พิชัย ชุณหวชิร รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ระบุการปรับลดงบประมาณกว่า 8,920 ล้านบาทจากเกณฑ์ความคุ้มค่า การใช้งบล่าช้า และความไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง พร้อมเน้นการใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและแผนพัฒนาต่างๆ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับการถ่ายโอนภารกิจบริการสาธารณสุขไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนผ่านงบกลาง เพื่อรองรับความจำเป็นของหน่วยงานและรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน กระผม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ขอเสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ต่อท่านประธานและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอและได้มีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ และมีมติ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งได้เสนอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้ว กระผมขอเรียนสรุปสาระสำคัญของผล การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ต่อที่ประชุมดังนี้
คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๘ จนแล้วเสร็จในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยได้ร่วมกันพิจารณา รายละเอียดงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ รวม ๒,๙๘๕ หน่วยรับงบประมาณ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการของ กระทรวง โดยพิจารณาตามความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณและ แผนพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของประชาชน ตลอดจนคำนึงถึงฐานะการคลัง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหน่วยรับ งบประมาณภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน โดยมีข้อสังเกตในภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลกระทบต่องบประมาณทั้งด้านรายได้และ รายจ่าย การเตรียมงบประมาณเพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักและ การบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อให้มีพื้นที่การคลังไว้ใช้ในยามที่เกิด วิกฤติทางเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหาแต่ละจังหวัดที่มีความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างกันไปตามบริบทในพื้นที่ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยรับ งบประมาณควรมีการแสดงข้อมูลการใช้เงินนอกงบประมาณที่แสดงให้เห็นถึงแผนการ ดำเนินงานประจำปี เพื่อให้การพิจารณางบประมาณมีความครอบคลุมทุกแหล่งเงินและ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน ๘ คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ปรับลดงบประมาณ จำนวน ๘,๙๒๐,๗๘๑,๓๐๐ บาทถ้วน โดยได้พิจารณาจาก ความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่าและความพร้อมในการดำเนินงานและศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บของหน่วยรับงบประมาณ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา อาทิ ๑. รายการที่มีผลการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผน ที่กำหนดไว้ และคาดว่าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณ หรือรายการผูกพัน งบประมาณเดิมที่มีผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้ ๒. รายการที่ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นค่าใช้จ่ายในการ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ๓. รายการที่สามารถชะลอได้โดยไม่กระทบภารกิจ ให้บริการประชาชน หรือทบทวนโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ๔. รายการที่ยกเลิกโครงการหรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณได้ เช่น เงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเอง หรือเงินสะสมคงเหลือ สำหรับการเพิ่ม งบประมาณนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณตามความเหมาะสม จำเป็นให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานดังนี้
๑. งบกลางเป็นค่าใช้จ่ายรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
๒. สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร เงินเดือนของพนักงาน และค่าใช้จ่ายส่วนควบ
๓. กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ ปี ๒๕๖๙
๔. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นแค่จ่ายสนับสนุนปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ
๕. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
๖. กระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม สำหรับการติดตามผลระหว่างที่ถูกคุมความประพฤติของผู้ถูกคุมความประพฤติ คดียาเสพติด
๗. กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม เป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิในการ ชำระเงินสมทบของฝ่ายรัฐบาล สำหรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนที่รัฐค้างชำระ
๘. รัฐวิสาหกิจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นค่าใช้จ่าย สนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์- ศูนย์วัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร
๙. หน่วยงานของศาล และหน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ได้แก่ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจ ของหน่วยงานให้เพียงพอ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๘,๙๒๐,๗๘๑,๓๐๐ บาทถ้วน วงเงินตามจำนวน ที่ปรับลดงบประมาณได้ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาอนุมัติให้มี การเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประกอบด้วย
๑. การถ่ายโอนภารกิจ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี สอน. และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต. โดยขอลดงบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงสาธารณสุขในส่วนที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนบุคลากรของ สอน. รพ.สต. และจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๗๐,๗๑๗,๕๐๐ บาทถ้วน เพื่อเสนอ ขอเพิ่มงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุน การถ่ายโอนบุคลากร สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทรราชินี และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน ๑๓ แห่ง
๒. การยุบรวมองค์การบริหารส่วนตำบลภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยรวมกับเทศบาล โดยขอลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน ๑๑๔,๕๓๙,๕๐๐ บาทถ้วน เพื่อเสนอของบประมาณ ให้กับเทศบาลเมือง จำนวน ๓ แห่ง เทศบาลตำบล จำนวน ๑ แห่ง ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่าการพิจารณารายละเอียดงบประมาณทั้งการปรับลด การเพิ่ม และ การเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจเพื่อสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ไข ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนและประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ รวมทั้ง สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตและมีความเข้มแข็ง รองรับผลกระทบทั้งจากปัจจัยภายในและ ภายนอกประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ ตลอดจนการดำเนินการนั้นต้องไม่ขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย จำนวน ๓,๗๘๐,๖๐๐ ล้านบาท สำหรับรายละเอียดผลการพิจารณา รวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญปรากฏ ตามเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว รวม ๔ เล่มคือ เล่มที่ ๑ เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เล่มที่ ๒ เป็นร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เล่มที่ ๓ เป็นรายงาน ผลการพิจารณารายการปรับลดงบประมาณ และเล่มที่ ๔ เป็นรายงานผลการพิจารณา รายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละเวลาและร่วมมือกัน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ อย่างเต็มที่จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งขอขอบคุณท่านหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณ ทุกท่าน ที่ได้ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียดและจัดเตรียมเอกสารให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญเป็นอย่างดี สุดท้ายนี้กระผมและคณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจง ข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในแต่ละมาตราต่อไป ขอบคุณครับ