓๐,๐๐๐ กว่าเรื่อง พิจารณาแค่ ๓,๐๐๐ กว่าเรื่อง พอตั้งกรรมาธิการมาดูแลก็ขอบคุณรัฐบาลได้มีการพิจารณาว่า จะสามารถยื่นคำขอใหม่ได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ๑๘๐ วัน ซึ่งมันจะหมดเขต ในวันที่ ๒๔ สิงหาคมนี้ ซึ่งปรากฏว่าการประชาสัมพันธ์นี้ก็ยอมรับว่าบาง อบต. หรือส่วนราชการในหลาย ๆ พื้นที่บางทียังไม่ทราบเรื่องเลย แต่บางหน่วยงานบางพื้นที่ ก็ทราบ คราวนี้พอเขายื่นคำขอเข้ามาที่ผมอยากจะปรับลดก็คือว่าก็ขอมาบางตำบล ก็ไม่มีปัญหา อบต. ทำได้ แต่หลาย อปท. ล่าช้าทำไม่ได้ติดโน่นติดนี่ เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะฝากให้หน่วยงานในงบที่ได้ไปทำไม่ได้ผมก็จะตัดว่าควรจะพิจารณาอนุโลม ในการที่จะก่อสร้าง อนุมัติให้เขาไปก่อน เพราะว่าในเขตป่าไม่ได้มีการบุกรุกเพิ่มควรจะ อนุมัติ ก็ฝากนะครับ นี่คือในส่วนแรกที่ผมขอตัดในส่วนของ ๓ กรมนี้นะครับ
ส่วนกรมสุดท้ายก็ส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งปรากฏว่ามีงบอยู่ ๒,๗๑๕ ล้านกว่าบาท ซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่ผมดูแล้วมันเป็นงบสร้างส่วนใหญ่ แต่คราวนี้ งบในการที่จะไปดูแลซ่อมแซมแทบไม่มี ผมยกตัวอย่างเพื่อน สส. ท่าน สส. พิมพ์พิชชา ท่านบอกว่าที่บึงหนองพยอม ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ พิษณุโลก ตั้งแต่ ก่อสร้างมาเกิน ๕ ปีแล้วปรากฏทำมาท่ออยู่สูงอะไรอยู่สูง ได้แต่น้ำฝน ถ้าน้ำไม่ท่วมห่าใหญ่ ไม่เข้าหนอง แล้วก็ตั้งแต่ทำมากรมก็ไม่เคยไปดูแล เหมือนสร้างเสร็จแล้วก็ปล่อยเป็น อนุสาวรีย์แล้วแต่น้ำจะมาไม่มา เพราะฉะนั้นก็จะฝากว่าไม่ใช่สร้างอย่างเดียว คุณจะต้องไป ดูแลด้วย ส่วนตรงที่คุณจะสร้าง อย่างเช่นท่าน สส. รชตะฝากมาขุดลอกบึงมะเริง ตำบลบ้านเก่า อำเภอด่านขุนทด ของโคราช เนื้อที่ ๑๘๐ กว่าไร่ควรจะทำแก้มลิงเข้ามาสำรวจเรียบร้อยแล้ว ไม่ทำสักที ก็อยากจะฝากอะไรที่ควรทำก็ควรทำ อันไหนที่ทำไปแล้วก็ควรจะไปดูแล ก็ฝากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นจากข้อมูลที่ได้พูดมาก็อยากจะให้ปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ของกระทรวงนี้ ขอบคุณครับ