เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร วิพากษ์การจัดสรรงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทับซ้อนและไม่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะการตั้งโครงการของ กอ.รมน. ที่ละเมิดขอบเขตหน่วยงานอื่น และเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพและตรงกับบทบาทของแต่ละหน่วยงานมากขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน วันนี้ผมร่วมอภิปรายในส่วนงบประมาณ ของสำนักนายกรัฐมนตรีในวาระที่สอง ผมขอตัดลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าเปรียบเสมือนประเทศไทยเป็นร่างกาย หนังสืองบประมาณต่าง ๆ นานามันก็เหมือน หนังสือ Anatomy หนังสือกายภาพของรัฐเรา กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มันก็เหมือน โครงสร้างของรัฐเป็นกระดูกต่าง ๆ จำนวนเงินของงบประมาณแต่ละอันมันก็แสดงถึง ความสำคัญเป็นเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงรัฐเราท่านประธาน ซึ่งประเทศไทยทุกคน ก็ทราบว่าทั้งโครงและทั้งการส่งเลือดอาจจะผิดหัวผิดหาง บางครั้งเราเอาเท้าไปหยิบข้าว กินบ้าง เอามือไปคว่ำหัวเดิน เดินกลับหัวกลับหางกันไปหมดก็เพราะว่าเราเห็นจาก งบประมาณนี้แล้วผมจึงกล้าพูดเช่นนั้นท่านประธาน และในมาตรานี้ในสำนักนายกรัฐมนตรีเอง เชื่อไหมถ้าประชาชนไม่ทราบก็คงคิดว่าเกี่ยวกับเป็นออฟฟิศของนายกรัฐมนตรี คอยประสานงานต่าง ๆ เป็นเลขาของนายกรัฐมนตรีใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วกระทรวงนี้ ถ้าเทียบเป็นกระทรวงก็เหมือนเป็นการรวมหน่วยงานต่าง ๆ สำนักงานต่าง ๆ เข้ามาไว้ ด้วยกัน เพราะอะไร เพราะว่าหลายอันนี้มีภารกิจหรือมีชื่อที่อยู่ในกระทรวงอื่น ๆ ได้ แต่ด้วย โครงสร้างของรัฐเรามันทำให้เดินไม่ค่อยถนัด ก็พยายามจะแก้ปัญหาอย่างที่ผมว่าข้างต้นมา พยายามมาตั้งหน่วยงานเพื่อมาตรวจสอบหน่วยงานปกติอีกที หรือมาทำโครงการที่มันเป็น ขององค์การมหาชนเอง ที่มันเร็วกว่าการดำเนินงานของภาครัฐเอง นาน ๆ เข้าเริ่มเยอะ ไปมาแล้วหัวนายกรัฐมนตรีก็เริ่มมึนไปหมด ไปมาหน่วยงานเหล่านี้กลับกลายเป็นมะเร็ง เสียเอง ผมยกตัวอย่าง หลาย ๆ อันคือตั้งขึ้นมาแล้วไปมาเริ่มเลอะเทอะ เริ่มมีจำพวกหนึ่ง ก็คือเริ่มไปทำงานของคนอื่น อย่างเช่น ผมก็ต้องขอบคุณที่พยายามตัดลดกันมา ผมเห็นอยู่ โครงการหนึ่งตัดลดน้อยเหลือเกินก็คือของทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ซึ่งอันนี้ก็เป็นข่าวลือเขาจะทำเป็น THACCA เอามาทำ Soft Power ก็มีโครงการหนึ่ง พัฒนาศักยภาพบุคคลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการยกระดับ Soft Power ตั้งของบมาไว้ที่ ๒๔ ล้านบาท ตัดไป ๕ ล้านบาท ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ ลองไปอ่านในเอกสาร งบประมาณมันตั้งงบนี้กันทุกกระทรวงท่านประธาน แล้วผมให้เด็กข้างบนที่มาฟังตอบเลย ก็ได้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าที่นี้ใครควรทำ กระทรวงไหนควรทำ ทุกคนตอบได้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา แล้วทำไมอันนี้มาทำ นี่ก็อยู่ดีตั้งมาเรื่อย ๆ ก็ไม่รู้ทำอะไร ก็ต้องหางานทำ ตามนโยบายรัฐไปเรื่อย อันนี้ไม่ใช่ทีเด็ด เพื่อนของผมพูดมา ๒ คนแล้วเรื่อง กอ.รมน. อันนี้ ทีเด็ดขั้นสุดท่านประธาน กอ.รมน. หรือว่า Thai CIA หรือถ้าใครพูดแรง ๆ ก็บอกว่า เกสตาโปเมืองไทย เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องความมั่นคงท่านประธาน แล้วผมไปเจอ โครงการนี้มาทีเด็ดมากเลย ผมก็กลัวเหลือเกินว่าวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจะตกงานหรือไม่ มีงานพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอเงินไว้ ๒๑ ล้านบาท พอเข้าไปดู ถามว่าทำอะไร ก็เป็นการจัดอบรม ออกหน่วยเชิงรุกสร้างเครือข่ายอะไรของเขาก็ว่าไป เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ผมก็แล้วหน่วยงานอื่นไม่ได้ทำอยู่แล้วหรือ เขาบอกว่าเป็นความมั่นคง ทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งโอเค กอ.รมน. ดูความมั่นคงหลายอย่าง มีทั้งแบบเขาเรียกว่าภัย ที่ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย ความมั่นคงทางการเมือง ผมก็งงเดี๋ยวปีหน้าของบประมาณว่า ขอหาเสียงเป็น สส. ได้ไหม เพื่อมาดูแลความมั่นคงทางการเมือง อย่างนี้จะเป็นไปได้ไหม อีกโครงการมีการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ชื่อโคตรเท่ขอมา ๔.๓ ล้านบาท ถามว่าทำอะไร แน่นอนก็จะบอกว่าจัดเครือข่ายอะไรก็ว่าไป บูรณาการจะมี ทุกอัน ทุกโครงการ แปลง่าย ๆ ก็คือนัดชาวบ้านมาในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จำนวน ๔๐ คน มีระยะเวลาการดำเนินงาน ๑ วัน ก็คือนัดมาประชุม ๔๐ คน แล้วแจกเมล็ดพันธุ์พืช ใช้เงินวันเดียว ๔,๓๐๐,๐๐๐ บาท เมล็ดอะไร ข้าวอะไรแพงแท้ จริง ๆ เรียกประชาชนมา ๔๐ คน แจกเงินให้เขาคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้ ให้เขาไปซื้อเมล็ดพันธุ์เองก็ได้ อันนี้ ผมงงมากแล้วไม่ตัดกันมาได้อย่างไร มีอีกอันกิจกรรมหนึ่งงานแก้ไขปัญหาความมั่นคง เฉพาะกรณี การแก้ไขปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โอ้โฮกลัว ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะตกงาน กอ.รมน. แย่งงานคุณทำแล้วพี่น้อง อันนี้ผมไม่ได้อะไร เป็นห่วงข้าราชการ ขอมา ๑.๔ ล้านบาท ก็คือประชุมนั่นล่ะ จัดประชุม ก็คืออบรมอะไร กันไปมา โอเคอันนี้หลายที่ก็ไม่ได้จัดครั้งเดียว ก็ที่ละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒๘๐,๐๐๐ บาท ก็จัดประมาณ ๓-๔ ครั้ง จะเห็นได้ว่าที่ผมพูดมาวันนี้ ในการครั้งนี้ผมจะพูด แต่ละกระทรวงและชี้ให้เห็นว่าปัญหาของประเทศไทยเราไม่ได้มีเงินไม่พอ แต่เราเอาเงิน ไปให้คนโน้นแปะอันนั้นที แปะอันนี้ทีเหมือนเราจะสร้างพระพุทธรูป แล้วเราบอกว่าช่วยกัน สร้างนะทุกคนมาแปะทองแต่ละอัน ทุกคนก็บอกว่าฉันขอแปะตรงหน้าแล้วกัน มันก็ กลายเป็นว่าพระพุทธรูปนี้มันก็ไม่ได้สวยใช่ไหม แทนที่จะให้หน่วยงานนี้ทำแขน หน่วยงานนี้ ทำขา แล้วจะได้ออกมาเป็นโครงสร้างรัฐ เป็นรูปร่างที่เหมาะสมทุกคนเก่งในส่วนของตัวเอง ไม่ใช่ต่างคนต่างละเมิดทำเกินหน้าที่ พยายามไปทำอันโน้นอันนี้ เพราะเห็นว่ารัฐบาล ให้นโยบายมาแล้วก็เป็นช่องทางในการขอเงินเพื่อไปขอมีส่วนร่วมในการอาจจะทุจริตหรือไม่ ก็ไม่ทราบ ดังนั้นเองท่านประธานก็ต้องขอบคุณและอยากให้ประชาชนได้ติดตาม เพราะว่า วันนี้เท่าพิภพไม่ขอเป็นแค่ สส. หรือนักทำเบียร์ ผมขอเป็นนักผ่าศพ ผมจะมาผ่าศพประเทศไทย ให้เห็นโครงสร้างของรัฐว่าอะไรไม่จำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นมะเร็งเกาะกินประเทศนี้ อยู่ต่อไป ขอบคุณครับ