วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หารือปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะต่อผู้สูงอายุ พร้อมเรียกร้องให้มีการบังคับใช้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ฉบับใหม่ มาตรา 8/10 เพื่อผลักดันให้ธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และเร่งปรับปรุงระบบความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันปัญหาแก๊ง Call Center สร้างความเสียหายมหาศาล ในแต่ละวัน มีประชาชนคนไทยถูกหลอกเงินวันหนึ่ง ๗๗ ล้านบาท ปีหนึ่งประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานฟังไม่ผิดปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคดีออนไลน์เฉลี่ยวันละ ๗๐๐-๘๐๐ คดี จนตอนนี้พนักงานสอบสวนแบกภาระการทำสำนวนคดีไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ประชาชน คนไทยคนไหนก็ตามที่ถูกโจรมันหลอกและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ปัจจุบันตำรวจ แปลงกลายเป็นนักจิตวิทยาคอยปลอบใจผู้เสียหายให้ทำใจว่าไม่มีทางได้เงินคืนแล้ว แสดงว่า อะไรครับ ที่ผ่านมาเราไม่มีกระบวนการในการสกัดกั้นแก๊ง Call Center ที่ได้ผลเลยครับ ปล่อยให้โจรออนไลน์เหิมเกริมหลอกเงินประชาชนไปเรื่อย ๆ แล้วประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ก็ไหลทะลักมาแจ้งความจนกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นบันไดขั้นแรก ของกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่ภาวะล้มเหลว ผมว่าท่านรัฐมนตรี DE ก็ทราบดี ที่น่ากังวล คืออะไรรู้หรือไม่ครับ ร้อยละ ๒๒ คือ ๑ ใน ๕ ของเหยื่อเป็นผู้สูงอายุที่ถูกหลอกเงินที่ตัวเอง เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตจนสิ้นเนื้อประดาตัวในยามบั้นปลาย โดยที่ตัวเองไม่อยู่ในวัยที่จะ ทำเงินทำงานหารายได้อะไรได้อีกแล้ว ท่านประธานครับ แสดงว่าแก๊ง Call Center ณ วันนี้ ไม่ใช่แค่โจรหลอกคนแล้วครับ แต่เป็นโจรที่กำลังสร้างปัญหาสังคมที่ทำลายระบบเศรษฐกิจ ทั้งประเทศ ผมเชื่อว่าพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ หรือที่รู้จักกันในนามว่า พ.ร.ก. ไซเบอร์ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. ไซเบอร์ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๖ ผมเชื่อว่าจะช่วยให้หน่วยงาน ที่กำกับดูแลระบบการชำระเงิน โทรคมนาคมมีอำนาจในการจัดการกับแก๊ง Call Center และให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ประเด็นที่ผมสนใจ อย่างมากอยู่ที่มาตรา ๘/๑๐ แล้วเรื่องนี้ผมเคยได้หารือผ่านสื่อไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง DE ไปแล้ว ถึงทางท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว มาตรา ๘/๑๐ ระบุว่าอะไรครับ ระบุว่าธนาคาร เครือข่ายมือถือ และผู้ให้บริการสื่อ Social Media ต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายจากแก๊ง Call Center ด้วย ไม่ปล่อยให้ผู้เสียหาย รับผิดชอบตามลำพังแบบที่ผ่านมา แบบคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง เป็นการแก้ไขผมยืนยันว่า ตรงจุดอย่างมาก เพราะจากสถิติพบว่าประเภทที่ผู้เสียหายได้รับการชดเชยเยียวยาในระดับ ที่ต่ำจะตกเป็นเป้าหมายของแก๊ง Center และอาชญากรข้ามชาติเพราะอะไรครับ เพราะการที่ธนาคาร เครือข่ายมือถือ และผู้ให้บริการสื่อ Social Media ไม่ต้องรับผิดชอบ อะไรเลย ลูกค้าถูกโจรหลอกดูดเงินก็ผลักภาระให้ลูกค้าไปรับผิดชอบตัวเองเต็ม ๆ คนเดียว ผมถามครับ สภาวะแบบนี้ธนาคาร เครือข่ายมือถือ และสื่อ Social Media จะมีแรงจูงใจ อะไร ในการปรับปรุงระบบความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนและเจ้าของบัญชีเงินฝาก จากแก๊ง Call Center การศึกษาในเบื้องต้นพบว่าผู้เสียหายในประเทศไทยได้รับการชดเชย เยียวยาเท่าไรรู้หรือไม่ครับ ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ บางรายงานระบุว่าแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ถูกหลอกไป ๑๐๐ บาท ได้คืนมา ๒ บาท ถูกหลอกไป ๑๐๐ คน ได้เงินคืนแค่ ๒ คน พอเราพูดถึงมาตรา ๘/๑๐ หลายคนก็ทักท้วง แต่ผมขอชี้แจงอย่างนี้เขาทักท้วง ว่าอะไร เขาบอกว่าถ้าธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายระดับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี ถ้าเจออย่างนี้ธนาคารจะเจ๊งล้มละลาย ผมบอกเลยว่าไม่ต้องไปกังวล เพราะอะไรครับ เพราะหากธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบเราจะเห็นการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของ ธนาคารออนไลน์ครั้งใหญ่และธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ จะดำเนินการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ให้เท่าทันโจร ไม่มีธนาคารไหนหรอกครับปล่อย Join ให้ลูกค้าโดนโจรดูดเงิน หลอกเงินแล้ว ก็ตามจ่ายค่าเสียหายชดเชย ไม่มี แต่ทุกวันนี้ไม่มีกฎหมายธนาคารก็เลยไม่มีแรงจูงใจที่จะ ปรับปรุงระบบ Security ของตัวเอง ไม่มีธนาคารไหนผมยืนยัน ผมคุยมาหลายธนาคาร ไม่มีธนาคารไหนจะยอมปล่อยให้ระบบของตัวเองด้อยประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ บังคับใช้ มาตรา ๘/๑๐ บังคับใช้ ความเสียหายระดับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะลดลงอย่างมี นัยสำคัญทันที รัฐบาลต้องใช้กลไกทางกฎหมายในแบบนี้ละครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ในการ ผลักดันให้ธนาคาร เครือข่ายมือถือ ผู้ให้บริการ Social Media ที่มีทั้งทุน มีทั้งเทคโนโลยี ให้ไปสู้กับโจรออนไลน์ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนมือเปล่า ผู้สูงอายุในวัยเกษียณไปดวลกับโจร แบบที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องติดตามต่อนับจากนี้คืออะไรครับ คือการบังคับใช้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ในภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๘/๑๐ ที่ระบุให้ธนาคาร เครือข่ายมือถือ สื่อ Social Media ต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ในนี้ระบุว่าอะไรครับ เว้นแต่ว่าจะพิสูจน์ว่าตนเองได้ทำตามมาตรฐานที่กำหนด ไว้แล้ว มาตรฐานที่ว่าคืออะไร สัดส่วนการร่วมรับผิดในแต่ละกรณีมากน้อยขนาดไหน กี่เปอร์เซ็นต์ และต้องมีระเบียบออกมากำกับ ซึ่งผมก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่ามีแผนไหมว่ากฎหมายลูกจะแล้วเสร็จเมื่อไร เพราะมีแค่ พ.ร.ก. ตามลำพังนี้ พ.ร.ก. โดด ๆ ทำงานไม่ได้ หรืออย่างในมาตรา ๘/๒ ผมย้อนไปนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการ คืนเงินให้กับผู้เสียหายก็ต้องมีการออกกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข และกรอบระยะเวลา ซึ่งก็ต้องถามเหมือนกันว่ากระทรวง DE มีกำหนดการหรือไม่ว่าจะออก กฎกระทรวงแล้วเสร็จเมื่อไร ผมต้องย้ำตรงนี้อีกทีหนึ่งว่าลำพังแค่ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ฉบับใหม่ โดยที่ไม่มีกฎหมายลูกทำงานไม่ได้ ผมยืนยันว่าแก๊ง Call Center ไม่ใช่แค่ปัญหา อาชญากรรม ท่านรัฐมนตรีทราบดีว่านี่คือภัยคุกคามของระบบเศรษฐกิจและสังคม อย่างร้ายแรง ลองคิดดูนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ทราบ รัฐบาลอัดฉีดเงิน Digital Wallet เข้ามาในระบบ พยายามจะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระแทก กระแทก กระแทก แต่แก๊ง Call Center พวกนี้ทำตัวเป็นเครื่องดูดฝุ่น มันก็ดูด ดูด ดูดออกไปปีหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่นับพนันออนไลน์ที่สร้างความเสียหายอีกปีละ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะสร้างพายุหมุนถูกดูดจากแก๊ง Call Center ไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกพนันออนไลน์ดูดไปอีก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือแค่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเงิน ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่ได้หายไปไหน ท่านรัฐมนตรีก็ทราบดี เส้นเงินของมันจะถูกเปลี่ยนเป็นเงิน Crypto แล้วก็เปลี่ยนเป็นเงินสกุลต่างประเทศ แล้วก็ หมุนวน Boomerang กลับมาเป็นเงินบาทสีเทา สีดำ กลับมาฟอกที่ประเทศไทย เอามาปั่น ราคาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดศูนย์เหรียญ โรงงานศูนย์เหรียญ สารพัดศูนย์เหรียญ เอามาซื้อ กิจการ แล้วทุ่มตลาดตัดราคาจนผู้ประกอบการไทยที่ประกอบธุรกิจอย่างสุจริตสู้ราคาไม่ไหว อยู่ไม่ได้ ต้องทยอยปิดตัวไปเรื่อย ๆ นี่อย่างไรครับ พายุหมุนทางเศรษฐกิจที่บอกกระแทก กระแทก กระแทก สุดท้ายผู้ประกอบการไทยทุกวันนี้เจอการฟอกเงิน เจอการตัดราคา เจอเงินสีเทาเปลี่ยนมาฟอกเป็นเงินสีขาวก็กระอัก กระอัก กระอัก แบบที่เป็นอยู่ ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ฉบับใหม่ฉบับนี้ จริง ๆ ควรจะออกมาตั้งนานแล้ว และขอให้กระทรวง DE ผมฝากท่านรัฐมนตรีจริง ๆ เร่งเสริมศักยภาพให้กับศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ศปอท. วางโครงสร้างบุคลากร ให้พอ วางทรัพยากรให้พร้อมปฏิบัติงานให้เร็วที่สุด ท่านรัฐมนตรีครับ ทุกวันนี้ประชาชน คนไทยผมว่าท่านทราบดี ต้องรับสายโจรวันละ ๕๗,๐๐๐ สาย รับ SMS ของโจรวันละ ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ข้อความ มีประชาชนคนไทย ๗๐๐ กว่าคน พลาดท่าเสียทีโจร สูญเงิน นับแสนนับล้านสิ้นเนื้อประดาตัว ความเสียหายต้องย้ำอีกครั้งว่าวันละ ๗๗ ล้านบาท ท่านและพวกเราต้องทำงานแข่งกับโจร ขอบพระคุณครับท่านประธาน