อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อภิปรายปัญหาทุเรียนไทยที่ส่งออกไปจีนซึ่งถูกกระทบจากการบังคับใช้มาตรฐานใหม่เรื่องสารตกค้าง BY2 และเสนอแนวทางแก้ไขโดยเร่งด่วนเพื่อรักษาความหวังของเกษตรกร โดยเน้นการยกระดับคุณภาพทุเรียนผ่านการขจัดปัญหาทุเรียนอ่อนและสารปนเปื้อนควบคู่กับการควบคุมมาตรฐาน GAP GMP พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาทุเรียนนั้นต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคให้ความสำคัญ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรก็ถือเป็นความเดือดร้อน ร่วมของพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติ ท่านประธานครับ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบประเด็นนี้ก็เหมือนการจุดประกาย แต่นั่นเราก็ไม่อาจ วางใจได้ว่าหมุดหมายที่ท่านวางไว้ว่า ๒๐ มกราคม ทุกอย่างจะดีขึ้น เราต้องเกาะติดและ ต้องติดตามประเด็นการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด เพราะทุเรียนนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผลไม้ แต่ทุเรียนคือความหวัง คืออนาคต คือทองคำ คืออัญมณี และราชาแห่งผลไม้ไทย ความจริง เราส่งออกไปหลายประเทศก็มีอนาคตสดใส ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน ค้าขายมาดี ๆ ครับ วันที่ ๘ มกราคมที่ผ่านไปนั้นปรากฏว่ามีการประชุม และดูเสมือนว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ นั่นก็คือทุเรียนที่จะส่งไปจีนนั้นจะต้องผ่านการตรวจโดยแล็บที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อจะ คัดกรองไม่ให้มีสารตกค้าง ไม่ให้มีสารย้อมสี ที่เรียกว่า BY2 BY2 ก็คือ Basic Yellow 2 สารนี้เป็นสารย้อมสี และถ้าหากมีการตกค้างและมีแคดเมียมก็จะเป็นอันตราย มองในแง่ดี ก็เป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทยในตลาดจีนให้เป็นที่ยอมรับ ให้มีความ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่มองในมิติว่าเอ๊ะหรือจะเป็นมาตรการที่ทำให้การคัดกรองทุเรียนไทย เข้าจีนนั้นมีปัญหาหรือไม่ ผมจึงวางเส้นเรื่องการอภิปรายของผมในวันนี้ว่าปัญหา BY2 ต้องแก้ให้ดี แต่ BYD คือรถไฟฟ้าครับ ที่พูดเรื่องนี้เพื่อจะบอกว่าไทย-จีนมีสัมพันธ์อันดี ด้วยกันมานานครับ เราค้าขายผลไม้ส่งไปจีนก็ได้รับการตอบรับ ได้รับการยอมรับ ทุเรียนไทย สุดยอดของโลกอันนี้เป็นที่ยอมรับ แต่พอมีการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ว่าจะต้องผ่าน การตรวจจากแล็บที่มีคุณภาพ ประชุมวันที่ ๘ มีผลบังคับใช้วันที่ ๑๐ ปรากฏว่าทุเรียนไทย เหมือนตกลงมาจากลิฟต์หรือตกจากที่สูงครับ กระทบถึงมูลค่ามากกว่า ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท วันนี้เกษตรกรอันดับแรกปัญหาที่เกิดขึ้นคือหาแล็บไม่เจอ เมื่อไปเจอแล็บแล้วก็ต้องไปเข้าคิว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบเป็นการเปิดประตูสู่ความหวัง ว่าท่านมีแล็บ ๖ แห่ง สามารถตรวจได้ ๗๐๐ ตัวอย่างต่อวัน แต่ต้องใช้เวลา ๔๘ ชั่วโมง และท่านกำลังจะเปิดแล็บอีก ๔ แห่ง ๔ แห่งนี้จะตรวจได้ ๖๐๐ ตัวอย่าง ผมเก่งเลขครับ ๗๐๐ บวก ๖๐๐ เป็น ๑,๓๐๐ แต่ว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจต่อวันแล้วรอผลแล็บ ๔๘ ชั่วโมง ดังนั้นผมจึงเรียนว่าท่านจะออกกติกา ออกเงื่อนไข หลักเกณฑ์ใดก็ตามแต่ ท่านบอกว่าทุเรียนไทยจะต้องมี ๔ ไม่ คือไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ และไม่มีสี ท่านจะใช้ สถานการณ์นี้ในการ Set Zero และยกระดับคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทย ตรงนี้ผมคิดว่า ไม่มีใครมีปัญหาหรอกครับ ท่านขอเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและล้งทุเรียนว่าต้อง ๔ ไม่ แต่ผม ขอท่าน ๒ อย่างครับ คือขอ ๒ ให้ ให้แรกคือท่านแก้ให้ไว และข้อที่ ๒ คือแก้ให้ได้ วันนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นต้องยอมรับ นอกเหนือจากมูลค่าที่หายไปราคาทุเรียนในวันที่ ๘ ก่อนการ ประชุม ๒๔๐-๒๖๐ บาท แต่พอวันที่ ๑๐ ราคาเหลืออยู่ประมาณ ๑๑๐-๑๒๐ บาทเท่านั้น ถ้าจะมองวิกฤติเป็นโอกาสก็จะบอกว่าคนที่ทุเรียน Lover ชอบทุเรียนก็ไปตลาดไท ราคา ถูกลง แต่ผลกระทบที่มันเกิดขึ้นและเยียวยายาก ก็คือผลที่เกิดกับพี่น้องเกษตรกรและล้ง ทุเรียนทั่วประเทศ ดังนั้นท่าน Set Zero ยกระดับคุณภาพมาตรฐานไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แต่อย่า Set Zero จนความหวังของทุเรียนไทยเหลือเป็น Zero อันนี้เป็นการเสียโอกาส ในโอกาสนี้ผมมี ๕ ประเด็นที่จะถือโอกาสในการยกระดับคุณภาพทุเรียนไทย
๑. การยกระดับนั้นต้องขจัดปัญหาทุเรียนอ่อน ขจัดสารปนเปื้อน คุมเข้ม มาตรฐาน GAP GMP พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งดีอยู่แล้วให้ยกระดับขึ้นมา
๒. แก้วิกฤติแรงงานเกษตรที่เกี่ยวกับศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวครบวงจร ปรับกฎหมายแรงงานให้มีความยืดหยุ่น
๓. เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร หนุนล้งชาวไทยด้วยเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ให้ล้งไทยนั้นสามารถแข่งขันกับล้งต่างประเทศได้ด้วยคุณภาพราคามาตรฐานที่เป็นธรรม ยอมรับได้กับทุกฝ่าย
๔. เราจะขยายโอกาสในการขยายตลาดทุเรียนทั่วโลก เจาะตลาดใหม่ครับ เราไปสอนคนจีนกินทุเรียนประสบผลสำเร็จแล้ว ไปสอนอินเดีย ไปสอนสหรัฐ ไปสอนยุโรป เป็นการสร้าง Brand ทุเรียนไทยให้ไปสู่ระดับโลก
๕. นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าทุเรียนไทย ส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ และผลักดันสินค้าทุเรียนให้เป็น GI และเป็น Smart Farming ขายผ่าน e-Commerce อย่างที่ผมเรียนครับ มันมีทฤษฎี Gatekeeper คือทฤษฎีการเปิดและปิดประตูเข้าไปสู่การค้า ของแต่ละประเทศ วันนี้เราเข้าจีนยากขึ้นถ้าเราพึ่งจีนประเทศเดียว นั่นหมายความว่าเขา จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด แต่ถ้าเราขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ด้วยนวัตกรรมเพิ่มมูลค่า ด้วยนวัตกรรม e-Commerce ในการขายสินค้าเกษตรได้ถ้วนหน้าทั่วโลกก็จะเป็นประโยชน์
ดังนั้นผมฝากสรุปนะครับ ว่าท่านขอว่า ๔ ไม่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ และไม่มีสี ผมขอท่าน ๒ ข้อครับ เพราะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องผู้ปลูกทุเรียนทั่วประเทศไม่ได้ มีเฉพาะภาคตะวันออกหรือภาคใต้ เหนือก็มี อีสานก็มาก ขอท่าน ๒ ให้ครับ ให้แรกคือ ท่านแก้ปัญหาให้ได้ และประการที่ ๒ สำคัญคือแก้ให้ไว้ และเราจะจับตาดูว่าวันที่ ๒๐ มกราคมที่ท่านว่าผลจะเป็นเช่นไร ขอบคุณครับ