พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อภิปรายเรื่องสารตกค้างในทุเรียนที่จีนปฏิเสธซื้อ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจาและบูรณาการหน่วยงานเพื่อตรวจสอบอย่างโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องของการ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาสารตกค้างในทุเรียนเพื่อการ ส่งออกทุเรียนในช่วงฤดูกาลผลิต สาเหตุว่าทำไมเราถึงจะต้องอภิปรายเป็นญัตติด่วน เพราะว่าเราเพิ่งเจอปัญหาเรื่องนี้ครั้งนี้เป็นครั้งใหญ่หลวงจริง ๆ แล้วก็มูลค่าความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศนี้กับผลผลิตที่กำลังจะออก Lot นี้เฉพาะภาคใต้ที่กำลังจะออก เมื่อสักครู่ท่านวิโรจน์ได้พูดถึงความห่วงใยที่กำลังจะเกิดขึ้นในภาคตะวันออก ก็จะเป็น ผลผลิตในอีก ๓ เดือนถัดไป แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ณ รอบการตัดในวันที่ ๘ ที่ผ่านมา เราเจอ ผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประเทศผู้รับซื้อหลักของเราก็คือประเทศจีนได้ปฏิเสธการรับ ซื้อทั้งหมด โดยอ้างว่าทุเรียนที่ไปจากประเทศไทยมีสารปนเปื้อนที่ชื่อว่า BY2 ทีนี้ถามว่า แก้ปัญหากันอย่างไร ดิฉันบอกเลยค่ะท่านประธานว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาแค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้นแล้ว แต่มันเป็นปัญหาระหว่างรัฐบาลก็คือ ประเทศไทยกับประเทศจีนแล้ว วันนี้ต้องไปถึงท่านผู้นำแล้วค่ะ โดยต้องขอร้องจริง ๆ ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการเจรจาด้วย เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมันต้องใช้ทั้ง ความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส แล้วก็ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกัน ทำไม ต้องรวดเร็วคะ เพราะว่าทุกนาที ทุกวินาทีของความล่าช้ามันหมายถึงกระทบกับมูลค่า ผลผลิตของเกษตรกร เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชเรามีผู้ปลูกเกษตรกรกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย มีผลผลิตต่อปีมูลค่ากว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะพื้นที่นครศรีธรรมราชเท่านั้น ไม่รวมพื้นที่ ภาคใต้ นครศรีธรรมราชเป็นผู้ผลิตลำดับที่ ๒ แต่ว่ามูลค่ารวมทั้งประเทศที่กำลังจะออกใน Lot นี้ เฉพาะเดือนนี้และเดือนถัด ๆ ไป ท่านประธานลองคิดดูว่ามูลค่าเป็นเท่าไร ทำไมดิฉัน ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้ต้องทำอย่างรวดเร็ว น่าเชื่อถือ โปร่งใส และบูรณาการ เพราะว่าวันนี้ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านมาตอบในสภา แน่นอนท่านบอกว่าพร้อมแล้ว แล็บพร้อม ในวันที่ ๑๖ มีกระบวนการตรวจสอบต้องใช้ ระยะเวลา แต่ระยะเวลาที่ท่านบอกนี้กับหน่วยงานที่เรามีนี่ดิฉันถามกลับไปว่าเราเพียงพอ หรือไม่ วันนี้ถ้ารวดเร็วไม่ได้ต้องทำอย่างไรต่อคะ ถ้ากรมวิชาการเกษตรบอกว่าเรามีแล็บ ไม่พอ หรือเรามีหน่วยงานของรัฐไม่พอ จำเป็นแล้วที่จะต้องเอาภาคเอกชนมา หรือเอา Outsource เข้ามาช่วย เมื่อไรก็ตามที่มีหน่วยงานรับรองเอามาช่วย มาออกผลได้เร็ว ที่สำคัญที่สุดคือความน่าเชื่อถือ ต่อให้มีแล็บมากมายขนาดไหนแต่ไม่ได้รับความเชื่อถือ จากประเทศคู่ค้าก็คือประเทศจีน แน่นอนค่ะก็ส่งออกไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นวันนี้รวดเร็วก็คือ ต้องทำให้เร็ว ให้มีหน่วยงานรับรองที่มาก น่าเชื่อถือก็ต้องเป็นการยอมรับซึ่งกันและกัน ก็ต้องมีทั้งประเทศจีนและประเทศไทย เป็นไปได้ไหมว่าวันนี้ทางรัฐบาลเองต้องไปเจรจา แล้วว่าประเทศจีนถ้าคุณมีแล็บตรงไหนที่จะสามารถช่วยได้ หรือมาตรฐานชนิดไหนที่เอามา ช่วยกันได้ ที่สามารถยอมรับซึ่งกันและกันได้ก็ต้องช่วยกัน ที่สำคัญที่สุดต้องโปร่งใส หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาช่วยกันต้องสร้างความชัดเจนให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ หรือที่เราเรียกว่า ล้ง วันนี้เกษตรกรใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เพราะทุเรียนนับทุก วินาทีเป็นมูลค่า ณ วันที่ ๘ มูลค่าทุเรียนของเขากิโลกรัมละ ๒๕๐ บาท แต่พอมาวันนี้ จำเป็นต้องตัดเหลือร้อยเดียว ถามว่า ๑๐๐ บาท ค่าสารเคมี ค่ายา ค่าน้ำ ค่าคนพอไหมคะ แต่วันนี้พอ ไม่พอไม่รู้ ต้องตัดแล้วเพราะว่ามันรอไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่า วันนี้ท่านนายกนั่งหัวโต๊ะจริง Fruit Board ประชุมไปจริง แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องเร่งรีบ ทำงานและต้องได้รับความน่าเชื่อถือ เพราะที่สำคัญที่ดิฉันฟังจากผู้ประกอบการมา วันนี้ล้ง จะแบ่งอยู่ ๒ ภาคค่ะ ทางจันทบุรีภาคตะวันออกส่วนหนึ่ง ทางชุมพรอีกส่วนหนึ่ง แต่วิธีการ ดำเนินงาน วิธีการจัดการทำไมมันไม่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่ออกมาตรการไปเหมือนกัน ทำไมของ ชุมพรบอกว่าตรวจทุกตู้ ๆ แต่ถึงเวลาตรวจทุกตู้ปุ๊บเรียกเจ้าหน้าที่มาเจ้าหน้าที่อยู่ไหน อยู่ระนองค่ะ กว่าจะมาถึงล้งต้องรออีก ๓ วันเหรอคะ แล้วของที่ค้างอยู่ในตู้กว่าจะได้ตรวจ อีก ๓ วัน ๓ วันเสร็จกว่าจะเดินทางไปอีก เดินทางอีก ๓ วันถึง ๕ วัน เดินทางไปถึงปลายทาง ต้องรอไปล้งจีนที่กระจายอีก ๓-๕ วันอีก ทั้งหมดทั้งสิ้น ๑๕-๒๐ วัน ถามว่าใครจะ Guarantee ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดความเสียหายแค่ประเทศแล้วนะคะตอนนี้ แต่มันลงลึกถึงเกษตรกรและความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกหน่วยงาน ไม่ใช่โยนภาระไปให้แค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น วันนี้กระทรวงพาณิชย์เอง กระทรวง การต่างประเทศเอง กระทรวงสาธารณสุขเองต้องมาช่วยกันแล้ว แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ถ้าเกิดครั้งนี้ได้ใครจะมั่นใจว่าครั้งต่อไปจะไม่เกิด นี่เป็นจุดเริ่มต้นมาเกิดเอาที่หน้าตัดแรก ก็คือที่ภาคใต้ที่ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี แต่อีก ๓ เดือนถัดไปตลาดที่ใหญ่ที่สุด ตลาดภาคตะวันออกใครจะ Guarantee ให้พวกเขาคะ ถ้าวันนี้ไม่เร่ง ไม่รีบ ไม่สร้าง กระบวนการที่เป็นที่ยอมรับและที่น่าเชื่อถือ ที่โปร่งใสให้กับการแก้ปัญหาครั้งนี้ให้สำเร็จ แน่นอนค่ะผลกระทบจะต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังภาคตะวันออกแน่นอน วันนี้ดิฉันลุกขึ้น ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำอย่างไรให้พวกเขาโอกาส ที่เขารอมา ๑ ปี ปีที่ผ่านมาเขาฝ่าแล้งมาฝ่ามาได้ต้องมาเจอฝน ต้องมาเจอพายุ ต้องมาเจอ ภัยพิบัติ ฝ่ามาได้ทุเรียนกำลังจะตัดต้องมาเจอปัญหาเรื่องราคาตรงนี้อีก ทุกวินาทีของ พวกเขามันมีค่า ๑ นาทีของคนทำงานอาจจะเป็นแค่ ๖๐ วินาที แต่ ๑ นาทีของเกษตรกร มันปนไปด้วยความทุกข์ ความระทม แล้วก็ความหวัง เรามาช่วยกันสร้าง ๑ นาทีของเขา ให้มันมีรอยยิ้ม อย่างน้อย ๆ ได้เห็นทุนได้คืนกลับไปบ้าง อย่ามาร่วมกันสร้าง ๑ นาทีให้เขามี ภาพจำว่าพวกเราไม่ทำอะไรเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ