ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หารือเรื่องการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยยื่นคำร้องต่อประธานสภา และหารือเรื่องการเตรียมการและการดำเนินการของภาครัฐในเรื่องของการเจรจาระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน รวมถึงการนำเข้าแร่แมงกานีสจากเมียนมา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการนำเข้าอย่างละเอียดและเตรียมการรับมือในกรณีที่ข้าวไทยถูกตรวจพบว่ามีสารพิษ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นแรกครับ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าผมอาจจะเข้าใจ คลาดเคลื่อน บอกว่าระบบฐานข้อมูลมีอยู่ในเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษอยู่แล้ว เมื่อสักครู่ ผมก็รีบเปิดเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษตอนนี้ก็เหมือนที่ผมอภิปรายไปในคำถามแรกคือ เขาเป็นกรมเดียวที่เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน แต่เขาเปิดเผยได้แค่ข้อมูลที่เขาถือ ข้อมูล ที่เขาตรวจ มันไม่มีข้อมูลที่บูรณาการจากทุกหน่วยงาน นั่นคือปัญหาของเราที่เราพูดกัน ในวันนี้ว่าการสื่อสารมันไม่ครบถ้วน มันไม่ได้เปิดเผยให้ประชาชน ท่านบอกว่าท่านมีฐานข้อมูล อยู่แล้ว ท่านก็แค่เปิดเผยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เขาจะได้มั่นใจและเชื่อมั่นในฐานข้อมูล ของภาครัฐและท่านบอกว่าท่านก็ตรวจพืชผลหมดแล้ว ท่านประธานท่านทราบไหมครับ การตรวจผลผลิตทางการเกษตรตรวจโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ไม่ได้มี การดึงหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาเลย มีแค่กรมประมงเรื่องปลาแค่นั้น เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาเอาบูรณาการข้อมูล ให้ประชาชนได้เห็นชัดเจนด้วย แล้วท่านก็พูดตอบคำถามในเรื่องของการเจรจาระหว่าง ประเทศตรงนี้ผมว่าค่อนข้างชัดเลยไม่มีผลการดำเนินการใด ๆ ระหว่างรัฐต่อรัฐเลย ผมถาม อย่างชัดเจนว่าวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่บอกว่าใช้กรอบล้านช้าง-แม่โขง นายกรัฐมนตรี คุยไปแล้ว ดำเนินการไปแล้วและผลมันเป็นอย่างไร และดำเนินการเป็นอย่างไรบ้าง มาถึง วันนี้ก็ถึงยังไม่มีการประชุม LMC ที่มีจีนเกี่ยวข้องเลย ไม่แปลกครับที่ทูตจีนจะแถลงการณ์ ออกมาในทำนองที่ว่าให้ไทยไปคุยกับเมียนมากันเอง เพราะว่าเราไม่ได้เตรียมการดำเนินการทำการบ้านใด ๆ ในการคุยกับเขาเลย เราไม่ได้มีการ เตรียมการศึกษากฎหมายของจีนเลยใช่ไหม Rare Earth Management Regulations ที่เขา ตรวจสอบทั้งห่วงโซ่อุปทาน ศึกษาของเขาก่อน แล้วเอามาเจรจาของเขา ทำตรงนี้มันจะได้ แก้ปัญหาให้ได้สักที และจากสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบมาผมตีความได้อย่างเดียวเลย ว่าสิ่งที่คุณแพทองธารพูดไว้ในวันที่ ๑ ธันวาคม ที่บอกว่าได้คุยไปแล้ว ได้เจรจาไปแล้ว แต่เรายังไม่เห็นผลลัพธ์ด้าน LMC เลย นั่นคือการโกหกประชาชนอย่างหน้าไม่อายเลย เพราะประเทศเรามีผู้นำแบบนี้เราถึงแก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักที
คำถามที่ ๓ คำถามนี้ผมเชื่อว่ามันจะเป็นคำถามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี สามารถตอบได้ชัดเจน แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็สามารถช่วยตอบได้ เช่นกัน เพราะในวันนั้นเคยมีคนถามท่านทั้งสองในคำถามนี้มาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม แล้ววันนั้นท่านตอบว่าไม่มีข้อมูล ขออนุญาตไปหาข้อมูลก่อน วันนี้ผ่านมากว่า ๑ เดือนครับ ๓ กรกฎาคมผมขอทวนคำถามอีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลมีการตรวจสอบการนำเข้าแร่แมงกานีส จากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาเข้าสู่ประเทศไทยอย่างไร รัฐบาลตรวจสอบในเรื่อง ของห่วงโซ่ของบริษัทผู้นำเข้าอย่างไรบ้าง ในปี ๒๕๖๖ อ้างอิงข้อมูลตัวเลขจากกรมศุลกากร ไทยนำเข้าแร่แมงกานีสจากเมียนมา ๒๐,๐๐๐ ตัน ปี ๒๕๖๗ ๑๒,๐๐๐ ตัน แล้วส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์มาจากเมียนมา เพราะฉะนั้นท่านได้ตรวจสอบย้อนกลับถึงความถูกต้องของ เหมืองที่เขาระบุไว้หรือเปล่า ตามระเบียบของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ว่าด้วยการนำเข้าแร่ แมงกานีสเป็นแร่ที่ไม่ถูกควบคุมต้องใช้ระเบียบตรงนี้ การที่จะนำเข้าได้ ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมท้องที่อย่างน้อย ๓ วัน และต้องระบุแหล่งที่มาของแร่ ท่านได้ตรวจสอบหรือเปล่า เรามีกฎหมายอยู่แต่เราตรวจสอบ Supply Chain เขาหรือยัง นี่คือคำถาม แล้วผมขอถามอีกคำถามหนึ่งที่ท่านตกค้างจะข้อ ๑ ท่านบอกว่าท่านตรวจ ผลผลิตทางการเกษตรตรวจหมด ใครเอาอะไรให้ตรวจหมด แต่สิ่งที่ไม่มีคือเรื่องของข้าว แล้วคำถามที่ผมถามคำถามแรกท่านก็เลี่ยงไม่ตอบ นั่นก็คือการเตรียมมาตรการรองรับ ข้าวนาปีกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ในรูปน้ำกก น้ำสาย น้ำรวก ที่จะออกมาในเดือนพฤศจิกายน ท่านเตรียมการไว้อย่างไร และหากข้าวถูกตรวจสอบเพราะย้อนกลับว่ามีสารพิษ เกินมาตรฐานท่านจะเยียวยาหรือว่ารับมืออย่างไร ตรงนี้ถ้าท่านจะเลี่ยงคำตอบ ยังไม่ตอบ ชัดเจน ผมจะถือว่าท่านไม่ได้เตรียมการเรื่องของการป้องกันและรับมือกับผลกระทบให้กับ พี่น้องเกษตรกรชาวนาเลย ท่านประธานครับ ผมเหลือเวลาอีกประมาณ ๑.๔๐ นาที ผมขอใช้เวลาที่เหลือในการสรุป การถามกระทู้ครั้งนี้หลังจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบเสร็จนะครับ ขอบคุณครับ