รอมฎอน ปันจอร์ คัดค้านและเสนอตัดลดงบประมาณ กอ.รมน. ตามญัตติมาตรา 7 โดยตั้งข้อสังเกตว่าการใช้งบประมาณสูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์ของงบรวมในพื้นที่ชายแดนใต้นั้นขาดความโปร่งใส และอาจขัดแย้งกับประสิทธิภาพการลดความรุนแรงที่กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่าย โดยเฉพาะค่ากำลังพลและโครงการสนับสนุนมวลชนที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน วันนี้ ผมขออนุญาตมาแสดงความคิดเห็นขอแปรญัตติ ในมาตรา ๗ โดยเฉพาะงบประมาณของ กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผมติดตามการทำงาน แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปซักถาม ในชั้นคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการอยู่พอสมควร แล้วก็มีประเด็นที่อยากจะ ขออนุญาตที่ประชุมเสนอให้มีการตัดลดโดยที่ต้องไล่เลียงให้ฟังก่อนว่า
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ในงบประมาณของมาตรา ๗ เฉพาะของ กอ.รมน. เอาเฉพาะของในมาตรา ๗ มีที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ประมาณ ๗ หน่วยงาน กอ.รมน. ถือว่าเยอะที่สุดเลยอยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้าน ท่านประธาน ผมตั้งประเด็นเอาไว้ว่า กอ.รมน. ที่พึ่งพาวิกฤติไฟใต้ เราจะเห็นจากการใช้ งบประมาณ ใน ๗ หน่วยงานนี้ กอ.รมน. อันดับแรก สมช. เป็นอันดับ ๒ อันดับแรก ๖,๐๐๐ ล้านบาท สมช. ๓๙ ล้านบาท ห่างกันเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะมาโฟกัสที่ กอ.รมน. เฉพาะมาตรา ๗ ตั้งอยู่ที่ประมาณ ๕,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ทางกรรมาธิการ ได้ตัดไปเกือบ ๖๐ ล้านบาท เหลือที่ ๕,๓๓๕ ล้านบาท ทีนี้พอไปดูรายละเอียดท่านประธาน ก็ถ้านับรวมเอางบประมาณของที่เรียกว่าค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนอันนี้เป็นงบประมาณ ที่ตั้งในแผนงานบุคลากรอีก ๖๘๕ ล้านบาท เราได้ข้อสรุปที่น่าตกใจประการหนึ่ง ท่านประธาน คือเราจะพบว่าตกลงแล้วหน่วยงาน กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักนายกรัฐมนตรีมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดับไฟใต้ถึง ๖,๐๒๑ ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นว่ามีงบประมาณถึง ๘๘ เปอร์เซ็นต์ของหน่วยงานนี้ที่ใช้ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราจะเห็นเลยว่าเป็นหน่วยงานที่มีภาวะพึ่งพาต่อภัยคุกคาม ต่อไฟใต้สูงมาก ๆ การดำรงอยู่ของ กอ.รมน. นั้นจึงสัมพันธ์กับสถานภาพของปัญหาไฟใต้ เป็นภาวะที่พึ่งพา กันและกันด้วย กอ.รมน. นั้นอยู่ได้ด้วยภัยคุกคาม ทีนี้ขอสไลด์ถัดไปผมจะชี้ให้เห็นว่า ภารกิจหลักของ กอ.รมน. เป็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัย แต่อันนี้ก็เป็นสไลด์ที่ทางตัวแทน ของ สมช. ได้มาชี้แจงต่อในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ กลับกลายเป็นพบว่าไปดูตัวชี้วัด จำนวนเหตุการณ์ ถ้าดูเผิน ๆ ก็จะเห็นว่าสามารถบรรลุผลตามตัวชี้วัดได้ แต่ผมไปไล่เลียงดู รายละเอียดกลับพบตัวชี้วัดที่จริง ๆ เราวางเป้าหมายไว้ว่าในปี ๒๕๗๐ เหตุรุนแรงจะลด เหลือ ๐ แต่ตอนนี้นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เป็นต้นมา ถ้าท่านประธานดูกราฟที่เป็นสีส้มจำนวน เหตุรุนแรงก็เพิ่มสูงขึ้นมา ๓ ปีซ้อน และปีนี้แค่ ๕ เดือนแรกก็ถือว่าทะลุกรอบไปแล้ว อันนี้ เราก็เลยจะบอกว่าตัวชี้วัดสำคัญอันหนึ่งของ กอ.รมน. เอง ของหน่วยงานด้านความมั่นคงเอง กำลังตกเกณฑ์อย่างน่าตกใจท่านประธาน สไลด์ถัดไปผมจะชี้ให้เห็นที่บางยอดงบประมาณ ที่น่าสนใจแล้วผมก็ตั้งคำถามเรื่องนี้มาตั้งแต่วาระที่หนึ่ง เรามาดูว่ายอดที่สำคัญ ๒ ยอด ก็คือการกำลังพล การดำเนินงาน แล้วก็การสนับสนุนการใช้มวลชน เครือข่ายมวลชน ด้านความมั่นคง ยอดแรกตั้งไว้ที่ ๓,๔๑๒ ล้านบาท ยอดนี้ทางกรรมาธิการตัดมา ๒๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่ผมเห็นว่ายอดนี้ต้องดูรายละเอียดและน่าจะตัดได้มากกว่านี้ ท่านประธาน เพราะว่าอะไร เพราะว่า กอ.รมน. ถูกวิจารณ์มาโดยตลอดว่าการใช้งบเกี่ยวกับ กำลังพล เกี่ยวกับงบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่โปร่งใส แล้วก็มีกำลังพลที่ไม่ได้ ปฏิบัติงานจริงอยู่ในพื้นที่ด้วย และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือว่าตัวงบประมาณเองอาจจะกลายเป็น ปัจจัยหรือว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้ นี่ก็เป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็ไปฟังคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงก็พบว่าในยอด ๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แบ่งเป็น ๒ ก้อน จริง ๆ บรรทัดเดียวเองในเอกสารงบประมาณขาวคาดแดง แต่แบ่งเป็น ๒ ก้อนคือ งบกำลังพลอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อำนวยการและบริหาร อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ไปแบ่งดูใน ๗ หน่วยงานที่ได้ ทบ. รับไปเยอะสุดคือ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รองลงมาก็จะเป็น กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ๕๗๑ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ มันจะมีงบที่คล้าย ๆ กันที่เรียกว่าค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน ที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่ก็ตั้งอยู่เหมือนกันในแผนงานบุคลากร เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับมี การตั้งงบที่เกี่ยวกับกำลังพลซ้อน ๆ กันอยู่ ประเด็นอยู่ตรงนี้ ประเด็นอยู่ว่าตัวอำนวยการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีทั้งอะไร มีทั้งค่าน้ำมัน ธุรการ ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุ ค่าซ่อมบำรุง เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค จัดหาครุภัณฑ์ต่าง ๆ เต็มไปหมดเลย คำถามก็คือเป็นไปได้ไหมที่ทาง กอ.รมน. จะแจกแจงรายละเอียดว่างบบรรทัดเดียวมันสามารถแบ่งจ่าย โครงการที่ขอมา มีรายการอะไร อย่างไรบ้าง แล้วก็ให้หน่วยงานต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ไม่ใช่ส่งมาแค่บรรทัดเดียว แบบนี้ เพราะท่านประธานผมไปเจออีกที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่นี่รับไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าของหน่วยงานตัวเองก็มีค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และพาหนะที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๙๒๕ ล้านบาท โดยสรุปงบกำลังพลพวกนี้สำคัญมาก เพราะว่าเราต้องให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจริง ถ้ามีเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติจริงงานมันก็จะโหลดกับคนที่ทำงาน และซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือมันจะ ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานถ้าตัดลดได้จริง ๆ ควรตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลย แต่ว่าถ้าไม่ได้อย่างไรอย่างน้อยที่สุดในปีหน้าคงต้องทำ รายละเอียดของงบก้อนนี้ให้ชัดเจน งบก้อนที่ ๒ ขอไสลด์ถัดไปนิดเดียว การสนับสนุนการใช้ งานเครือข่ายมวลชนเพื่องานด้านความมั่นคง เรื่องนี้น่าสนใจ เดิมทีเราเรียกกันในพื้นที่ว่า เป็นโครงการ ๔,๕๐๐ โครงการจ้างงานเร่งด่วนให้กับ ๓ กลุ่มเป้าหมาย ผู้ได้รับผลกระทบปีนี้ ได้ ๖๘ ล้านบาท มีราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน (อรบ.) และฟาร์มตัวอย่าง ๑๗๓ ล้านบาท แล้วก็มวลชนที่ช่วยเหลืองานภาครัฐอีก ๗๑ ล้านบาท และยังมีงานที่ทาง กอ.รมน. สร้างความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายทั้ง ๓ นี้ ในเอกสารคณะอนุกรรมาธิการบอกว่า ๒.๓ ล้านบาทท่านประธาน ประเด็นอยู่ตรงนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่าเฉพาะกลุ่มแรก ๖๘ ล้านบาท ผมเองลงพื้นที่ ท่านผู้นำฝ่ายค้านก็ลงไปกับผมวันก่อน เราก็พบกับผู้พิการซึ่งได้รับผลกระทบ กับเหตุการณ์ความรุนแรง ท่านก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่างบประมาณขาดหายไป ผมได้รับคำชี้แจง จากเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. เขาตั้งเกณฑ์ไว้ ๑๐ ปีว่าสำหรับผู้ได้รับผลกระทบนี้วางไว้ ๑๐ ปี คำถามคือทางผู้พิการซึ่งเป็นพลเรือนก็ตั้งคำถามว่าตัวเขาเองก็พิการเหมือนกันทำไม คนพิการถึงได้รับสิทธิไม่เท่ากันถ้าเทียบกับทางเจ้าหน้าที่ ท่านประธานคงทราบว่าเมื่อเช้า เราอภิปรายกันว่ามันมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบ ที่ได้รับเสี่ยงภัยในพื้นที่ชายแดนทางอีสาน กับทางภาคใต้ แต่ตอนนี้คำถามที่ผู้พิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งคำถามถึงมาตรการ ให้ความช่วยเหลือด้วยว่าตกลงตั้งเกณฑ์ไว้ ๑๐ ปี แต่ขาเขาไม่มีแล้วก็เลยเป็นคำถามว่า มาตรการปีนี้เราสามารถที่จะมาเติมเต็มหรือว่าปรับอย่างไรได้บ้าง แต่เฉพาะยอดนี้ผมก็ ไม่เห็นด้วยถ้าจะตัดเงินช่วยเหลือของผู้พิการ แต่ว่าจริง ๆ ในรายละเอียดงบที่ทาง กอ.รมน. ตั้งเอาไว้สำหรับผู้ปฏิบัติของ กอ.รมน เองสามารถตัดได้อีกประมาณ ๒๐ ล้านบาท ผมคิดว่า เฉพาะก้อนนี้เราสามารถทำให้มีประสิทธิภาพมากได้ แล้วก็คิดใคร่ครวญถึงผู้ที่ได้รับ ผลกระทบมากขึ้นด้วย สุดท้ายขอสไลด์สุดท้ายนิดเดียวท่านประธาน ไป ๆ มา ๆ ตอนนี้ ดูเหมือนว่า กอ.รมน. กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ว่าข่าวเมื่อสัก ๑๐ วันที่ผ่านมา สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะดูเบาลงไป แต่จริง ๆ ข้อเท็จจริงตัวเลขที่บอกว่า ตกเกณฑ์เพิ่มนะครับ แต่ล่าสุด กอ.รมน. ประกาศให้ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามและประกาศใช้ กฎอัยการศึก กลายเป็นดูเหมือนว่าตอนนี้ทาง กอ.รมน. ต้องการภัยคุกคามใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะมีเหตุผลในการตั้งงบประมาณเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ อันนี้ผมขอตั้งคำถามทิ้งท้ายเอาไว้ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ