ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ วิจารณ์ความไม่โปร่งใสของข้อมูลภาครัฐเกี่ยวกับเหมืองแร่เมียนมา และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการเจรจาแก้ไขปัญหาที่ต้นตอระหว่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานครับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ครับ จากคำถามที่ท่านรอง นายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบมานี้ผมไม่แปลกใจ เลยว่าทำไมประชาชนถึงไม่เชื่อมั่นในข้อมูลที่ภาครัฐนำเสนอนะครับ เพราะว่านอกจากจะ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแล้ว ระบบฐานข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านบอกว่ามีแล้วรวบรวมไปแล้วนี้ เราก็ยังไม่เห็นภาพเลยว่าเป็นอย่างไร ท่านอธิบายมานี้ไม่ต่างอะไรเลย จากแค่ท่านว่า ขอเอกสาร ขอข้อมูลจากแต่ละหน่วยงานแล้วเอามารวมกันแล้วท่านก็นั่งดูแค่นั้น อันนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ เลยแล้วกันครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากจริง ๆ ไม่น่าเป็นปัญหาเลย ผมใช้ Software ฟรีนะครับ Google Earth Pro เราทำเป็นแผนที่ แล้วก็มีพิกัดชัดเจนเลยว่าเหมืองแร่เมียนมาอยู่จุดไหนบ้าง แล้วมีการตรวจจากกรมควบคุม มลพิษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลตรงไหน ดูไกล ๆ ตรงนี้มันอาจจะมองไม่เห็นมันดูลายตา แต่แผนที่ลักษณะแบบนี้เราสามารถซูมเข้าไปเฉพาะจุดได้แล้วก็ดูได้เลยว่าบ้านของเรา ชุมชนของเรามีการตรวจน้ำบาดาลครั้งล่าสุดเมื่อไร ตรวจมาแล้วกี่ครั้ง แล้วแนวโน้มของสาร ในน้ำตรงนี้เป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นลดลงอย่างไร มีการตรวจสุขภาพประชาชนในชุมชนของฉัน อย่างไรบ้าง แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง มันตรวจสอบ ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ๆ ครับข้อมูล แบบนี้มันไม่ได้ยากเลย น้ำไหลไปทางไหน น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก เป็นอย่างไรบ้าง การตรวจ ตะกอนดิน การตรวจคุณภาพน้ำเป็นอย่างไร คือเราแค่เอามาเข้าฐานข้อมูลตรงกลางแล้วก็ เปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงได้ ให้เขามีความเชื่อมั่นในการสื่อสารของรัฐบาล นี่คือเรื่องง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เลยไม่ต้องใช้งบประมาณทำได้ทันทีเลย แล้วเมื่อครู่นี้ท่านบอกว่าท่านตั้ง คณะอนุ มี GISTDA อยู่ด้วย มีภาพถ่ายทางดาวเทียมอยู่ด้วย ตรงนี้มันยิ่งง่ายกว่าเดิมเลย ท่านเอา Export File แผนที่ตรงนี้เป็น KML KMZ แล้วก็ Public เข้าเว็บไซต์ของรัฐบาล ที่มีหลายเว็บมาก ท่านพูดถึง GISTDA ท่านใช้ disaster.gistda เลย แล้วก็เอาภาพ THEOS-2 เข้ามา Upload ในแผนที่นี้ด้วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ยังไม่ทำเลย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมขอ Link ไปคำถามที่ ๒ ท่านบอกว่าท่านเจรจาระหว่างประเทศไปแล้ว โอเคเราไปนอกประเทศกัน การจัดการปัญหานี้ ที่ต้นตอแน่นอนครับ ต้องทำที่นอกประเทศ เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด ได้ลงรายละเอียด เรื่องการใช้กรอบ LMC ในการเจรจากับจีนและเมียนมา เรื่องของการใช้กฎหมายของจีน มาช่วยในการตรวจสอบห่วงโซ่ของการนำเข้าแร่จากเมียนมาสู่จีน และการใช้ระบบ ตรวจสอบย้อนกลับในการมาพิสูจน์เรื่องของการสวมแร่หรือว่าการที่เขานำเข้าแร่ แต่อ้างว่า เป็นแหล่งที่มาจากเหมืองที่มันถูกกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันผิด เราไม่พูดถึงรายละเอียด ตรงนี้นะครับ ผมพูดรายละเอียดตรงนี้ไปหลายช่องทางแล้ว แล้วหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ได้เห็นข้อมูลแล้วเช่นกัน แต่สิ่งที่ผมจะถามและประชาชนอยากจะฟังมากที่สุดคือการ ดำเนินการเรื่องนี้ของรัฐบาล การจัดการปัญหาที่ต้นตอที่ท่านบอกเจรจาแล้ว ที่ผ่านมา ทำอย่างไรบ้าง และเพื่อให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถามนี้ได้ชัดเจนและง่าย ยิ่งขึ้น ผมจะ Scope คำถามลงมาโดยอ้างอิงจากที่รัฐบาลชุดนี้ได้มีการพูดไว้ตั้งแต่อดีต เริ่มตั้งแต่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นคุณแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์ สื่อที่จังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ทองคำไว้ว่าขออนุญาตอ่านนะครับ ได้มีการคุย แล้วผ่านแม่โขงล้านช้างเราคุยหมด และน้ำไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ไหลไปประเทศเขา เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องมีความร่วมมือกับหลาย ๆ ประเทศซึ่งได้ดำเนินการแล้ว ได้คุยแล้ว ขีดเส้นใต้นะครับ ได้ดำเนินการแล้ว ได้คุยแล้ว ต่อมาครับวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ท่านประเสริฐท่านรองนายกรัฐมนตรีก็พูดเองอ้างอิงจากเว็บไซด์ของรัฐบาลไทย ว่าท่านจะเป็นหัวหน้าในการเดินทางไปเจรจาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและได้ประสานกับกระทรวง การต่างประเทศไว้แล้ว แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาครับ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีหนีคำถามจาก นักข่าวแล้วท่านรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศก็ต้องมาแก้ต่างว่าในสัปดาห์หน้านั่นก็คือ สัปดาห์นี้จะส่งที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศไปหารือ เปลี่ยนจากการเจรจาเป็นหารือ แล้วนะครับ ไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญในเมียนมา จากการเจรจารัฐต่อรัฐ จากการใช้กรอบ ความร่วมมือ LMC ตอนนี้เหลือแค่การหารือระหว่างที่ปรึกษารัฐมนตรีกับผู้เชี่ยวชาญ เมียนมาซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นภาครัฐหรือเปล่า เพราะฉะนั้นคำถามที่สองนี้นะครับ ผมขอให้ท่านช่วยตอบผมทีว่าการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้ การแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ การเจรจากับประเทศจีนและประเทศเมียนมาตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ท่านดำเนินการ อย่างไรไปแล้วบ้าง ไล่ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่นายกรัฐมนตรีขณะนั้นได้พูดว่าเจรจา ไปแล้ว มาถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดเอง ถึงวันนี้ ๓ กรกฎาคม ประชาชนยังไม่เห็นผลการดำเนินการใด ๆ ชัดเจนเลย ผมให้โอกาสท่านทางนี้ ในการใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรตอบคำถามให้กับผมและประชาชนครับ คำถามที่ ๒ ขอบคุณครับ