เชตวัน เตือประโคน ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกรณีค่ารถประจำตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูขัดแย้งกับความจำเป็นด้านงบประมาณสำหรับยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์จำเป็นของทหารชั้นผู้น้อย พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนความเหลื่อมล้ำและยกเลิกอภิสิทธิ์ที่ไม่สมเหตุสมผลในการจัดสรรงบประมาณ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้วและเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปราย ในมาตรา ๘ กระทรวงกลาโหมที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ผมขอตั้งข้อสังเกตงบประมาณ ที่ใช้ไปกับค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งของนายทหารกับงบประมาณ ที่กองทัพใช้ไปกับการจัดหาซื้อยุทโธปกรณ์ที่ดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ของกองทัพบก เรื่องรถประจำตำแหน่งท่านประธาน สำหรับทหารระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้นพอที่จะเข้าใจได้ ท่านมีภารกิจเยอะแยะมากมาย ต้องเดินทางไปไหนมาไหน เพราะฉะนั้นการมีรถประจำตำแหน่ง มีคนขับรถ เพื่อความ สะดวกสบายก็เป็นเรื่องที่เข้าใจ เมื่อก่อนมีรถประจำตำแหน่งให้กับระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ต่อมารัฐราชการของเราก็ใหญ่ขึ้นเพิ่มรถประจำตำแหน่งให้กับระดับรองอธิบดีด้วย ลำพังในส่วนราชการกระทรวงต่าง ๆ ๒๐ กระทรวง มีปลัดกระทรวงละ ๑ คน มีอธิบดี มีรองอธิบดีแต่ละกรมรวม ๆ แล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณราว ๆ ๒๐๐ คน แต่ปัญหามันอยู่ที่พอ ไปเทียบกับกองทัพปริมาณคนที่จะได้รถประจำตำแหน่งมันก็จะเยอะมากเลย เทียบได้ดังนี้ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ตามนี้เลย ผมคงไม่พูดนะครับ ซึ่งตรงนี้ในส่วนของนายทหารระดับพันเอกพิเศษที่มีตำแหน่งรองเจ้ากรมนั้นเทียบเท่ากับ รองอธิบดี แต่ละเหล่าทัพนั้น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือแม้แต่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมันมีอยู่เยอะมาก มาก มาก มากอย่างที่เทียบกับ ราชการทั่วไปไม่ได้ ส่วนราชการไม่ได้เลย จำนวนนายทหาร รวมถึงข้าราชการที่อยู่ในชั้นที่จะ ได้รถประจำตำแหน่งในช่วงอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็เห็นว่ามันเทอะทะ เห็นว่ามันเป็นภาระ ที่รัฐจะต้องไปจ่ายค่าซ่อมรถให้กับท่าน ๆ นั้นด้วย จึงมีการเปลี่ยนเป็นค่าตอบแทนเหมาจ่าย แทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง คือไม่ต้องเอารถประจำตำแหน่งไปแล้วแต่เอาเงินในแต่ละ เดือนไปเลย ยอดตามนี้เลย พลโท พลเอก ๔๑,๐๐๐ บาท พลตรี ๓๑,๘๐๐ บาท และพันเอก (พิเศษ) ๒๕,๔๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้เรายืนยันมาตลอดว่านี่คือเงินกินเปล่า นี่คือเงินที่เข้ากระเป๋า ที่เคยมาในรูปแบบของรถประจำตำแหน่งซึ่งเป็นอภิสิทธิ์อย่างหนึ่งที่วันนี้ควรออกระเบียบ ยกเลิกไปได้แล้ว ถ้าจะบอกว่าท่านต้องใช้รถ คนระดับนี้มีรถของกรม มีรถของหน่วยงาน อยู่แล้ว เรียกใช้อย่างไรก็มีรถให้ มีคนขับรถให้ไปส่ง ดังนั้นท่านจะมีเงินกินเปล่า มีเงิน ติดกระเป๋าในนามของค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งอีกเพื่ออะไร ท่านประธานที่เคารพในงบประมาณ ๒๕๖๙ เฉพาะในส่วนของกองทัพบกมีรายการ ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง ๒๔๐ ล้านบาท ยอดนี้มาจาก นายทหารแต่ละระดับชั้นดังต่อไปนี้ ตามสไลด์นี้เลย รวมแล้วนี่เฉพาะกองทัพบกเท่านั้น ผมรวมมาให้ ๖๙๔ คน ที่จะได้เงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายรถประจำตำแหน่ง โครงการนี้ท่านดู ผลที่คาดว่าจะได้รับตลกมากเลย ท่านบอกว่าคือกำลังพลได้รับสิทธิกำลังพลขั้นพื้นฐาน ตามระเบียบของกระทรวงการคลังซึ่งผมไม่เถียง แต่ระเบียบที่มันเป็นอภิสิทธิ์แบบนี้มันแก้ได้ ยิ่งในสถานการณ์บ้านเมืองที่มีปัญหาชายแดนแบบนี้ด้วย ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาแบบนี้ ท่านไม่อายหรือยังมีเงินตอบแทนแบบนี้ ยิ่งถ้าเราไปดูเทียบกับการจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อใช้ ในภารกิจป้องกันชายแดนของกองทัพบกท่านจัดงบประมาณน้อยกว่าค่าตอบแทนเหมาจ่าย แทนการจัดหารถประจำตำแหน่งเสียอีก ใช้เงิน ๑๕๐ ล้านบาท จากการจัดหาเพียง ๓ รายการ ผมสรุปเร็ว ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือซื้อ Drone ตรวจตรา ๑ ระบบ ใช้ที่ผามออีแดง ปราสาทพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ อีก ๑ ระบบ ที่ปราสาทตาควาย จังหวัดบุรีรัมย์ และมี ระบบบัญชาการอีก ๑ ระบบ ที่กองบัญชาการทหารบก คำถามคือแค่อย่างละ ๑ ระบบเอง หรือในสถานการณ์นี้ หรือแม้แต่โครงการต่อไป โครงการจัดหาสิ่งอุปกรณ์และหน่วยทำลาย ล้างวัตถุระเบิด กรมสรรพาวุธ ที่จะทำหน้าที่ที่จะทำให้ทหารชั้นผู้น้อยไม่ต้องไปเสี่ยงภัย ท่านก็จัดหาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดแค่ ๑ ชุด เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ก็จัดหาแค่ ๑ เครื่องเอง อีกเล็กน้อย ผมก็ยิ่งมาตกใจด้วย ยิ่งมาได้เห็นข่าวเปิดรับบริจาคอย่างนี้ ผมรู้สึกว่ามันคือชีวิต ที่มันเป็นขั้วตรงข้ามกันเลยระหว่างนายทหารระดับสูงกับทหารชั้นผู้น้อย รถหรู ค่าตอบแทน เหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งเป็นสิ่งที่รัฐจัดหาให้กับนาย ข้าวของอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ ที่ทหารชั้นผู้น้อยจำเป็นต้องใช้ตามชายแดนเป็นสิ่งที่ต้องเปิดรับบริจาค อย่างที่เป็นข่าว เป็นคราวล่าสุดกรณีลวดหนามหีบเพลง หลังจากที่มีดรามาเรื่องรับบริจาคกองทัพบก ก็ออกมาชี้แจงว่ามีเงิน มีงบ แต่เพราะความจำเป็นเร่งด่วนทันทีก็เลยต้องขอรับการสนับสนุน อย่างนี้เข้าเงื่อนไขจัดซื้อเร่งด่วนสิ ถ้ามูลค่าไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ได้เลย ส่วนเรื่องงบปกติหน่วยงานก็มีงบกลาง มีงบฉุกเฉินอยู่แล้วนำมาใช้สิครับ แต่ที่เห็น รับบริจาคนี่อะไรกันอนาถามาก เราจะอยู่กันแบบนี้จริง ๆ หรือ ตัดได้อีกค่าตอบแทน เหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่ง ขอบคุณครับ