ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ วิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ที่ขาดดุลต่อเนื่องและทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูง พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างระบบงบประมาณใหม่ทั้งในด้านบทบาทของสำนักงบประมาณและการจัดเก็บภาษี เพื่อยุติวงจรการกู้เงินและสร้างความยั่งยืนทางการคลัง โดยเน้นลดรายจ่ายไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่อรองรับปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ทำงบประมาณแบบนี้ ทุกปี ประเทศไปไม่ได้ วันนี้ผมจะอภิปรายมาตรา ๔ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ สภารับหลักการมาวาระแรกประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ตั้งงบประมาณไว้ ๓,๗๘๐,๖๐๐ ล้านบาท หลังจากนั้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณ ตัดไปเท่าไร ๘,๙๒๐ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๒๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเองเห็นว่ายังไม่พอ ท่านประธานตัดอีก ผมเสนอในการอภิปรายครั้งนี้ให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันตัดอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดของปี ๒๕๖๙ คือยอด ๑๘๙,๐๓๐ ล้านบาท นี่คือที่ขอตัดเพิ่มซึ่งมากกว่าของที่คณะกรรมาธิการเสนอมา กรรมาธิการเสนอมาแค่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ผมบอกตัดไปเลย ๕ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้เปิดดูงบประมาณของประเทศครับ ท่านประธาน ไม่ต้องเรียนเศรษฐศาสตร์ ไม่ต้องเป็นนักการเงินเปิดดูแล้วอย่างไร หดหู่ เปิดดู แล้วอย่างไร มันเศร้าใจจริง ๆ ท่านประธาน มันไม่มีความหวังกับงบประมาณของประเทศ กับแผนงบประมาณ กับการทำงบประมาณแบบนี้ท่านประธาน ถ้าเป็นบริษัทเจ๊งเลย เพราะอะไร เป็นงบประมาณขาดดุลมา ๒๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นบริษัท ไปดูครอบครัว ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งถ้าทำงบประมาณแบบรัฐบาลเจ๊งแน่นอน ผมเลยอยากให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตมาทำหน้าที่ที่มีความเข้าใจในเรื่องงบประมาณ ไม่ว่าคนจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นรัฐมนตรี มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของงบประมาณที่สำคัญผู้ว่าแบงก์ชาติ ที่สำคัญมากที่สุด ที่เรามองข้ามคือผู้อำนวยการสำนักงบประมาณนี่คือผู้มีอิทธิพลตัวจริง ผมอภิปรายมา หลายสมัยแล้วว่างบประมาณประจำปีคนอยู่เบื้องหลังผู้มีอิทธิพลตัวจริงทั้งก่อนเข้าสภา หลังเข้าสภาคือผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมาวิพากษ์วิจารณ์ นายกรัฐมนตรีคนอื่น แต่ถ้าให้ตรงเป้า ผอ. สำนักงบประมาณ เพราะฉะนั้นที่เข้าใจระบบ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และกล้าเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบงบประมาณ กล้าเปลี่ยนระบบ ไม่พอท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังต้องกล้าในการจัดเก็บภาษีที่เป็นเรื่องท้าทาย ของรัฐบาลและเป็นของประเทศ ท่านประธานวิกฤติงบประมาณมันเกิดจากอะไร เกิดจาก การขาดดุลต่อเนื่องทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๙ เป็นงบประมาณที่ขาดดุลท่านประธาน มันขาดดุลไปเท่าไร ๘๖๕,๐๐๐ ล้านบาท คำว่า ขาดดุล หมายถึงอะไร รายได้ไม่พอรายจ่าย งบประมาณนี้ต้องทำอะไร กู้ ต้องไปกู้มาอีก ๘๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการขาดดุลงบประมาณที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ ๑๙ ปีแล้ว ขาดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา ๑๙ ปี หนี้สาธารณะจีดีพีปาเข้าไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในช่วงโควิดรัฐบาลก็ให้พวกผมขยายเพดานหนี้ปาเข้าไปเท่าไร ๖๖.๙ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๘ และมีการคาดว่าจะแตะเพดานหนี้ที่เรากำหนดไว้ที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๒ ปีนี้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลปัจจุบันท่านจะทำอย่างไร รัฐบาลในอนาคตจะทำอย่างไร สาเหตุของการขาดดุลเป็นการจ่ายงบประมาณสูงเกิน รายจ่ายประจำสูงเกินคือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าเงินเดือนของข้าราชการ สวัสดิการ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แต่มาดูงบลงทุน ๒๒.๗ เปอร์เซ็นต์ หนี้สาธารณะ ๑๔ ล้านล้านบาท สรุปง่าย ๆ ๔ ปีงบประมาณหลังจากนี้เราไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทหนึ่ง ไปใช้หนี้สาธารณะ ๔ ปี ประเทศมันจะอยู่ได้หรือเปล่า ถึงเวลานี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณต้องทบทวน ครับท่านประธาน วิธีการในการจัดทำงบประมาณประจำปีรูปแบบใหม่ และทบทวนในเรื่อง ของภาษีซึ่งเป็นรายได้ของประเทศในรูปแบบใหม่ ถ้าไม่มีการแก้ไขครับ จัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๗๐ ที่จะให้หน่วยรับงบประมาณเริ่มส่งภายในเดือนธันวาคมนี้ มันเหมือนเดิมอีกครับ เพราะอะไร เพราะท่านสั่งให้หน่วยรับงบประมาณ อบต. เทศบาล โรงเรียนเสนอคำของบประมาณมาแล้วเอาไปใส่ในกรอบงบประมาณเท่าเดิม และที่สำคัญ ต้องกู้เพิ่มเพื่อไปปิดเหมือนที่ผมได้อภิปราย เพราะฉะนั้นเอาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ผ่านช่องทางเป็นเรื่องปกติ เอาไปผ่าน ครม. ครม. เอามาผ่านสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรก็ไปผ่านกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนนี้ หลังจากนี้เราก็ไปผ่านวุฒิสภา มันก็เป็น วงจร Loop เดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
สุดท้ายนี้ผมขอเสนอให้รื้อโครงสร้างงบประมาณประเทศใหม่สักครั้งครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศ ผมทนดูมา ๖ ปีงบประมาณเลยครับท่านประธาน เป็น สส. มา ๒ สมัย วันนี้เลยถือโอกาสได้อภิปราย รัฐบาลที่มาบริหารในอนาคต ๑. ต้องทบทวน งบประมาณให้เกินดุลและทันสมัย ๒. ตัวอย่างความล้มเหลวของรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาล ปี ๒๕๖๘ ล้มเหลวอย่างไรครับ ตั้งงบประมาณไว้ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะไปจ่ายให้กับ ดิจิทัล รัฐบาลชุดนี้ครับ เปลี่ยนมาเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑,๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ ๑,๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอยู่ที่ไหนครับท่านประธาน วันนั้นท่านให้ข้อความ ให้เหตุผล ในการตั้งงบประมาณพอวันนี้ท่านเปลี่ยนงบ นี่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกผม ติดคุกท่านประธาน ๕. มุ่งแต่เรื่องประชานิยม ไม่เน้นหารายได้จัดเก็บ ๖. วิกฤติรอบด้าน ท่านประธาน วันนี้เกิดวิกฤติเรื่องความมั่นคง เขมร พม่า และบ้านผม ๓ จังหวัดชายแดน ยังไม่สงบ ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ วิกฤติการค้า รัฐบาลจะทำอย่างไร การค้าวันนี้ยังขยับหรือ ไม่ขยับท่านช่วยอธิบายหน่อย สิ่งที่สำคัญภาษีทรัมป์ได้มา ๑๙ เปอร์เซ็นต์ แต่เหตุผลที่เรา ไปแลกยังไม่ได้มาเปิดเผยต่อสาธารณะ สิ่งที่สำคัญท่านรัฐมนตรี ท่านกรรมาธิการที่นั่งอยู่ วันนี้สินค้าเกษตรตกต่ำเราพูดกันทั้งสภาไม่รู้กี่เดือนแล้ว ยางพารา ปาล์ม ข้าว อ้อย ทุเรียน ข้าวโพด มัน หมดทุกชนิดครับท่านจะแก้ไขอย่างไร เพราะฉะนั้นร่วมพลังเพื่อประเทศไทย แก้วิกฤติงบประมาณแผ่นดิน ผมไม่อาจให้งบประมาณตัวนี้ผ่านในมาตรา ๔ ได้ ในความเห็น ส่วนตัว มาตรา ๔ นี้ขอตัดตามเหตุผลข้างต้น ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ