สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เสนอญัตติให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย พิจารณาเปลี่ยนความผิดอาญาโทษไม่ร้ายแรงเป็นความผิดทางพินัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและคุ้มครองสิทธิประชาชน พร้อมทั้งเสนอให้คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองพิจารณาญัตติแทนคณะกรรมาธิการสามัญ โดยไม่ขัดข้องต่อข้อเสนอของสมาชิก
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้อนุญาตให้ญัตติของผมต่อเนื่องจาก ญัตติที่เสนอด้วยวาจา ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เซ็นร่วมเสนอร่าง แล้วญัตติของ เพื่อนสมาชิกในทำนองเดียวกันก็คงจะมีวัตถุประสงค์เจตนาคล้าย ๆ กัน ผมขออนุญาต ท่านประธานได้นำเรียนเสนอด้วยเหตุและผลนะครับ จากที่ผมได้เสนอญัตติเรื่อง ขอให้ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยน ความผิดอาญามีโทษไม่ร้ายแรงเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ คุณภัทรวุฒิ เพียรชอบ และน้องวัชรพงษ์ กัญญาพันธ์ ทำ File สรุป ในรายละเอียดที่ร่วมนำเสนอเพื่อที่จะให้เห็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ
เนื่องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้บัญญัติให้ เปลี่ยนความผิดอาญาและความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย ประกอบด้วย ความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๑ ท้าย พระราชบัญญัติความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๒ ท้าย พระราชบัญญัติ ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวตามข้อบัญญัติท้องถิ่นและความผิดที่มี โทษปรับทางปกครองตามกฎหมายในบัญชี ๓ ท้ายพระราชบัญญัติ เป็นการปรับปรุง กฎหมายกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษ ให้เหมาะสมกับการกระทำผิด และฐานะของผู้กระทำความผิดเพื่อมิให้บุคคลต้องรับโทษ หนักเกินสมควร หรือต้องรับภาระในการรับโทษที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากสถานะทางด้าน เศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยให้ผู้กระทำความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยให้แก่รัฐ แทนการรับโทษทางอาญา อีกทั้งเมื่อพิจารณากฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติแล้ว จะพบว่ากฎหมายมีข้อห้ามหรือข้อบังคับจำนวนมากอาจลุกล้ำเข้าไปใน สิทธิพื้นฐานหรือสร้างภาระอันเกินสมควรแก่ประชาชน และนับวันจะมีกฎหมายออกมา กำหนดการกระทำให้เป็นความผิดมากขึ้น หลายกรณีทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำ ความผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณีกระทำไปเพราะความยากจนเหลือทนทาน และ เมื่อได้กระทำความผิดแล้วก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เช่น การถูก จับกุม คุมขัง พิมพ์ลายนิ้วมือ และลงบันทึกประวัติอาชญากรรมเป็นประวัติติดตัวตลอดไป แล้วก็ทำอะไรในชีวิตด้านธุรกิจไม่ได้เลย และในที่สุดไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำความผิด หรือไม่ กระบวนการที่กล่าวมาย่อมสร้างรอยด่างให้เกิดแก่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีทางใดที่จะป้องกันมิให้ประชาชนจะต้องตกเข้าไปสู่ขบวนการนั้นได้ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้ตามสมควร แต่ด้วย กฎหมายฉบับดังกล่าวมิได้บัญญัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาไม่ร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา ๓๒๖ ความผิดเกี่ยวกับ สั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าไปอยู่ในโรงแรมแล้วไม่จ่ายค่าบริการ ในมาตรา ๓๔๕ ความผิดฐานบุกรุกมาตรา ๓๖๒ เป็นต้น อันเป็นผลให้ผู้กระทำความผิด มิใช่โดยเจตนาหรือมิได้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หากไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวก็จะถูกคุมขัง เป็นเวลานานเกินความจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ปัญหาดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก กล่าวคือการประกันตัวประชาชนต้อง กู้หนี้ยืมสินจากแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ หรือการติดต่อนายประกันอาชีพมาช่วยจัดการให้ซึ่งมี ค่าใช้จ่ายสูงและอาจถูกหลอกลวงได้ แล้วก็ก่อให้เกิดอาชีพหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ศาลหลายแห่ง ทั่วประเทศที่ผู้ต้องหาไปใช้บริการ แล้วก็ต้องเอาหลักฐานที่ดินเข้าไปจำนองพร้อมกับ เสียดอกเบี้ย เมื่อคดีความจบสิ้นแล้วผู้ต้องหาไม่ต้องรับโทษก็จะต้องไปรับผิดชอบจาก ค่าใช้จ่ายในเรื่องของการไปหาบริษัทประกันมาประกันตัวผู้ต้องหา ดังนั้นเมื่อปรับปรุงกฎหมายให้การกำหนดโทษอาญามีความเหมาะสม หรือได้สัดส่วนกับ สภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดโดยปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวกับการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิด และกำหนด มาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดและฐานะของผู้กระทำความผิดมิให้ บุคคลต้องรับโทษหนักเกินสมควร และยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๗๗ มาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย จึงขอเสนอญัตติ ดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรส่งเสริมให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรง เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย ตามข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะมีการชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ
เพราะฉะนั้นในเรื่องของกรรมาธิการสามัญที่จะมารับในเรื่องของการ พิจารณาในของส่วนญัตติผมนั้นจะเป็นกรรมาธิการอื่นเช่นคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมก็ไม่ขัดข้องที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ เข้ามาด้วยนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตขยายความนิดหนึ่งว่าวันนี้ ขอสไลด์ขึ้นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
คือโทษทางอาญา ปัญหาผู้ต้องหา ล้นเรือนจำนี่ครับ ตอนนี้ผู้ต้องหานักโทษอยู่ในเรือนจำร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ก็จะทำให้เห็นความแออัดแล้วก็มีการแหกคุก หนี และเผาเรือนจำ ที่จังหวัดกระบี่ก็มี การเผาเรือนจำแล้วก็มีการหนีด้วย สิ่งเหล่านี้มาจากการที่เราไม่ได้กำหนดในเรื่องของกรอบ กฎหมาย เพราะฉะนั้นความจำเป็นของบุคคลที่มีโทษไม่ร้ายแรง โทษลหุโทษ แต่ว่าเป็น ความผิดทางอาญา เมื่อการพิจารณาของศาลพิจารณาเสร็จแล้วจำเลยรับสารภาพอาจจะ ลดโทษในคดีส่วนจำคุกให้มีโทษปรับสถานเดียว แต่ปรากฏว่าถ้าจำเลยไม่มีเงินไปจ่ายค่าปรับ ในขบวนการยุติธรรมก็ให้กักขังแทนค่าปรับวันละ ๕๐๐ บาท ในวันนั้นละ ๕๐๐ บาท ในความจำเป็นของจำเลยอาจจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นผู้เลี้ยงชีพครอบครัว เป็นหัวหน้า ในการหารายได้มาเลี้ยงลูก ภรรยา แต่เมื่อไปถูกกักขังแทนค่าปรับอย่างนี้ต้องไปร่วมอยู่ กับคดีอุกฉกรรจ์ คดีฆ่า ปล้น คดีค้ายาเสพติด แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงสังคมเลย สิ่งเหล่านี้ โทษเหล่านี้ ผมอยากให้คณะกรรมการหรือว่ารัฐบาลได้ไปศึกษาเปลี่ยนเสียเถอะ เปลี่ยนจากโทษทางอาญา แทนที่จะเอาคนไปกักขังเพื่อให้สำนึกความผิดนี่มันไม่ใช่ เป็นการ ลงโทษ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพี่น้องประชาชนที่ยากจน ประชาชนที่ไม่สามารถเอาเงินไปจ่าย ค่าปรับ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท หาเงินไม่ได้ก็จับเอาไปขัง หักวันละ ๕๐๐ บาท ผมถามว่าถ้าเอาหัวหน้าครอบครัวไปขังหักค่าปรับวันละ ๕๐๐ บาท กี่วันถึงจะหมด แล้วมันได้ประโยชน์อะไร ในทางกลับกันถ้าเราเปลี่ยนโทษอันนี้เพื่อที่จะให้เป็นโทษทางพินัย ประวัติอาชญากรรมก็ไม่ติด เขาก็ทำงานที่อื่นได้ แล้วในเรื่องของการเปลี่ยนโทษเพื่อที่จะให้ เขาไปบำเพ็ญกุศลหรือไปดำเนินการในเรื่องของเชิงทางสังคม เช่น จำเลยนี้มีความเก่งในเรื่อง ของ Furniture เก่งในเรื่องของทาสีก็ให้เขาไปทาสีให้กับองค์กรสาธารณะกุศล ไม่ว่าจะไป ทาสีให้มัสยิด ทาสีให้วัด ทาสีให้โบสถ์อะไรต่าง ๆ นั้นก็มาหักกันเป็นวัน ๆ ไป สิ่งเหล่านี้ เมื่อเขาทำงานได้สำเร็จ เขาก็กลับไปอยู่ในครอบครัวได้ วันนี้กระบวนการทางเทคโนโลยี เราสามารถที่จะควบคุมผู้ต้องหาอย่างนี้ซึ่งเราถือว่าไม่ใช่เป็นผู้ต้องหาร้ายแรง และไม่ใช่เป็น ผู้ต้องหามีจิตสันดานเป็นผู้ร้าย เราก็มีข้อ EM แต่ว่าวันนี้ข้อ EM ผมไปเห็นแล้ว ผมคิดว่ามัน ต้องออกแบบใหม่แล้วครับ ไม่ใช่เป็นการใส่ข้อ EM ที่ข้อเท้า แล้วต้องใส่กางเกงบาน ๆ ขาใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเครื่องควบคุมอันนี้มันเหมือนกับนาฬิกา เหมือนกับ Wristband เราก็สามารถที่จะทำให้มันสะดวก ไม่ต้องให้เขาทรมาน แต่ว่าอันนี้รู้สึกมันใหญ่โตมาก เป็นสี่เหลี่ยม แล้วไปไหนเดินมันก็ยังชนขาอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคุมในบุคคล ประเภทนี้ที่มีความผิดไม่ร้ายแรง ผมคิดว่าต้องควรทำเป็นอย่างยิ่งและควรทำเป็นเร่งด่วน การที่จะให้ผู้ต้องหาเต็มเรือนจำ ล้นเรือนจำ ไปขยายสร้างเรือนจำใหม่นะครับ ผมถามท่าน รัฐมนตรียุติธรรมท่านบอกว่าต้องใช้งบประมาณ ถ้าทำให้ดีต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท แล้วท่านดูสิว่าเรือนจำในประเทศไทยแต่ละแห่ง นักโทษ ๑ คน กับสัดส่วน ที่หลับที่นอนอยู่ที่ประมาณสัก ๒ ตารางเมตรกว่า ๆ ไม่ถึงด้วยซ้ำไป ก็ต้องมีการนอนตะแคง มีการนอนตะแคงเสร็จแล้วเมื่อนักโทษหนาแน่นขึ้นก็ให้นักโทษงอเข่าเพื่อที่จะให้ยัดขึ้น พอนักโทษงอเข่าเสร็จแล้วนักโทษยังเพิ่มอีกก็ให้นั่งหลับ นักโทษยังเพิ่มขึ้นอีกก็ให้หมุนเวียน หลับนะครับ ก็ให้ออกมาแล้วก็ให้จัดเวรหมุนเวียนหลับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็น วิธีการที่จะทำให้บุคคลต้องโทษเกิดความหลาบจำ สิ่งเหล่านี้เป็นมนุษย์ เป็นพวกเราแท้ ๆ เป็นคนไทยเรานี่ที่ไปติดคุกติดตะรางกันมาเราไม่คิดหรือว่าเขาโดนจำคุกมาสัก ๒ ปี ๓ ปี หรือ ๕ ปี ๑๐ ปีอย่างนี้ครับ ชีวิตเขายังเหลืออยู่ เราไม่เว้นพื้นที่ทางสังคม เราไม่เคารพสิทธิ เสรีภาพกับนักโทษต้องขังและญาติพี่น้องเขาอีกที่เขาจะต้องไปดูแลต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมมองเห็นการพัฒนากฎหมายในเรื่องของประมวลกฎหมายอาญาควรที่จะแก้ไขกับในโทษ ของผู้ที่จะต้องรับโทษในความผิดเล็กน้อย เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนานักโทษวันนี้ นี่คือโทษหลักทางอาญาก็มี โทษประหารชีวิต มีโทษจำคุก มีโทษกักขัง มีโทษปรับ แล้วก็ริบ ทรัพย์สิน อันนี้ชั้นของโทษทางอาญามี ๕ ระดับด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าในกรณีโทษอาญา ในเรื่องของปรับอย่างเดียวหรือกักขังอย่างนี้เราต้องไปทบทวน เพื่อที่จะลดจำนวนนักโทษ ในเรือนจำ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปขยายเรือนจำ ไม่ต้องไปสร้างเรือนจำใหม่ ในขณะเดียวกัน ผมขออนุญาตแนะนำครับท่านประธาน คือหลายประเทศเขามีเรือนจำเอกชน เพราะฉะนั้น ในประเทศไทยไม่จำเป็นจะต้องไปสร้างเรือนจำภาครัฐของราชทัณฑ์ใหม่ เราไปให้เอกชน สร้างเรือนจำใหม่โดยอัตราโทษที่น้อย ผู้เสพไม่ใช่ผู้ขายยาเสพติด หรือโทษปรับผิดประเภท ลหุโทษก็ให้ไปขังในประเภทที่โทษไม่หนัก เพื่อต้องการไม่ให้จำเลยหรือนักโทษไปขังรวมกับ ในโทษอุกฉกรรจ์ เพราะฉะนั้นเกิดการเรียนรู้ ตอนที่ถูกจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน แต่ปรากฏไปขัง ร่วมกัน มีการติดต่อกับโทษประหารชีวิต แดนติดกันอะไรกันอย่างนี้ ออกมามีความเชี่ยวชาญ ในการที่จะลักทรัพย์ ในการที่จะไปงัดแงะ วิ่งชิงปล้นได้เลย แล้วก็ในเรื่องของนำนักโทษ ไปพัฒนาในเรื่องของอาชีพ นำนักโทษเข้าไปจับมือกับในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม เพื่อที่จะฝึกให้นักโทษออกมาแล้วสามารถมีอาชีพได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าเราสามารถที่จะพัฒนากฎหมายอันนี้ออกไปในเรื่องอื่นได้ด้วย แต่ในเบื้องต้น ก่อนจบผมก็ขออนุญาตท่านประธานรบกวนเวลามามากพอสมควรแล้ว ผมก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าเรื่องนี้ถ้าเราทำ เรื่องของโทษอาญาเล็กน้อยแล้วก็ให้ เป็นโทษทางพินัยนั้นที่จริงแล้วเหลือไม่มากแล้ว ญัตติผมเสนอตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ แล้วมันมีกฎหมายที่มีปรับเขากวาดเข้าไปเพื่อที่จะทำเป็นการปรับทางพินัยไปส่วนหนึ่งแล้ว ก็ยังเหลืออีกไม่มากในเรื่องของการที่จะมาเก็บเกี่ยว แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่เหลืออยู่ใน โทษเล็กน้อยนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับบุคคลยากจน เกิดขึ้นกับบุคคลยากไร้ในประเทศทั้งหมด ลองไปสำรวจดูได้เลย เพราะฉะนั้นผมก็มองเห็นในอนาคตของญาติพี่น้อง ของครอบครัว บุคคลที่ยากจน แล้วก็ไม่มีเจตนาในการที่จะกระทำความผิดแล้วก็ได้รับโทษอย่างนี้ เราได้ ออกมาเพื่อที่จะให้เขาอยู่ในครอบครัวถือว่าเป็นบุญ แล้วเรามองเห็นพี่น้องประชาชนสิทธิ และเสรีภาพ สิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ภายใต้รัฐธรรมนูญทุกประเทศละครับเขา เคารพ เราก็ต้องมาดูว่าในประเทศไทยเรายังต้องไปเก็บตกคนที่อยู่ข้างหลัง คนที่ด้อยโอกาส คนเหล่านี้มีชีวิตที่น่าสงสารมาก ก็เลยกราบเรียนท่านประธานไปยังภาครัฐในหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม หรือว่าหน่วยงานใดก็ตามเพื่อที่จะยกร่างกฎหมาย อันนี้ขึ้นมาเพื่อไปบังคับใช้ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ