ณัฐพล ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เน้นสันติวิธีและมาตรการควบคุมเข้มงวด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ณัฐพล นาคพาณิชย์ ชี้แจงสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทยกัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากการใช้อาวุธหนักและเสนอแนวทางในการคลี่คลายปัญหาผ่านศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่ทำงานภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยสันติ พร้อมยอมรับความขัดแย้งในสังคมไทยระหว่างกลุ่มที่เรียกร้องให้ยุติความตึงเครียดเร็วกับกลุ่มที่ต้องการใช้มาตรการเข้มแข็ง

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๔ ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้ว โดยเลขาธิการกฤษฎีกาได้ชี้แจงว่ามีความรับผิดชอบอำนาจ หน้าที่เทียบเท่ากับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทุกประการ ตั้งแต่ผมเริ่มรับงานใหม่ กระทู้ถามสดแรกที่ผม ถูกตั้งคำถามได้รับความกรุณา ท่านผู้นำฝ่ายค้านกรุณาให้เกียรติตั้งกระทู้ถามสดผมประเดิม เป็นกระทู้แรก นับเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง กราบเรียนท่านประธาน โดยประสบการณ์เวลา ผมมาตอบกระทู้สดถ้าตอบกับท่านผู้ตั้งกระทู้ทีละคำถาม ปรากฏว่าท่านสามารถตอบคำถาม ให้กับท่านผู้ตั้งกระทู้ได้ แต่ปรากฏว่าเวลาผมกลับไปข้างนอกผมได้รับการต่อว่าว่าทำไม เรื่องนั้นไม่ทำ เรื่องนี้ไม่ทำ เพราะฉะนั้นผมกราบขออนุญาตชี้แจงในภาพรวมไปครั้งแรกก่อน อันนี้ต้องกราบขออนุญาตท่านผู้นำฝ่ายค้านด้วยชี้แจงภาพรวม แล้วหลังจากนั้นถ้าท่านมีคำถามเพิ่มเติมผมยินดีที่จะตอบจนกระทั่งหมดเวลาครับ สำหรับ เรื่องแรกที่ท่านได้กรุณาตั้งคำถามมานั้นว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ตามที่ท่านได้ รับทราบว่าเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ที่มีการเคลื่อนย้ายกำลังกลับจากจุดที่เผชิญหน้ากันอยู่ ในครั้งนั้นที่เราพยายามเจรจากับทางฝ่ายกัมพูชาก็คือมีกำลังที่เผชิญหน้ามาอยู่ในระยะใกล้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการใช้อาวุธได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ามีการเริ่มการ ใช้อาวุธจะทำให้ความตึงเครียดและอาจจะบานปลายได้ ถึงแม้ว่ากำลังที่เผชิญหน้าจะ เคลื่อนย้ายกลับไปแล้ว แต่กำลังส่วนที่เหลือซึ่งจำนวนมาก มีทั้งอาวุธหนัก ทั้งรถถังและ ปืนใหญ่ยังเป็นกำลังระลอก ๒ ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ ตรงนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่วันใดวันหนึ่งเกิด ความไม่เข้าใจกันแล้วอาจจะทำให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นที่ใช้อาวุธหนักกัน ผมเองมี ประสบการณ์ในปี ๒๕๕๔ ในประสบการณ์ที่เขาพระวิหาร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในครั้งนั้นอาวุธที่ทั้ง ๒ ฝ่ายมีนั้นยังไม่ร้ายแรงเท่าครั้งนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีความห่วงใย ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนจึงมีแนวทางในการดำเนินการในการคลี่คลายความตึง เครียดในบริเวณชายแดนดังนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนในภาพรวมไปก่อน

ประการแรก รัฐบาลไทยซึ่งโดย ขออนุญาตเรียกชื่อย่อ ศบ.ทก. หรือว่า ผมขยายความครั้งแรกว่าเป็นศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อไปผมขออนุญาตเรียกว่า ศบ.ทก. ซึ่ง ศบ.ทก. นี้เป็นกลไกเฉพาะกิจของรัฐบาล รัฐบาล ตั้งขึ้นภายใต้การอำนวยการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ รัฐบาลตั้ง ศบ.ทก. มาแต่ ศบ.ทก. ทำงานภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติ เพราะว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องความ มั่นคง ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐานของสันติวิธี และการ ยึดถือศักดิ์ศรีแห่งความเป็นรัฐของทั้ง ๒ ฝ่าย การเจรจากันก็คือต้องพยายามยึดถือศักดิ์ศรี ของความเป็นรัฐ มิฉะนั้นแล้วด้วยประสบการณ์ผมในการรับราชการ ผมเคยเป็นเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ เวลาประเทศมหาอำนาจใหญ่ ๆ มาพูดคุยกับเรา ประเทศใหญ่ เหล่านั้นไม่เคยแสดงความเป็นประเทศใหญ่เลย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือจีน หรือรัสเซีย เขามาเจรจากับเรานี่คือเขายึดถือว่าเราก็เป็นประเทศ ๆ หนึ่ง มหาอำนาจก็เป็น ประเทศ ๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะยึดถือในลักษณะเดียวกันโดยประสบการณ์ที่ผมทำงาน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ในการเจรจามุ่งเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อคลี่คลาย สถานการณ์โดยสันติ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ลุกลามบานปลาย คำว่า ลุกลามบานปลาย มีทั้ง ๒ อย่าง บานปลายทางด้านการใช้อาวุธ แล้วก็บานปลายในแง่ของความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้ซักถามเมื่อสักครู่นี้ว่าการดำเนินการด้านเศรษฐกิจ อาจมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ศบ.ทก. ก็จะพยายามบูรณาการและ ขับเคลื่อนไม่ให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นบานปลายออกไป แต่ยอมรับเป็นเรื่องที่ ศบ.ทก. หรือ รัฐบาลหนักใจมาก เพราะสังคมปัจจุบันในประเทศไทยมี ๒ กระแส กระแสหนึ่งก็คือจากการ ที่ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน ไม่ว่าที่อุบลราชธานี สุรินทร์ หรือว่าที่ สระแก้วที่ได้ไปมาแล้ว พี่น้องประชาชนตามจังหวัดชายแดนเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโดยเร็ว เพราะว่าเขาได้ขอความเห็นใจว่าเขาประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้ใช้ ความรุนแรง คือเขาห่วงในแง่ทั้งความปลอดภัยและในแง่ทั้งเศรษฐกิจ อยากให้รัฐบาล คลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว แต่พอผมเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ผมก็จะเจอพี่น้องส่วนกลาง อีกส่วนหนึ่งก็จะบอกว่าไม่อยากให้รัฐบาลอ่อนข้อ อยากให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นปัจจุบันสังคมมีลักษณะอย่างนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านผู้ทรงเกียรติที่กรุณาซักถาม ผมจะได้ถือโอกาสเวทีนี้ในการชี้แจงว่าขอความเห็นใจ ทุกภาคส่วนในประเทศไทย ว่าปัจจุบันในประเทศไทยเรามีความคิดกันอยู่ ๒ กลุ่ม พี่น้อง ประชาชนตามแนวชายแดนอยากจะให้ยุติโดยเร็ว แต่พี่น้องบางส่วนในส่วนกลางก็มองว่า ต้องยึดถือศักดิ์ศรีของเราเป็นหลักนะครับ ตรงนี้ทำให้รัฐบาลหรือ ศบ.ทก. คือการตัดสินใจ แต่ละเรื่องจะต้องใช้ความรอบคอบและชั่งน้ำหนักให้ดี อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธาน ขอความเห็นใจนะครับ

ประการที่ ๒ รัฐบาลดำเนินการอยู่โดยตระหนักว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน ในระดับรัฐบาลนะครับ ซึ่งอาจ มีการชี้นำจากฝ่ายการเมืองหรือผู้นำบางท่าน แต่สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ให้มั่นก็คือความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศ เพราะว่าประชาชนทั้ง ๒ ประเทศ ประเทศกัมพูชา กับประเทศไทยอยู่ชายแดนติดกัน ผมเคยมีประสบการณ์ที่ว่าในหมู่บ้าน บ้านติดกัน แค่จอดรถล้ำหน้าบ้านก็ทะเลาะกัน หรือที่ท่านคงเห็นในข่าวหนังสือพิมพ์มีการยิงกันตาย แต่เสร็จแล้วก็ไปไหนกันไม่ได้ก็ต้องอยู่กันอย่างนั้น ลักษณะประเทศก็เหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นทุกท่านตระหนักดีอยู่แล้วว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเกิดจากส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่นำความตึงเครียดนี้ขยายไปสู่ประชาชนโดยทั่วไปนะครับ ประชาชนจึงไม่ควรเป็นเหยื่อการเมืองระดับรัฐ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้อง ดำเนินการทุกอย่างอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝ่าย

ประการที่ ๓ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมที่เข้มงวด บริเวณแนวชายแดน เนื่องจากมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าทางการกัมพูชาได้มีการสั่งกำลังเคลื่อนย้าย เข้ามาในพื้นที่ชายแดน ท่านจะได้ติดตามทางสื่อมวลชนใช่ไหมครับว่ากัมพูชามักจะมี การเคลื่อนย้ายเข้ามา ขยับไปขยับมาอยู่อย่างนั้น ภาษาที่เข้าใจง่ายนะครับ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมีมาตรการเข้มงวดตามแนวชายแดน แล้วฝ่ายไทยเองก็มีความจำเป็นที่ต้อง เสริมกำลังในระดับที่เหมาะสมเพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคง แต่ขอย้ำนะครับว่า ทุกการเคลื่อนไหวของไทยอยู่ในกรอบสันติวิธีและหลีกเลี่ยงการปะทะโดยเด็ดขาด หากกัมพูชาไม่ล่วงล้ำอธิปไตยด้วยกำลังติดอาวุธ

ประการที่ ๔ ในด้านการควบคุมชายแดน รัฐบาลไทยยังมีความร่วมมือกับ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC รวมถึง ประเทศพันธมิตรในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ Scammer ที่มีข้อมูลว่าแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนจำนวนมาก เราก็ใช้มาตรการตรงนี้เข้ามาด้วย จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบและควบคุมการเข้า ออกตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น ทั้งด้านตะวันตกและตะวันออกของประเทศนะครับ

ประการที่ ๕ ในทุกมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการ ศบ.ทก. และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางนะครับ โดยมุ่งหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนกัมพูชากลับคืนสู่สภาพปกติสุขโดยเร็วที่สุด ทั้งด้าน ความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา ที่ผมพูดถึงสังคมจิตวิทยาเพราะว่าพี่น้อง ประชาชนตามแนวชายแดนความจริงแล้วก็เป็นญาติพี่น้องกันนะครับ ไทยแต่งกับกัมพูชา กัมพูชาแต่งกับไทย พร้อมทั้งยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดนะครับ

ต่อประเด็นที่ กราบขออภัยท่านผู้นำฝ่ายค้านนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ คือต่อกรณีที่ผมได้ติดตามการแสดงความคิดเห็นของท่านผู้ทรงเกียรติ กรณีที่มีประเด็นว่ากองทัพมีอำนาจ ซึ่งตรงกับประเด็นที่หลายฝ่ายเข้าใจ ปัจจุบันหลายฝ่าย เข้าใจไม่ใช่เฉพาะท่านผู้ทรงเกียรติเท่านั้น สื่อมวลชนหลายสำนักก็เข้าใจว่าปัจจุบันทำโดย กองทัพ อันนี้คือเป็นเรื่องที่ลำบากใจนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วตัวผมเป็นรัฐบาล เป็นการเมือง แต่ด้วยความที่ยังมียศทำให้คนก็มองว่าผมเป็นทหาร ในความจริงแล้วก่อนที่ผม จะเข้ามา ถูกมอบให้เข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งนี้เป็นฝ่ายบริหาร ผู้ใหญ่มองว่าผมเป็นทหารแล้วมาเป็นรัฐบาลมันมีข้อดีตรงที่ว่าเวลาไปอยู่รัฐบาลผมก็เป็น การเมือง เวลาผมกลับไปกองทัพผมก็เป็นทหาร แต่ในผลที่ผ่านมาปรากฏว่ายังไม่เป็นไป ตามที่คิดนะครับ ปรากฏว่าเวลาผมกลับไปอยู่กองทัพเขาก็มองว่าผมเป็นรัฐบาล เวลาผมอยู่ ในรัฐบาลเขาก็มองว่าเป็นกองทัพนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าปัจจุบัน ผมทำงานเวลาผมเป็นรัฐบาลผมก็ทำงานเป็นรัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่าน ประธานว่าที่ผ่านมาดำเนินการโดยรัฐบาลโดยผมเป็น ผอ. ศบ.ทก. นะครับ ผมอยากขยาย ความว่ากรณีที่มีข้อห่วงใยว่ากองทัพมีอำนาจอย่างเดียวนั้นผมมีข้อชี้แจงดังนี้นะครับ

ประเด็นแรกรัฐบาลยึดหลักการบริหารภายใต้ระบบรัฐธรรมนูญและ ประชาธิปไตยแบบมีรัฐบาลพลเรือนเป็นผู้นำ รัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายให้ทุกส่วนราชการ ปฏิบัติและใช้อำนาจของสภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง คือ ท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธาน เป็นกลไกอำนวยการเพื่อให้แต่ละหน่วยงาน ดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายเดียวกันนะครับ หลังจากนั้นรัฐบาลจึงได้จัดตั้ง ศูนย์ ศบ.ทก. นี้ขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทำงานของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะฝ่ายความมั่นคง การต่างประเทศ การข่าว การค้า การสาธารณสุข รวมถึงหน่วยราชการในพื้นที่ให้ขับเคลื่อน ไปสู่การปฏิบัตินะครับ เพราะว่าในเวทีของ ศบ.ทก. มีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเกือบทุกกระทรวง กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงดีอีเอส สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพราะฉะนั้น จะใช้เวทีนั้นในการบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการนะครับ กองทัพ เป็นเพียงหนึ่งในหลายหน่วยงานที่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ในสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนนั้นเป็นภาวะ ฉุกเฉินเชิงความมั่นคงนะครับ ตรงนี้สำคัญผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ประเด็นนี้สำคัญ ฝ่ายกัมพูชามีระบบสั่งการแบบรวมศูนย์ผู้นำสามารถสั่งการถึงแนวหน้า ตามแนวชายแดนได้เลยทันที แต่ขณะที่ฝ่ายไทยหากยังใช้สายการบังคับบัญชาตั้งแต่รัฐบาล สภาความมั่นคงแห่งชาติจนกระทั่งถึงกองทัพบก กองทัพภาค กรม กองพล กองพัน เราจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ อันนี้ผมต้องกราบขอความเห็นใจ ท่านประธานในการที่บริหารสถานการณ์โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทหารนะครับ แต่อย่างไรก็ตามการให้อำนาจบางประการให้กับกองทัพเป็นมาตรการชั่วคราวเฉพาะหน้า และอยู่ภายใต้การกำกับของ ศบ.ทก. เราประชุมกันประจำในทุกขั้นตอน ไม่ใช่การปล่อยให้ กองทัพมีอิสระโดยลำพังอย่างที่แม้กระทั่งสื่อหลายสำนักก็วิจารณ์อย่างนั้นนะครับ

ประเด็นที่ ๓ รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาด้านความมั่นคงอย่างเดียวนะครับ คือเรามองว่าความมั่นคงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงนะครับ ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศส่งผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจคือเกี่ยวเนื่องกันหมดนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ณ ปัจจุบันวันนี้เริ่มมีสัญญาณบวกทางฝ่ายระดับสูง ของกัมพูชาเริ่มที่มีการคุยนะครับ ผมกราบเรียนสถานการณ์ที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้ถามว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรนะครับ ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมคุยเลยครับ แต่ ณ ๒-๓ วันนี้เขาเริ่ม มาคุย คุยว่าที่เชิญไปเข้าทวิภาคี GBC มีเงื่อนไขอย่างไร แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ทางด้าน Social ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาทำให้การพูดคุยในเรื่องเงื่อนไขยังไม่เป็นที่ตกลงกัน แต่กราบเรียนท่านประธานว่ามีสัญญาณบวกอย่างน้อยก็เขามาคุยก็ถือว่าบวกแล้ว ส่วนคุยรู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้ความสามารถกันอีกทีหนึ่ง ผมกราบเรียนอีกนิดเดียวนะครับ กลไกทวิภาคีที่เรามีอยู่ในปัจจุบันทุกท่านจะคุ้นคำว่า JBC แต่ยังมีกลไกอีก ๒ กลไก คือ RBC เป็นกลไกซึ่งเป็นระหว่างแม่ทัพภาคกับ ผบ. ภูมิภาคของฝั่งกัมพูชานะครับ กับกลไก GBC ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน กลไก GBC จะครอบคลุมตลอด แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนกลไก RBC จะเป็นเพียงกองทัพภาคต่อ ผบ. ภูมิภาค ฝั่งกัมพูชา เช่นในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ถ้าประชุม RBC ก็จะคุยเฉพาะกองทัพภาคที่ ๒ ระหว่างฝั่งไทย กับภูมิภาคของกัมพูชา แต่ก็จะไม่เกี่ยวกับกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๑ ก็ต้องมาประชุม อีก RBC หนึ่ง ตรงนี้เพราะฉะนั้นกลไกที่สามารถตอบโจทย์ได้เร็วที่สุดก็ต้องเป็นกลไก GBC กราบขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาซักถาม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ