ประเสริฐ จันทรรวงทอง ชี้แจงความจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดสองฉบับเพื่อเสริมมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีช่องโหว่จากกฎหมายเดิม โดยเสนอให้ผู้ประกอบการต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายใหม่ เพื่อปิดช่องทางการฟอกเงิน คุ้มครองประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอกราบเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยในชั้นการตรวจพิจารณาร่างพระราชกำหนดได้มีการแยกหลักการกำหนด มาตรการห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Peer to Peer และการป้องกัน การเปิดบัญชีและระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรมกับลูกค้า ที่มีรายชื่อหรือใช้กระเป๋า สินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีออกมาเป็น พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งต่อมา นายกรัฐมนตรีได้นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๘ โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ โดยที่บทบัญญัติมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดสำหรับ การตราพระราชกำหนดทั่วไปว่ามาตรา ๑๗๒ ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษา ความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของ ประเทศหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนด ให้ใช้ บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติได้ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้เฉพาะ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดนั้นต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า เพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดโดยเร็ว ในโอกาสนี้ รัฐบาลจึงขอกราบเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจนสาระสำคัญ ของพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยสรุปดังนี้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ เหตุผลและความจำเป็น โดยที่ปัจจุบันได้มีพระราชกำหนดมาตรการ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อแก้ไขปัญหา อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาพบว่ายังมีมาตรการบังคับทางกฎหมาย ที่ยังไม่เพียงพอกับรูปแบบของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ได้มีการพัฒนาขึ้นของกลุ่ม มิจฉาชีพ จึงต้องเร่งพัฒนาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายปัจจุบันให้ทันสมัยเหมาะสม และ ครอบคลุมกับสถานการณ์ในยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้ในหลากหลาย รูปแบบ เช่น การเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหาย การอายัดบัญชีม้า การกำหนดหน้าที่และความ รับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์และมาตรการการโอนเงิน ผิดกฎหมายผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล กรณีจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จะบังคับให้ใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเร่งรัดการกวาดล้าง อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อติดตามควบคุมและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ลดปัญหาสังคมและผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ไม่อาจรอดำเนินการได้ตามวิธีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายปกติ ซึ่งอาจมีกระบวนการและ ขั้นตอนที่ทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยาความเสียหายออกไป จึงต้องเร่งให้มีมาตรการ ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่ออุดช่องว่างที่เกิดขึ้นจากความเสียหายแก่ประชาชน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ถูกมิจฉาชีพทางออนไลน์หลอกลวงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ เหตุผลและความจำเป็น โดยที่ปัจจุบันศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่บุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรยังไม่มีการควบคุมตามพระราชกำหนด การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑ ทำให้มีการนำเงินที่ได้จากการกระทำ ความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ ดิจิทัลดังกล่าว ส่งผลต่อการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการตรวจสอบและการระงับการทำธุรกรรม รวมทั้ง การติดตามและการนำเงินคืนแก่ผู้เสียหายทำได้ยาก สมควรให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดนี้
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ จะช่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้บริการ โทรศัพท์หรือโทรคมนาคม หรือการทำธุรกรรมด้านการเงินและในกรณีที่ประชาชน เป็นผู้เสียหายจะได้รับการช่วยเหลือและติดตามเส้นทางการเงินเพื่อนำเงินมาคืนได้อย่าง รวดเร็ว ประกอบกับการกำหนดให้หน่วยงานของเอกชนมีส่วนร่วมในความเสียหาย โดยมีการกำหนด มาตรฐานหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแล จะทำให้หน่วยงานของเอกชนเกิดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นมาตรการที่จะ เยียวยาผู้เสียหายได้ ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมหวังเป็น อย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดมาตรการการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ และพระราชกำหนด การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ต่อไป ขอขอบคุณครับ