ณัฐพล ยืนยันชี้แจงมาตรการชายแดน เน้นผ่อนผันเพื่อชีวิตประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ณัฐพล นาคพาณิชย์ ยืนยันความตั้งใจในการชี้แจงข้อมูลต่อสภา แม้จะมีความละเอียดอ่อนแต่ยินดีตอบคำถามเพื่อแก้ปัญหา โดยชี้แจงมาตรการควบคุมชายแดนโดยเน้นการผ่อนผันเพื่อรักษาชีวิตและอาชีพประชาชน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเจรจายกเลิกมาตรการดังกล่าวผ่านกระบวนการ GBC และใช้การชี้แจงข้อเท็จจริงแทนการตอบโต้ทางโซเชียลมีเดีย

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษา ราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ความจริงวันนี้ข้อมูลอะไรต่าง ๆ ที่ผมไม่อยากจะชี้แจงต่อสังคมนะครับ แต่วันนี้ผมได้มาชี้แจง ในสภาเพราะผมให้เกียรติสภาครับ ถึงแม้ว่าจะเกิดประเด็นละเอียดอ่อนเกิดขึ้นต่อไปก็ตาม ผมคิดว่าอยู่ในกรอบที่สามารถที่จะพอแก้ปัญหาได้ผมยินดีที่จะตอบครับ

ประเด็นแรกนะครับ ในการกดดันที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า จริง ๆ แล้วเราห่วงใยผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ถึงแม้ดูคล้าย ๆ ว่าออกมาตรการจำกัด โดยไม่ดูรายละเอียด มิได้ครับ คือจริง ๆ แล้วมาตรการจำกัดน้อยมาก ความจริงน้อยมาก มุ่งต่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเดียวนะครับ เราเว้นในเรื่องการดำรงชีวิต ประจำวัน การประกอบอาชีพ โดยใช้กรอบของมนุษยธรรมนะครับ ท่านประธานจะเห็นภาพ ข่าวในหนังสือพิมพ์นะครับ มีการช่วยเหลือในเรื่องการรักษาพยาบาล หรือการข้ามมาซื้อ เครื่องอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็น ท่านประธานลองนึกภาพดูนะครับว่าพี่น้องประชาชนตาม แนวชายแดน ถ้าจะซื้อของที่สำคัญ ๆ ต้องย้อนกลับเข้าไปในเมือง จะทำให้เกิดความยุ่งยาก ลำบากขนาดไหนนะครับ ที่ผ่านมาเขาก็เดินข้ามชายแดนมาซื้อของที่ฝั่งเรา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ยังผ่อนผันให้นะครับ ผมได้แจ้งให้กับทีมสื่อสารยุทธศาสตร์ของ ศบ.ทก. ว่าต่อไปขอให้ เอาภาพที่มีคนเคลื่อนไหวอยู่ในภาพเอามาด้วย เพราะว่าภาพที่ผมนำมาวันนี้เป็นขั้นต้นซึ่งได้ สั่งการไปเมื่อวาน ก็ได้แต่ภาพที่ไม่มีคน ผมต้องกราบขออภัยท่านประธานที่ทำให้หลายท่าน ก็ยังมองว่ามันไม่มีการที่จะผ่อนอะไรกันเลย จริง ๆ มีการผ่อนครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ในห้วงสถานการณ์ปัจจุบันพี่น้อง เกษตรกรตามพื้นที่ทางแนวชายแดนโดยเฉพาะภาคตะวันออก มีการที่จะต้องเก็บผลผลิต ซึ่งจำเป็นต้องใช้แรงงานทางประเทศกัมพูชาซึ่งมีปัญหาครับ เพราะว่าแรงงานประเภทนี้เรียก แรงงานตามฤดูกาลนะครับ หรือเรียกภาษากระทรวงแรงงานว่าแรงงานตามมาตรา ๖๔ ของ พ.ร.ก. แรงงานคนต่างด้าว ซึ่งเขาจะอยู่ได้แค่ ๙๐ วัน แล้วใน ๙๐ วันนี้เขาจะต้องไปต่อ อายุทุก ๓๐ วัน เพราะฉะนั้นถ้ามาตรการมันเป็นอย่างนี้ก็จะไม่สามารถทำได้ ทาง ศบ.ทก. โดยรัฐบาลก็เร่งรัดดำเนินการที่จะผ่อนผันให้ อันนี้คือเราคำนึงถึงรายละเอียดครับ เรามอง รายละเอียดทุกอย่าง เพียงแต่ว่ากราบขออภัยที่ผมกังวลเรื่องเวลาทำให้ผมไม่ได้ลง รายละเอียดให้ท่านนะครับ แต่ก็กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่าน ผู้ทรงเกียรติที่ท่านได้กรุณาซักถามเรื่องนี้ผมก็เลยถือโอกาสนี้ได้ชี้แจงนะครับ แล้วในเรื่องของ การที่ห่วงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ห่วงผลกระทบก็ได้พยายามจะคลี่คลาย ผมได้ กราบเรียนไปเมื่อสักครู่แล้วว่าเรา Balance นะครับ เราสร้างความสมดุลและความรู้สึกของ คนในสังคมทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะฉะนั้นการที่จะผ่อนแบบอยู่ดี ๆ กำหนดมาตรการควบคุมขึ้นมา อยู่ดี ๆ ก็ผ่อนไปเฉย ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็คือปัจจุบันนี้กำลังเชิญชวนทางฝ่ายกัมพูชาให้ เข้าสู่กระบวนการ GBC ถ้ากระบวนการนี้สำเร็จนะครับ ในสาระที่กำหนดไว้ในการประชุม GBC ครั้งนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเลยนะครับ จริง ๆ แล้วที่ผมระวังอยู่เสมอ ก็คือไม่อยากจะพูดก่อนนะครับ แต่เป็นประเด็นที่ผมมั่นใจว่าพูดได้ คือเราจะคุยกัน ๒ เรื่อง เท่านั้น ใน GBC ครั้งนี้จะไม่คุยเรื่องอื่นเลย ๑. ก็คือการคุยเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลังกลับ ที่ตั้งปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ วาระที่สอง อีกวาระหนึ่งก็คือเราจะประชุมเรื่องการยกเลิกมาตรการควบคุมตามแนวชายแดนนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียด ตรงนี้ละครับในรายละเอียดที่ปัจจุบันยัง ไม่ลงตัว เพราะว่าด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังระแวงนะครับ การระแวงจาก Social นะครับ จากโลก Social ทีนี้มาสู่คำถามต่อไปที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถามว่าเราเสียรู้เรื่องการ สื่อสารนะครับ โต้กันไปมาตรงนี้ก็มีข้อพิจารณาหลายอย่างครับ เราหารือกันในส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง บอกการที่ Uncle Post มาเรา Post กลับไป Uncle Post มาเรา Post กลับไป มันก็จะเป็นการตอบโต้ทาง Social จริง ๆ การเมืองระหว่างประเทศมันควรจะมีการตอบโต้ กันทางหนังสือราชการ ที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าไม่มีการตอบโต้เป็นหนังสือราชการ สักฉบับเดียวนะครับ มีการตอบโต้ทางเฟซบุ๊ก ผมเองเป็นคนที่กราบขอความกรุณาท่าน นายกรัฐมนตรี คือท่านนายกรัฐมนตรีผมยืนยันด้วยตัวเองเลยว่าท่านนายกรัฐมนตรีอยากจะ Post โต้บ้าง ผมบอกว่าขอนะครับ คือถ้าโต้กันไปโต้กันมาทาง ศบ.ทก. ก็จะแก้ปัญหายากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากครับ ตัดพ้อต่อว่า ศบ.ทก. ว่าช้า ไม่ตอบโต้ แต่การตอบโต้ของ ศบ.ทก. คือการชี้แจงข้อเท็จจริง เช่น ยกตัวอย่างที่ท่านเห็นเมื่อสักครู่ครับ ในเมื่อ Uncle บอกว่าเราปิดฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่ปิด การตอบโต้ของเราก็คือเอาภาพให้ดู ว่าจริง ๆ ของกัมพูชานั่นละปิด เราไม่ได้ปิด นี่คือการตอบโต้แบบชี้แจงข้อเท็จจริงครับ เราจะ ไม่ตอบโต้แบบเถียงกันไปเถียงกันมา ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่จบ พอไม่จบปั๊บความตึงเครียด หรือว่ามาตรการต่าง ๆ เราจะยกเลิกได้อย่างไร ไม่เชื่อท่านผู้ทรงเกียรติลองไปพูดคุยกับ สายแข็งได้เลยว่าเขาจะยอมไหมครับ อยู่ดี ๆ วันหนึ่งยกเลิกมาตรการโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในการสร้างสมดุลในการบริหารสถานการณ์ก็จะใช้วิธีว่าคุยกัน แล้วคุณถอน กำลังเราก็จะยกเลิก ตรงนี้มันเป็นเหตุเป็นผลอันนี้คือยืนยันว่าทางรัฐบาลโดย ศบ.ทก. ห่วงใย พี่น้องประชาชน อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานยืนยันครับ ประการสุดท้ายครับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถามว่าเราได้มีการใช้กลไกทางการทูตไหม แน่นอนครับ ใช้แน่นอน แต่ที่เราไม่สามารถมาเปิดเผยได้ การทูตที่เราใช้ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เราใช้ทั้งการทูตของกระทรวงการ ต่างประเทศและท่านประธานก็คงทราบนะครับ เรามีการทูตทางทหาร เรามีผู้ช่วยทูตทหาร อยู่ในต่างประเทศ เรามีการสื่อข้อความ สื่อข้อห่วงใยไปยังประเทศมหาอำนาจนั้นว่า เราห่วงใยในสถานการณ์อย่างนี้ แล้วเราก็เรียนย้ำไปว่าอย่างไรก็ตามประเทศไทยยึดถือ นโยบายสมดุลคือเราก็ไม่พูดตรง ๆ ถ้าพูดตรง ๆ ก็ยิ่งเป็นการทำให้เกิดประเด็นขึ้นมาอีก เราจะแจ้งไปทางประเทศมหาอำนาจว่าอย่างนี้ ๑. ก็คือประเทศไทยยึดนโยบายสมดุล ๒. คือเราห่วงใยการที่ฝ่ายเพื่อนบ้านของเราทำลักษณะอย่างนี้ อันนี้คือสิ่งที่เราแจ้งไป แจ้งด้วยภาษาการต่างประเทศ โดยใช้ช่องทางของการทูตทางทหาร แต่กระทรวงการ ต่างประเทศชี้แจงอย่างไร ทำอย่างไร ผมขออนุญาตไม่ชี้แจงเพราะว่าเป็นการก้าวก่าย หน่วยงาน ส่วนที่ทำนี้คือทำในส่วนของการทูตทางทหารครับ กราบขอบพระคุณท่าน ประธานครับ ผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ทรงเกียรติ ผมได้ ร่วมทำงานกับหลายท่าน ผมต้องขอบพระคุณจริง ๆ หลายข้อคิดหลายประเด็นเป็นข้อคิด ที่มีประโยชน์ซึ่งผมเองก็นำมาใช้ ผมไม่ได้ถือว่าผมเป็นรัฐบาลแล้วจะไม่นำข้อคิดเห็นของ ฝ่ายค้านมาใช้ เพราะว่าข้อคิดเห็นใดที่เป็นประโยชน์ก็ต้องนำมาใช้ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ ของชาติแล้วก็ประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ