ณัฐพล ชี้แจงมาตรการควบคุมจุดผ่านแดน 4 ขั้นตอน ย้ำไม่ปิดด่านจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ณัฐพล นาคพาณิชย์ ขอขอบคุณฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือและชี้แจงมาตรการควบคุมจุดผ่านแดน 4 ขั้นตอน เพื่อลดอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเน้นย้ำว่าปัจจุบันใช้เพียงข้อจำกัดบุคคลและเวลาเท่านั้น ไม่มีการปิดด่านจริง แม้จะสร้างความกังวลต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ยังนำเสนอประเด็นความมั่นคงและการประสานงานกับ JUSMAG โดยยืนยันการรักษาสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ และชี้แจงว่ากองทัพต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรักษาเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมยอมรับว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมานี้ผมได้ ทำงานกับทางฝ่ายค้านหลายท่าน ผมได้เห็นว่าทางฝ่ายค้านได้มองประโยชน์ของประชาชน ผมขออนุญาตพาดพิงนะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคง ท่านก็ได้ให้คำแนะนำซึ่งคำแนะนำเหล่านั้นผมก็ได้นำมาใช้ในการเป็นแนวทางด้วยนะครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะ กราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ประเด็นแรกนะครับ เรื่องความกดดันนี่ จริง ๆ แล้วผมมองว่าจาก Social ในห้วงเวลาที่ผ่านมาที่ Uncle Post มาตลอดนี่มันทำให้มี ความรู้สึกว่าเราใช้ความกดดันที่ตึงเครียด ผมเลยขออนุญาตท่านประธานที่จะชี้แจง รายละเอียดนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องมาตรการที่เราใช้อยู่ ผมขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

สไลด์เรื่องการควบคุมจุดผ่านแดน ตามสไลด์นี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ามาตรการควบคุมจุดผ่านแดน ที่ผ่านมาที่เราใช้อยู่มันมีอยู่ ๔ ขั้นตอน ขั้นตอนที่ ๑ เป็นการจำกัดบุคคล ยานพาหนะในการ ผ่านจุดผ่านแดน ผมกราบขออภัยที่อาจจะตัวเล็กไปบ้างครับ แต่ก็ให้ท่านเห็นตัวหลัก ๆ ว่า มันมี ๔ ขั้นตอน ขั้นตอนที่ ๑ คือจำกัดบุคคลแล้วก็ยานพาหนะในการผ่านจุดผ่านแดน อันนี้เราใช้แล้วนะครับ เราจำกัดบุคคลว่าใครผ่านได้ ใครผ่านไม่ได้ ขั้นตอนที่ ๒ จะเป็นการ จำกัดเวลา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ คำว่าจำกัดเวลา เช่นด่านเคยเปิด ๖ โมงเช้า ถึง ๔ ทุ่ม เช่นที่คลองลึก ปัจจุบันเปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา คือลดเวลาลง จำกัด เวลาลง หรือบางด่านเคยเปิด ๕ วันก็อาจจะเปิดแค่จันทร์ พุธ ศุกร์ เหลือ ๓ วัน อันนี้คือ จำกัดเวลานะครับ ขั้นตอนที่ ๓ คือปิดนะครับ ถ้าจุดไหนที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นเราก็จะปิดจุดผ่านแดนเลยนะครับ ขั้นตอนที่ ๔ คือปิดตลอดแนวตั้งแต่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด ๗ จังหวัด อันนี้คือการปิด ตลอดแนวนะครับ แต่ในห้วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายนนะครับจนกระทั่งวันนี้ เราดำเนินการเพียงขั้นที่ ๑ กับขั้นที่ ๒ คือจำกัดบุคคล ยานพาหนะ แล้วก็จำกัดเวลาเท่านั้น เรายังไม่มีการปิดจุดผ่านแดนเลย ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามเรื่องนี้ ว่าเรากดดันอะไรนะครับ จริง ๆ ถ้าเรียกว่ากดดันนี่แทบจะไม่ได้กดดันอะไรมาก เพียงแต่ว่า แบบที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้จากการที่มีการ Post ใน Social ทำให้รู้สึกว่ามีความกดดัน แล้วก็สื่อมวลชนหลายท่านก็เข้าใจว่าปัจจุบันเราปิดจุดผ่านแดน ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานนำเสนอภาพต่อไปว่าเป็นภาพจุดผ่านแดนที่ปัจจุบันที่เป็นอยู่ ท่านเห็นไหมครับ ที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ สีน้ำเงินคือจุดประตูฟังเรานะครับ เราเปิดอยู่นะครับ แล้วท่าน ดูตรงสีแดงเป็นประตูฝั่งกัมพูชา กัมพูชาปิดนะครับ ต่อไปนะครับ ช่องจอมที่จังหวัดสุรินทร์ ท่านเห็นไหมครับ แต่ช่องจอมที่จังหวัดสุรินทร์ประตูใกล้กันมาก ประตูอยู่ติดกันนั่นละครับ ถ้าปิดทั้งคู่ประตูจะซ้อนกันอยู่เลยนะครับ ฝั่งเราเปิด อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปจัดฉาก เป็นของจริง กราบเรียนด้วยเกียรติ ถ้าท่าน สส. ท่านใดไปพบว่าที่ผมนำเสนอไม่เป็นความจริงนี่ ท่านสามารถมาประจานได้ทางสื่อเลยนะครับ นี่คือเรื่องจริงนะครับไม่ได้ภาพจัดฉาก ต่อไปที่คลองลึก ที่คลองลึกท่านจะเห็นไหมว่าฝั่งกัมพูชาก็ปิด ฝั่งเราเปิด คือไม่ได้ถ่าย ไม่ได้ นำภาพทุกจุดมา เพราะว่าบางจุดภาพเห็นไม่ชัด นี่เราเลือกภาพที่เห็นชัด ๆ แต่ทุกจุดทำ เหมือนกันหมด จุดสุดท้ายที่นำเสนอก็คือที่บ้านแหลม ที่บ้านแหลมท่านก็จะเห็นเหมือนกัน ฝั่งเราเปิด แล้วก็ฝั่งกัมพูชาปิดอยู่ อันนี้คือสภาพความเป็นจริง ผมต้องกราบเรียนท่าน ประธานผ่านไปยังผู้ทรงเกียรติทุกท่าน หรือแม้กระทั่งท่านพี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ว่า ขอโปรดเข้าใจ หรือทางสื่อมวลชนก็โปรดเข้าใจว่าปัจจุบันเราเปิด เพียงแต่ว่าใช้มาตรการ จำกัด ๒ ขั้นตอนเท่านั้นเอง เลยมีความรู้สึกว่ามันกดดันมาก ความรู้สึกที่กดดันมากคือเป็น ความรู้สึกที่ทางฝ่ายผู้นำกัมพูชา Post มา ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นสถานการณ์ความ ตึงเครียดอะไรต่าง ๆ การ Post ต่าง ๆ นั้นผมเข้าใจว่าท่านผู้นำกัมพูชาอยู่ที่พนมเปญ ท่านก็ คงได้รับการบอกเล่าซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อน แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้ว ต่อประเด็นคำถามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถามว่าการกดดันมีความ มุ่งหมายอย่างไรกันแน่ จริง ๆ แล้วความกดดันที่เกิดขึ้น ถ้าท่านเห็นขณะนี้จริง ๆ ไม่ได้กดดัน ทางด้านเศรษฐกิจเท่าไรนัก แต่เรากดดันทางด้านกระบวนการอาชญากรรม ซึ่งเป็นไปตาม ความร่วมมือกับ UNODC ตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว คือได้แก่พวก Scammer ซึ่งปรากฏ ว่าจากสถิติข้อมูลของตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปว่าตั้งแต่ ๗ มิถุนายน จนกระทั่ง ถึงปัจจุบัน สถิติ Scammer ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จริง ๆ สำนักงานตำรวจแห่งก็ชาติอยากให้ เราใช้มาตรการนี้ต่อไป แต่ผมเห็นด้วยกับท่านผู้ทรงเกียรติว่าถ้าเราทำอย่างนี้ต่อไป พี่น้อง ประชาชนตามแนวชายแดนจะได้รับความเดือดร้อน ซึ่งวันที่ผมร่วมคณะท่านนายกรัฐมนตรี ไปตรวจเยี่ยมพื้นที่นั้นพี่น้องประชาชนตัดพ้อต่อว่าเป็นอย่างมากว่าเมื่อไรจะยุติ แต่สิ่งที่ผม เจ็บปวดในฐานะเป็นรัฐบาลก็คือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ต่อว่าว่าเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ตึงเครียดแล้วทำไมดึงเขามาเกี่ยวด้วย ตรงนี้ซึ่งเป็น ความเจ็บปวดที่ผมอยากจะกราบเรียนขอความเห็นใจจากท่านประธานว่าการบริหาร สถานการณ์เป็นไปด้วยความยากมาก เพราะในสังคมมีทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายที่อยากให้ใช้สายแข็ง ก็มี ผมมั่นใจว่าท่านผู้ทรงเกียรติท่านได้ยินจากในสื่อ Social ในสังคมอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนก็โอดครวญ เขาตัดพ้อต่อว่ารัฐบาลว่า วางแผนในห้องแอร์ ซึ่งเป็นคำพูดซึ่งฟังแล้วผมเจ็บปวดมาก จริง ๆ ผมไม่ได้วางแผนใน ห้องแอร์ ผมฟังข้อมูลจากหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลที่สะเทือนใจ เมื่อเด็กนักเรียนนั่งเรียนต้องระวังต้องฟังเสียงไซเรนว่าไซเรนจะดังขึ้นเมื่อไร อันนี้คือสิ่งที่ ศบ.ทก. ระมัดระวังในการที่จะไม่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย เพราะว่าถ้าเหตุการณ์บานปลายแล้ว ผลความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้เกิดกับกองทัพอย่างเดียว จะเกิดกับประชาชนด้วย ปัจจุบัน ทาง ศบ.ทก. พยายามสื่อสารทางเชิงยุทธศาสตร์ให้ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาเข้าใจว่า ภัยคุกคามวิกฤติที่อยู่ข้างหน้าเราคือภัยเศรษฐกิจที่กำลังคุกคามมาข้างหน้า แต่ถ้าเรามาเกิด การกระทบกระทั่งกันจนกระทั่งเกิดการรบกัน เกิดความเสียหายจะต้องมาฟื้นฟูประเทศ แล้วเราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่ ศบ.ทก. เน้นย้ำ กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ทรงเกียรตินะครับว่าเราเร่งรัด ยืนยันว่าใน ศบ.ทก. พยายามที่จะเร่งรัดให้การ โน้มน้าวเชิญชวนให้ทางฝั่งกัมพูชามาเข้าสู่บรรยากาศการเจรจาแบบทวิภาคี ตามที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่าในบรรยากาศของ GBC ดีขึ้นเล็กน้อย คือคำว่าดีขึ้น เล็กน้อยผมกราบเรียนย้ำอีกครั้งว่าคือเขาหันมาคุยด้วยแล้ว แต่ก่อนเขาไม่ยอมคุยเลย เขาบอกไม่คุย นอกจากเราจะต้องขึ้นสู่ศาลโลกอย่างเดียว แต่ปัจจุบันทางฝ่ายกัมพูชาเริ่มหัน มาคุยแล้ว แต่เพียงแต่ว่าเงื่อนไขในการต่อรองว่าประชุม GBC แล้วจะเป็นอย่างไร ปัจจุบัน อยู่ในขั้นการประสานงาน ส่วนในเรื่องการคลี่คลายคดีลอบสังหารนักการเมือง ในฝั่งฝ่าย กัมพูชาในประเทศไทยปัจจุบันขออนุญาตอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจแห่งชาติ ขออนุญาตไม่ชี้แจงนะครับ เพราะว่ามันเป็นประเด็นละเอียดอ่อนครับ

ต่อไปเรื่องสุดท้ายที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถาม เรื่องการประสาน JUSMAG ที่ท่านพูดถึงเมื่อครู่ผมจะไม่พูดซ้ำ เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมากครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาก่อน ความมั่นคง ยึดถือนโยบายสมดุลเป็นหลักเลย จะสร้างความสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ ทุกประเทศนะครับ เราจะพยายามระมัดระวังไม่ให้ประเทศไทยไปผูกพันกับประเทศใด ประเทศหนึ่ง ปัจจุบันนี้สื่อหลายสำนักก็นำเสนอว่ากัมพูชาที่ทำอย่างนี้ได้เพราะได้รับการ สนับสนุนจากประเทศที่อยู่ภาคเหนือตอนเหนือของเรา แต่ทางการทูตนะครับ สำนักงาน เอกอัครทูตของประเทศนั้นก็ได้ชี้แจงกับเราว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฝึก Dragon Gold ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ฝึกเพื่อจะมายั่วยุเพื่อมาแสดงกำลังกับฝ่ายเรา เพราะเราประเทศไทย เราฝึกกับ Cobra Gold กับอีกประเทศหนึ่ง กัมพูชาฝึก Dragon Gold กับอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกันเป็นเรื่องของการฝึกทหาร เป็นความร่วมมือทางอาหารนะครับ เพราะฉะนั้น เขายืนยันมาแล้ว เพราะฉะนั้นตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถามว่าการที่ทางกองทัพไป พูดคุยกับทาง JUSMAG นั้นทำไมฝ่ายการเมืองถึงได้ยับยั้ง เพราะฝ่ายการเมืองมอง ในเรื่องนโยบายระหว่างประเทศ การรักษาสมดุล กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้ซักถามเรื่องนี้ มันเป็นประเด็นสำคัญที่ย้ำว่า กองทัพไม่สามารถดำเนินการได้ตามลำพัง กองทัพต้องทำตามนโยบายรัฐบาล ตามที่ท่าน ผู้ทรงเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่นี้ว่ากองทัพเข้าไปประสานแล้วทำไมรัฐบาลยับยั้ง เหตุผล ได้ชี้แจงไปแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นก็คือ กองทัพทำตามนโยบายรัฐบาลครับ รัฐบาล ขอว่าให้รักษาความสมดุล ถ้าดึงอีกประเทศหนึ่งเข้ามาอาจจะทำให้เกิดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ได้ อันนี้คือแนวทางของด้านความมั่นคงครับ แต่อย่างไรตามในส่วนของผม ผมขออนุญาตกราบ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ทรงเกียรติที่ท่านได้กรุณามอบโอกาส มอบเวลา ให้ผม เพราะว่ามันเป็นประเด็นที่สำคัญมากเวทีนี้เป็นเวทีแรกและเป็นเวทีเดียวที่ผมจะทำให้ พี่น้องประชาชนทั้งหมดเข้าใจได้ วันนี้ผมได้ชี้แจงทั้งหมดไปเกือบหมดแล้วทั้ง ๆ ที่ในห้วง เวลาที่ผ่านมานี้ ผมมองว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ยิ่งชี้แจงไปเราก็จะเสียเปรียบทางฝั่งประเทศ เพื่อนบ้าน แต่ขณะเดียวกันผมก็คำนึงว่าภายใต้ระบอบประชาธิปไตย กองทัพหรือฝ่าย ความมั่นคงต้องใช้ฝีมือมากขึ้น จะมาบอกว่าเรื่องนี้ขอไม่ชี้แจง เรื่องนั้นขอไม่ชี้แจง ก็จะทำให้ พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ หรือว่าทางสภานิติบัญญัติไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมพยายาม ชี้แจงให้ได้มากที่สุด อะไรที่ชี้แจงได้ผมชี้แจงนะครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน ประธานและท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้เวลาทำให้ผมได้ชี้แจงได้ครอบคลุม ขอบคุณครับ