ปทิดา หารือใช้งบกลางรองรับวิกฤตชายแดน ชูพัฒนาอีสานใต้ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

ปทิดา ตันติรัตนานนท์ หารือการใช้งบกลางในร่างงบประมาณปี 2569 โดยเสนอให้ปรับลดและใช้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและการบริหารจัดการชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างรุกเร้า แทนการรอใช้เฉพาะยามวิกฤติ พร้อมเน้นการวางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การอพยพ และการเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียกร้องให้พัฒนาพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ด้วยการสร้างหลุมหลบภัย สนับสนุนการดำรงชีพ และประกาศนโยบายช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ มาตรา ๖ งบกลาง ถูกตั้งไว้ ๖๓๒,๙๖๘.๘ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๖.๗ ของวงเงิน งบประมาณทั้งหมด ดิฉันได้แปรญัตติปรับลดลงไป ๔ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน เนื่องจาก เห็นว่าการใช้งบกลางที่ผ่านมามีความล่าช้าแล้วก็ไม่สามารถเยียวยาปัญหาความเดือดร้อนได้ ในทันที เช่น เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นในจังหวัดเชียงราย หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา ดิฉันขอสอบถามไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ว่าที่ได้มีการเพิ่มวงเงิน งบประมาณงบกลางอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะรองรับปัญหาที่ดิฉันจะได้พูดถึงต่อไปนี้ หรือไม่ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนทราบดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับงบกลางมากเพียงใด เพื่อจะจัด งบกลางเป็นเสมือนเงินติดกระเป๋าเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจำเป็น สามารถนำมาใช้แก้ปัญหา เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วแล้วก็เป็นธรรม แต่ถ้าหากมองลึกลงไปกว่านั้นท่านประธาน ดิฉันคิดว่างบกลางไม่ควรจะเป็นเพียงเงินที่นอนรอการใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น หรือว่า เมื่อเกิดเรื่องราวที่ไม่ปกติขึ้น แต่ควรเป็นงบที่ได้รับการวางแผนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่สงบ ทั้งหลาย หรือเพื่อใช้แก้ไขปัญหาไม่ให้ลามไปมากขึ้นกว่าเดิม จากสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา เราทราบข่าวกันมาตลอดท่านประธาน ดิฉันอยากเป็นส่วนในการ กระตุ้นให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่แม้ในขณะนี้เราจะเห็นว่าเรามีการเจรจาไปแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะยุติลงไปแบบไหน นี่คือเวลาของการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในเชิงรุกให้มีมากขึ้นในรูปแบบที่อาจจะ ไม่เหมือนเดิม นั่นคือการนำงบกลางไปใช้เพื่อแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมสำหรับ สถานการณ์ที่เราไม่พึงประสงค์ ถ้าหากใครจะถามว่าทำไมต้องเป็นงบกลาง ก็อย่างที่เรา รู้กันอยู่ในขณะนี้ว่าเรากำลังจะผ่านวาระที่สอง วาระที่สามของงบประมาณปี ๒๕๖๙ ในอีกไม่กี่วันนี้ หลายกระทรวงแล้วก็หลายหน่วยงานได้วางแผนจัดการงบประมาณไป เรียบร้อยหมดแล้ว และแน่นอนว่าคงจะเป็นการช้ามากเกินไปถ้าเราจะต้องไปตั้งงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในงบประมาณปี ๒๕๗๐ การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ ครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เราได้เห็นการบริหารการจัดการ ที่ไม่พร้อมหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่อพยพ การบูรณาการของแต่ละกระทรวง ก็ไม่สามารถที่จะสอดคล้องกันไปได้ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะได้รับการอนุมัติ งบกลางไปยังจังหวัดที่ประสบเหตุจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ก็ทำให้เห็นว่าการเบิกจ่าย เงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นไปในรูปแบบที่อาจจะยังไม่มีความชัดเจน หลายจุดไม่ได้ มีการเบิกเงินงบประมาณและอีกหลายจุดก็ไม่สามารถเบิกเงินได้ทันตามเวลา ถ้าเราไม่ได้ คนไทยที่ใจดีกันทั่วสารทิศที่ส่งของกันมาบริจาค มาช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งเป็นอาสาสมัคร ก็ดี ส่งโรงครัวมาช่วยก็ดี การกระจายข่าวก็ดี ดิฉันมั่นใจว่าปัญหาเราน่าจะมากกว่านี้แน่นอน จากปัญหาข้างต้นนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องมีการเตรียมความพร้อมในเชิงรุก ซึ่งเชื่อมโยงไปถึง ข้อเสนอแนะที่ดิฉันอยากให้รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนโดยการใช้งบกลางคือ ในพื้นที่ ชายแดนไทย-กัมพูชา ควรจะมีการเตรียมความพร้อมด้านคน มีการพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและกำลังพลเหล่านั้นก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยดูแลพี่น้องประชาชนได้ทันที

๒. การเตรียมความพร้อมด้านการวางแผนงาน ขั้นตอนการทำงานหรือ กระบวนการทำงาน เช่น เมื่อเกิดเหตุความไม่สงบตั้งแต่เริ่มแรก สถานที่ที่จะอพยพไป เรามีความพร้อมมากขนาดไหน ถ้าไม่พร้อมหน่วยงานไหนจะเข้าไปดูแล งบประมาณจะเบิก ได้จากส่วนไหน กระบวนการเบิกจ่ายเงินตั้งแต่เริ่มอพยพ ระหว่างอพยพ หรือแม้กระทั่ง อพยพไปแล้ว หรือว่าจะกลับบ้าน เราจะได้เงินเยียวยาจากส่วนไหนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ควรจะมีการวางขั้นตอนระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินเพื่อให้เกิดความสะดวกแล้วก็ถูกต้อง ตามระเบียบ ก็จะทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานมีความสามารถที่จะทำงานได้อย่างถูกต้อง ตามระเบียบที่วางเอาไว้ แล้วก็ทำให้งานต่าง ๆ ไม่เกิดการสะดุดขึ้น

๓. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ของเรา ควรจะมีการพัฒนา ที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นเพื่อให้ประชาชนเกิดความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้าง อาชีพที่แข็งแรงมากขึ้น สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะที่พวกเราต้องการอย่างมาก ในตอนนี้คือหลุมหลบภัย ดิฉันอยากเห็นเงินจากงบกลางลงไปช่วยเหลือก่อสร้างหลุมหลบภัย ให้กับพี่น้องประชาชนควรจะต้องมีทุกหมู่บ้านในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แล้วก็มีนโยบายที่จะ ตอบรับความต้องการของประชาชนได้ เพราะดิฉันเชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมตั้งแต่เริ่ม ย่อมนำไปสู่ความเข้มแข็งให้กับชุมชน ไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายเพียงใดก็ตามท่านประธาน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ จนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม ๒ สัปดาห์แล้ว ดิฉันแล้วก็พี่น้อง ตามแนวชายแดนเรายังไม่ได้รับข่าวคราวว่ารัฐบาลจะมีนโยบายช่วยเหลือพี่น้องชายแดน ที่เราอพยพได้อย่างไร เริ่มตั้งแต่ ชรบ. ที่ดูแลทรัพย์สินและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่อย่างหวาดหวั่นมาหลายคืน ชาวบ้านที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากลูกระเบิด ลูกปืน หรือจะเป็นลูกเล็กเด็กแดงที่จะต้องหยุดเรียน แม้กระทั่งชาวบ้านที่อพยพไร้บ้าน ไร้ที่อยู่ ไร้เงิน นอนไม่หลับตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ในศูนย์อพยพ ดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบเหล่านี้ย่อมมีคำถามมากมายที่พวกเขาต้องการสอบถามจากรัฐบาล แน่ชัดแล้วว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เราไม่รู้ว่าจะจบไปเมื่อไร อย่างไร เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวรับความพร้อมไว้ตั้งแต่เริ่มต้นก็เป็นการเตรียมข้อปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อให้ เจ้าหน้าที่ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที เพราะท่ามกลาง ข่าวที่ไม่แน่นอนของเหตุการณ์ชายแดนอีสานใต้ ที่พวกเราก็อาจจะได้ยินไปอีกหลายวันค่ะ ท่านประธาน ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ชาวบ้านต้องพบอยู่ตลอดเวลาดิฉันเกรงว่า เราอาจจะยังไม่ทันได้เรียนรู้แล้วก็เตรียมตัวให้ดีจากบทเรียนครั้งนี้ จนสุดท้ายอาจจะมีอะไร เกิดขึ้นโดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ นั่นคือสิ่งที่ดิฉันมองว่างบกลางเป็นงบประมาณ ที่จำเป็น แล้วก็ควรจะต้องใช้อย่างมีประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน