มนพร เจริญศรี ขอขอบคุณ ส.ส.กาฬสินธุ์ ที่ติดตามการบริหารกรมท่าอากาศยาน และแจ้งว่าจะนำส่งเอกสารสัญญาที่บริษัทรักษาความลับให้ มนพร เจริญศรี อภิปรายเรื่องการลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในการบริการและการนำเทคโนโลยี PVS มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเอกสารผู้โดยสาร พร้อมกล่าวถึงนโยบาย Free Visa และการเตรียมความพร้อมของท่าอากาศยานทั้ง ๖ แห่ง มนพร เจริญศรี อธิบายกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เพื่อชี้แจงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนยันว่ามีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย โดยไม่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทใดรายหนึ่ง มนพร เจริญศรี อธิบายนโยบายรัฐบาลที่ต่อต้านการผูกขาดในโครงการคมนาคม เน้นความโปร่งใสและการกระจายโอกาส พร้อมชี้แจงรายละเอียดระบบ CUPPS ที่เพิ่มค่าธรรมเนียม 30 บาทเพื่อรองรับเทคโนโลยีอัตโนมัติ 6 ระบบ และยืนยันว่ารายได้ส่วนหนึ่งถูกนำไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินสำคัญ มนพร เจริญศรี ตอบคำถามสมาชิกสภาฯ เกี่ยวกับรายได้และการช่วยเหลือสังคมของ ทอท. โดยเน้นการสนับสนุนโรงเรียน ตชด., กิจกรรมจิตอาสา, ชุมชนสัมพันธ์รอบสนามบินสุวรรณภูมิ, ทุนการศึกษา และโครงการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมยืนยันความโปร่งใสและมุ่งมั่นในการบริการเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเดินทางไปตรวจราชการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ คณะของท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ก่อนอื่นดิฉันต้องถือโอกาสขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ที่ท่านได้ ให้ความสนใจ แล้วท่านก็ได้ให้ความใส่ใจติดตามเรื่องของการบริหารของกรมท่าอากาศยาน รวมทั้งท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือว่า ทอท. ซึ่งประเด็นคำถามของท่านได้มี ความต่อเนื่องทั้ง ๓ ครั้ง แล้วท่านก็ได้ติดตาม ส่วนในเรื่องของเอกสารที่บอกว่าท่านยังไม่ได้ ดิฉันก็จะขอติดตามแล้วก็นำส่งให้ท่านในประเด็นที่ท่านต้องการทราบนะคะ เนื่องจาก ในบางเรื่องเอกสารที่สามารถให้ได้ เนื่องจากในชั้นความลับของบริษัทเอง ทางบริษัทก็คงต้อง รักษาความลับของเอกสารด้วยเช่นกันค่ะ แต่เอกสารโดยรวมที่ต้องการเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสัญญาต่าง ๆ อันนั้นเป็นเรื่องความลับของบริษัทในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เดี๋ยวดิฉันจะขออนุญาตได้ตอบคำถามท่าน เนื่องจากประเด็นคำถามท่านได้รวบคำถามทั้ง ๓ คำถามไว้ในครั้งเดียว ขออนุญาตตอบนะคะ
คำถามแรก เรื่องของการแก้ไขปัญหาการลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในเรื่องของ การบริการ แล้วก็ทำอย่างไรที่จะบรรลุประสิทธิภาพของเครื่อง ท่านถามในเรื่องของ PVS Passenger Validation System ซึ่งในเรื่องของระบบดังกล่าวเป็นเรื่องที่ท่านได้ให้ ความสนใจแล้วก็ใส่ใจ ขออนุญาตเท้าความไปว่าในปี ๒๕๖๒ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรามีผู้โดยสารเป็นจำนวนมากส่งผลให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินมีความแออัด แล้วก็ คับคั่ง ทาง ทอท. จึงมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการจัดการ ต่อมาในเรื่องของที่ผู้โดยสารมีจำนวนมากในสถานการณ์โควิด ทำให้ในช่วงนั้นสายการบิน หยุดชะงักหลังสถานการณ์โควิดกลับมา ซึ่งในปี ๒๕๖๒ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ ขณะนี้ผู้โดยสาร ก็เริ่มกลับมา แล้วที่ผ่านมาเราก็มีผู้โดยสารที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมากถึง ๕๙ ล้านคน ทาง ทอท. จึงได้นำระบบของการยืนยันตัวตนผู้โดยสารเข้ามาใช้หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PVS เข้ามาในการตรวจเอกสารการเดินทาง เช่น ตรวจหนังสือเดินทาง ตรวจบัตรประชาชนคู่กับ บัตรโดยสาร ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่จะใช้ในการตรวจเอกสาร ใช้เวลาประมาณ ๑๐-๑๕ นาที แต่หลังจากที่เรานำเครื่อง PVS มาใช้ก็จะลดขั้นตอนเหลือเพียง ๒-๓ นาที ถ้าเราใช้ระบบ PVS ก็จะส่งผลให้ความหนาแน่นของผู้โดยสารโดยเฉพาะช่วงเช้าถ้าท่านเดินทางไปที่ สนามบินดอนเมือง หรือท่านเดินทางไปที่สุวรรณภูมิ ก็จะเห็นว่าความแออัดของการเข้าคิว ที่จะต้องตรวจด้วยระบบ Manual ก็คือดูบัตรโดยสาร หรือว่าบัตรประชาชนก็จะใช้เวลานาน แต่พอเรามาใช้ PVS ก็สามารถร่นระยะเวลาการตรวจ Check ทั้งชื่อ แล้วก็บัตรโดยสาร รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้การใช้บริการของผู้โดยสารแต่ละวันได้มีความพึงพอใจต่อการใช้ บริการ ก็จะเห็นว่าในเรื่องของการใช้เครื่อง PVS ทาง ทอท. จึงได้มีการติดตั้งระบบนี้ทั้ง ๖ สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต สนามบิน ที่เชียงใหม่ แล้วก็สนามบินหาดใหญ่ รวมทั้งสนามบินที่จังหวัดเชียงราย ท่านประธาน ที่เคารพคะ จากนโยบายของรัฐบาลในการเปิด Free Visa เราจะเห็นว่าเรามุ่งเน้นเรื่องของ การทำเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ ๑ ซึ่งที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๗ นักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลก เขาวางหมุดหมายที่กรุงเทพมหานคร จึงทำให้กรุงเทพมหานครเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นอันดับ ๑ โดยเฉพาะการมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทาง ทอท. จะต้องมีการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายอาคารผู้โดยสาร การสร้าง อาคารเทียบเครื่องบินในหลังที่ ๑ หลังจากการเปิด Runway ที่ ๓ รวมทั้งการจัดหา เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ รวมทั้งในเรื่องของการดูแลผู้โดยสารในการใช้บริการ นอกจากนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้มีการปรับปรุงในเรื่องของทุกมิติก็จะทำให้ ผู้โดยสารมาใช้บริการในเรื่องของสนามบิน แล้วก็นักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากขึ้นค่ะ
นอกจากนั้นท่านสมาชิกยังมีความห่วงใยในประเด็นคำถามที่ ๒ ว่าการที่เรา ได้ใช้บริษัทเหล่านี้ได้มีความโปร่งใสในเรื่องของการสัมปทาน แล้วก็การแข่งขันในเรื่องของ คุณภาพ การบริการที่ดีนั้นจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนที่ใช้งบประมาณถึง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทหรือไม่ ขออนุญาตตอบในประเด็นคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกว่า ทอท. เป็นบริษัทในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรูปแบบของรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการปฏิบัติตามหลักการและแนวทางการกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจ รวมถึง ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการ ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ทอท. เองก็ได้ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในปี ๒๕๖๐ และ ระบบว่าด้วยกระทรวงการคลังในการจัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนั้น ทอท. เนื่องจากเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) เราก็มีรูปแบบของการจัดหาผู้รับจ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของสัญญาว่าจ้าง บริการ ซึ่งในสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลาสัญญา ๑๐ ปี เริ่มต้นในปี ๒๕๖๒ จะไปหมดอีกที ก็คือปี ๒๕๗๒ ค่ะท่านสมาชิก ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าในกระบวนการคัดเลือกตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างจะมีอยู่ทั้งหมด ๙ ขั้นตอน ขั้นตอนแรก ก็คงจะเป็นเรื่องของการจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างก่อน ขั้นตอนที่ ๒ ก็จะเป็นการ ร่างขอบเขตงานหรือว่าเรียกว่า TOR ขั้นตอนที่ ๓ เมื่อรายงานขอบเขต TOR แล้วก็จะเป็น การรายงานของการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนขั้นตอนที่ ๔ ก็จะเชิญผู้ได้รับการแต่งตั้งในการที่จะใช้ บริการเรื่องของระบบเหล่านี้ที่มีความชำนาญงานไม่น้อยกว่า ๓ รายขึ้นไป นอกจากในเรื่อง ของการเชิญชวนบริษัทที่มีคุณสมบัติในขั้นตอนทั้งหมดแล้วปริมาณ ๓ รายขึ้นไป แล้วก็ ในการเชิญชวนเหล่านั้นบริษัทก็จะออกหนังสือเชิญชวน แล้วก็ยื่นข้อเสนอตามที่ ทอท. กำหนด ต่อจากนั้นก็จะเป็นการยื่นข้อเสนอเช่น ๓ บริษัทมายื่นแล้ว ก็จะเป็นการแข่งขัน ไม่ใช่จะเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งใน ๓ บริษัทนะคะ ใน ๓ บริษัทเหล่านั้นต้องมายื่นราคาว่า บริษัทไหนที่ยื่นสูงสุด บริษัทไหนยื่นราคาต่ำสุด ได้ผ่านคุณสมบัติของ TOR หรือไม่ ถึงจะมา เป็นการพิจารณาผล ไม่ใช่เป็นการเฉพาะเจาะจงหยิบบริษัทรายใดรายหนึ่ง หรือเอื้อ ประโยชน์ให้กับรายใดรายหนึ่ง แต่มีการแข่งขันในเรื่องของราคาหลังจากได้มีการผ่าน คุณสมบัติในเรื่องของ TOR เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะนำมาซึ่งการพิจารณาผล ซึ่งการ พิจารณาผลก็จะเป็นพิจารณาความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อพิจารณาผลเสร็จแล้ว ผู้มีอำนาจถึงจะอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้าง และเห็นชอบการพิจารณาของคณะกรรมการจัดซื้อ จัดจ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของขั้นตอนค่ะ ขออนุญาตลงไปใน Detail นิดหนึ่ง เนื่องจากเรื่อง ของการจัดซื้อจัดจ้างนี้ดิฉันได้เสนอว่าท่านสมาชิกเองซึ่งเราเน้นเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของความตรวจสอบได้ เรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน โดยเราจะเชิญผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในจำนวน ๓ ราย เหล่านั้น ซึ่งมันจะมีผลงานค่ะท่านประธาน ๑. อย่างน้อยจะต้องมีผลงานในเรื่องของ ประกอบธุรกิจในท่าอากาศยาน ทั้งนี้ในการประกอบธุรกิจนั้น ๆ บริษัทเหล่านั้นจะต้องมี ผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า ๔๕ ล้านคน และการแข่งขันเหล่านั้นก็จะมีการตรวจสอบจากหน่วยงาน ที่กำกับดูแลเช่นสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แล้วก็หน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ซึ่งเรื่องดังกล่าวองค์กรภาคเอกชน องค์กรตรวจสอบในเรื่องของความโปร่งใสก็ได้ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าวด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าจึงจะไม่มีการเอื้อ ประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้ที่ยื่นเสนอราคาทั้ง ๓ ราย
ต่อมาท่านประธานคะ ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยเรื่องของการผูกขาด ในหน่วยงานนั้น ๆ ดิฉันขอนำเรียนว่าการผูกขาดหรือว่าการเปิดเผยโดยที่เชิญชวนบริษัท ต่าง ๆ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เอง ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เอง ท่านได้กำชับแล้วบอกถึงแนวทางปฏิบัติว่าทุก ๆ โครงการของกระทรวงคมนาคม ทุก ๆ นโยบายของรัฐบาลเราไม่เน้นเรื่องของการผูกขาดให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือกลุ่มบริษัทใด บริษัทหนึ่ง แต่กระจายในเรื่องของความถูกต้อง ความโปร่งใส แล้วก็คุณสมบัตินั้น ๆ ที่จะ เข้าสู่การประมูล นอกจากนั้นท่านประธานจะเห็นว่าในเรื่องของความโปร่งใส หรือว่า ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดิฉันขออนุญาตไปถึงค่าธรรมเนียมเลยว่าค่าธรรมเนียมรูปแบบที่บริษัท ทำได้จะเป็นไปในเรื่องของการจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐวิสาหกิจ จำกัด (มหาชน) ที่จะต้องดำเนินการตามระเบียบของการจัดซื้อจัดจ้าง จะเห็นว่าอายุสัมปทานของสัญญา ดังกล่าวมีอยู่ ๑๐ ปี ขออนุญาตว่าทำไมต้อง ๑๐ ปี แล้วทำไม ทอท. ต้องมีการคำนวณ ซึ่งการคำนวณค่าบริการผู้โดยสารเรียกว่า CUPPS เราได้นำระบบมาใช้ ถ้าท่าอากาศยาน ไหนที่รับผิดชอบก็จะต้องมีระบบยืนยันตัวตนผู้โดยสารที่กล่าวถึง ซึ่งส่วนหนึ่งของระบบ ของผู้โดยสารขาออกเรียกว่า ระบบ CUPPS ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวก็จะมีกระบวนการ ที่คำนึงถึงการคิดต้นทุนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ใน ๓๐ บาทที่ท่านชำระเพิ่มขึ้นก็จะประกอบ ไปด้วย ๖ ระบบ ระบบแรก คือระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง ๒. ระบบ Check In ด้วยตนเองอัตโนมัติ ๓. ระบบกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ ๔. ที่ท่านได้ถามถึงว่าระบบตรวจสอบยืนยันตัวตน โดยผู้โดยสาร ๕. จะเป็นระบบของประตูทางออกที่ขึ้นเครื่องโดยอัตโนมัติ ๖. เป็นระบบ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนที่เพิ่มขึ้น ๓๐ บาทที่ท่านได้นำเรียน นี่ก็คือส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้ง ๖ ระบบ ไม่ใช่จะเพิ่มขึ้นในกิจกรรมของแค่ตรวจสอบยืนยันตัวตนเท่านั้น ท่านประธาน ที่เคารพคะ การคิดคำนวณต้นทุนเราจึงคิดทั้งค่าบริการ รายละเอียดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ การบริการเพื่อเพิ่มกำหนดการเรียกเก็บ ซึ่งปัจจุบันนี้ที่ผ่านมาเรามีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้น ๓๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน เป็นต้นมา ซึ่งผู้โดยสารภายในประเทศเดิมทีคิด ๑๐๐ บาท แต่เรา เพิ่มเป็น ๑๓๐ บาท ต่อผู้โดยสาร ๑ ท่าน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ เดิมคิด ๗๐๐ บาท แต่ได้เพิ่มเป็น ๗๓๐ บาท นี่คือระบบที่ได้สร้างความโปร่งใส แล้วก็อำนวยความสะดวกให้ พี่น้องประชาชน เราจะเห็นว่าการเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินผู้โดยสารก็มีความคิดเป็น เบื้องต้นแล้ว เพราะการโดยสารโดยเครื่องบินก็คือ สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ปลอดภัย นั่นก็คือ การซื้อเวลา ถ้าเราจะต้องเพิ่มขึ้นในการซื้อเวลา ๓๐ บาท แล้วอำนวยความสะดวกให้ ผู้โดยสารไม่ต้องตกเครื่อง แล้วเดินทางด้วยความปลอดภัย ดิฉันเห็นว่าในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้โดยสาร แล้วเราก็มุ่งมั่นถึงการบริการที่จะทำให้ผู้โดยสารได้ถึง ปลายทางด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนั้นขออนุญาตเพิ่มเติมว่า ทอท. เองเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) เราได้สร้างความโปร่งใสในเรื่องของการนำส่ง รายได้ แล้วก็รูปแบบภาษีซึ่งเป็นเงินนิติบุคคลตามที่สรรพากรได้กำหนด แล้วนอกจากนั้น ยังได้ส่งเงินรายได้ร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิ โดย ทอท. ไม่ได้คิดแค่มิติของการสร้างรายได้ อย่างเดียว เราได้คิดถึงการนำรายได้เหล่านั้นมาปรับปรุงท่าอากาศยานให้มีความทันสมัย ให้มีคุณภาพในเวทีของการแข่งขันในเวทีโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ การปรับปรุงสายพานลำเลียงกระเป๋า โครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ ๓ หรือ Runway ที่ ๓ ที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอื่น ๆ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในเรื่องของรถขนส่งผู้โดยสาร ที่ไปที่ท่าอากาศยาน เรื่องของบันไดเลื่อน เรื่องของการจราจรที่มีความแออัดบริเวณสนามบิน ดอนเมือง ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อทาง ทอท. ได้รับทราบเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้ลงไป แก้ไข ไม่ว่าเรื่องของบันไดเลื่อนขณะนี้ก็ได้ใช้งานอย่างมีคุณภาพ แล้วก็มีการตรวจสอบ อย่างใกล้ชิดในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ เรื่องของความปลอดภัยในทุก ๆ ๑ ปี นอกจากนั้นเรื่องของการจราจร ขออนุญาตกราบเรียนว่าในช่วงเช้าของการเดินทาง ท่านก็จะเห็นว่ามีผู้โดยสารที่แออัดเราถึงใช้ระบบยืนยันตัวตนเข้ามาใช้เพื่อลดความแออัด ของผู้โดยสารเหล่านั้น ในเรื่องของรถที่ท่านบอกว่าเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของ สิ่งต่าง ๆ ทาง ทอท. ก็ได้กำชับให้พนักงานทุกท่านได้มีการบริการผู้โดยสารด้วยการบริการ ที่เป็นมิตรไมตรี แล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสในการที่จะบริการ แล้วก็สื่อสารถึงประชาชนในการ เตรียมตัวเดินทางในการ Check In ก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ขออนุญาตคำถามสุดท้ายที่ท่านสมาชิกได้มีความ ห่วงใย นอกจากนั้นดิฉันได้นำเรียนถึงสิ่งที่ทาง ทอท. ได้มีรายได้จากการประกอบกิจการ เราก็ยังคำนึงถึงมิติของการช่วยเหลือสังคมว่ามิติของการพัฒนาคุณภาพของสนามบินแล้ว ยังมีมิติของการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียน ตชด. กิจกรรมจิตอาสา เรื่องของการชุมชนสัมพันธ์รอบ ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องของการ มอบทุนการศึกษาให้กับมูลนิธิต่าง ๆ นอกจากนั้นในเรื่องของโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ ๖ รอบ ทอท. ก็มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรม ดังกล่าว ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน ใน ๓ คำถามของท่านสมาชิก ดิฉันต้องขอขอบพระคุณ คำถามของท่านสมาชิกและความห่วงใย และดิฉันถือโอกาสได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ การทำงานของ ทอท. ไปยังพี่น้องประชาชนถึงความโปร่งใส แล้วก็มุ่งมั่นการบริการให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนคนไทย และนักเดินทางที่มาเยือนประเทศไทย และ กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเยือนอันดับ ๑ ของประเทศ แล้วก็ของ ทั่วโลกต่อไป ขอบคุณค่ะ