อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชี้แจงปัญหาความล่าช้าในการขออนุญาตสร้างถนนสาธารณะที่ถูกกฎหมายกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการสำรวจและอนุญาตเพื่อแก้ไขปัญหาระบบคมนาคมที่ประชาชนเดือดร้อน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ทำ กระทู้ถามกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ การขออนุญาตสร้าง ขยาย หรือ ปรับปรุงถนนสาธารณะที่ประชาชนใช้เดินทางสัญจรแต่กฎหมายกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มา ตอบกระทู้ถามของกระผม ผมก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านได้ สละเวลาอันมีค่าได้คุยกับทางทีมงานคณะทำงานของท่านรัฐมนตรี ท่านเองมีภารกิจ เยอะมาก แต่ท่านได้เห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รอการพัฒนา ถนนหนทางในพื้นที่ที่ถูกระบุใน พ.ร.บ. ป่าไม้ว่าต้องมีการขออนุญาตแล้วเกิดความล่าช้า ท่านรัฐมนตรีเมื่อทราบเรื่องท่านรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้มาตอบกระทู้ถามของสภา ผู้แทนราษฎรของเรา ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน มา ณ โอกาสนี้ ท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดจากการที่กฎหมายนั้นได้ระบุไว้โดยประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา ๒ ได้บัญญัติให้ที่ดินที่ไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือเป็น ที่ดินของรัฐ ประกอบกับมาตรา ๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ บัญญัติให้ป่า หมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามกฎหมายที่ดินให้ถือเป็น พื้นที่ป่า ฉะนั้นถนนหนทางที่พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเท้า ทางเกวียน รวมถึง ถนนที่ยังไม่มีการก่อสร้าง และที่ก่อสร้างไปแล้วที่เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อยังไม่ได้มีหนังสือ รับรองสิทธิให้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงสาธารณะ ตามกฎหมายเรื่องของที่ดินและกฎหมาย ของพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา ๔ ได้นำเรียนท่านประธานไปแล้ว พื้นที่ดังกล่าวนั้น ให้ถือเป็นพื้นที่ป่า ฉะนั้นการที่จะขออนุญาตก็ต้องให้ทางกรมป่าไม้นั้นได้อนุญาตให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการก่อน อันนี้เป็นปัญหาอย่างมากครับท่านประธาน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีได้รับการร้องเรียน จากผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาลก็ดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลก็ดี ท่านประธานครับ จดหมายที่ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้เห็นนั้นเป็นจดหมายของ องค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาวที่ได้ทำขออนุญาตกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ แล้วตอนนี้ ถนนดังกล่าวก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งถนนที่ท่านประธานเห็นที่ผมยกตัวอย่าง เป็นเส้นทางหนึ่งในหลายสิบเส้นทางในเขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเส้นทางเดียว ในหลายสิบเส้นทาง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นำมาเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้เห็น คือถนนลาดยาง เส้นสะพานท่าผาแยกลาดบัวขาว ตรงไปออกคลอง ๒ ซ้ายของตำบลลาดบัวขาว ซึ่งตรงนี้ ถนนมีสภาพการจราจรที่ชำรุด แล้วปัจจุบันผมได้ทำกระทู้ถามขอให้รัฐบาลไปดำเนินการ ปรับปรุงถนน ๔ เลน เส้นเบิกภัย หนองปลาหมอ รวมถึงสะพานขยายจาก ๒ เลน เป็น ๔ เลน ทำให้ปัจจุบันนี้สะพานตรงไฟแดงบ้านโป่งนั้นได้ถูกปิดเพื่อขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ทำให้ถนนเส้นที่นำเรียนท่านประธานนั้นต้องขยายแล้วก็ปรับปรุงพื้นผิว การจราจร สะพานถูกปิดตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ แล้วทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ.ราชบุรีก็ดี อบต.ลาดบัวขาวก็ดี มีความพร้อมทางด้านงบประมาณที่จะไปลาดยางเพื่อให้ ถนนสายสะพานท่าผา-ลาดบัวขาวนั้นใช้แทนสะพานเส้นบ้านโป่งที่มีการปิดการจราจร เนื่องจากขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร แต่ปัจจุบันนี้สะพานบ้านโป่งนั้น เดือนหน้านี้จะเปิดใช้ตรงปีกได้แล้ว แล้วสงกรานต์นี้ก็จะเปิดใช้ ๒ เลนได้แล้ว แต่ถนนที่เรา จะรองรับการจราจรให้พี่น้องเบี่ยงมาใช้ถนนเส้นลาดบัวขาว-ท่าผา ยังไม่ได้ทำเลยครับ ท่านประธานก็มานั่งดูว่าปัญหามันเกิดจากอะไร งบประมาณพร้อม บุคลากรพร้อม แต่ว่า กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตให้ แล้วที่สำคัญวันนี้ที่จังหวัดราชบุรีไม่ใช่แค่อำเภอบ้านโป่งอย่างเดียว ที่จังหวัดราชบุรีมีปัญหาทุกอำเภอ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนนี้ ๕,๐๐๐ กว่าคำขอ ทางกรมป่าไม้ซึ่งมีบุคลากรจำกัด มีอยู่ประมาณ ๗-๘ คน ต้องออกไปสำรวจทำการรังวัดนี้ ตอนนี้ทำได้ ๑,๐๐๐ กว่าคำขอ ยังเหลืออีก ๓,๐๐๐ กว่าคำขอครับ ๓,๐๐๐ กว่าคำขอ หมายความว่า ๓,๐๐๐ ถนน หรือ ๓,๐๐๐ กว่าสายทางที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่ยัง ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการลาดยาง หรือปรับปรุงเส้นทางให้กับพี่น้องประชาชนได้ เมื่อผม เองเป็นผู้แทนไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่ารอป่าไม้อนุญาต ประชาชนก็สับสน งงครับ เป็นไปได้อย่างไรถนนใช้มาตั้งแต่ยายเป็นเด็กจนปัจจุบันนี้ยายอายุ ๗๐ ปี จะ ๘๐ ปีแล้ว ก็เป็นถนนนี่ ก็ไม่เคยเห็นมีต้นไม้ขึ้นสักต้นหนึ่ง พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจครับ ก็ต้องอธิบาย ข้อกฎหมายฟังอย่างที่เรียนท่านประธานไปว่า กฎหมายป่าไม้เขากำหนดไว้ว่าถ้าไม่มีหนังสือ รับรองสิทธิให้ถือเป็นพื้นที่ของป่าไม้ ฉะนั้นจะไปลาดยาง จะไปปรับปรุงถนนต้องไปขอ ป่าไม้ก่อน ตอนนี้งบประมาณเพียงพอแล้วแต่ยังทำไม่ได้เพราะว่าทางป่าไม้ยังไม่อนุญาต ชาวบ้านก็งงครับ ก็กลับมาดูตรงนี้ว่าปัญหามันเกิดจากไหน ปัญหาเกิดจากขั้นตอนการ ขออนุญาตที่ซับซ้อนที่ใช้เวลานาน ๑. บุคลากรไม่เพียงพอ แล้วก็ขั้นตอนนี้เยอะจะมีระบุว่า ถ้าเกินกี่ไร่ต้องให้ทางอธิบดีลงนาม ถ้าต่ำกว่ากี่ไร่ให้ผู้อำนวยการเขตลงนาม คราวนี้ก็มี ความสับสน แล้วก็มีขั้นตอนที่ซับซ้อนทำให้การขออนุญาตล่าช้ามาก ท่านประธานจะเห็นว่า จดหมายที่นำเรียนท่านประธานตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ จนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถดำเนินการ ลาดยางได้ ฉะนั้นผมเลยเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่า รัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขหลักเกณฑ์การอนุญาตให้สร้าง ขยาย หรือปรับปรุงถนนสาธารณะสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์สาธารณะร่วมกันให้มีความสะดวก รวดเร็วหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีถนนใหม่ได้ใช้เพื่อลดปัญหาความ เดือดร้อน ขออนุญาตนำเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ