ราชิต สุดพุ่ม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน โดยชื่นชมการปรับปรุงกฎหมายเดิมให้ทันสมัย กำหนดระยะเวลาชัดเจน ลดขั้นตอนการทำงาน และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริการ ราชิต สุดพุ่ม เสนอ ๕ ประการเพื่อลดภาระประชาชนผ่านกฎหมายใหม่ ได้แก่ การลดขั้นตอนเอกสาร, การจัดตั้งศูนย์บริการร่วม (One Stop Service), ศูนย์รับคำขอกลางผ่านระบบเทคโนโลยี, ระบบ Fast Track สำหรับกรณีเร่งด่วน และข้อเสนอแนะให้หน่วยงานต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่ไปกับความมั่นคงในการให้บริการ ราชิต สุดพุ่ม หารือเรื่องการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมโดยเน้นความจำเป็นในการเตรียมงบประมาณและบุคลากรให้พร้อมก่อนประกาศใช้กฎหมาย และเสนอให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการขอ Fast Track เพื่อป้องกันการใช้ในทางมิชอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนและเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีการปรับปรุงมาจาก พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยหลักการที่สำคัญก็คือมองเห็นว่าประชาชนเป็นประธานแห่งสิทธิที่ได้รับบริการจากรัฐ ก็เป็นข้อที่ดีที่มองเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน
ประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าชื่นชมก็คือว่ากฎหมายฉบับเดิมปี ๒๕๕๘ ปีนี้ก็ ปี ๒๕๖๘ แค่ ๑๐ ปีนี่ท่านก็เห็นถึงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้อง ท่านไปดู กฎหมายของกระทรวงมหาดไทยสิครับ เกือบร้อยปีก็ยังมี ๗๐ ปีก็ยังมี ยังไม่ได้มีการปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมขอชื่นชมแค่ ๑๐ ปีท่านก็สามารถที่จะนำมาปรับปรุงให้สอดคล้อง ให้ทันสมัย
ประการที่ ๒ ที่สำคัญก็คือท่านมีการกำหนดเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ให้มีความชัดเจน อันนี้เป็นความสำคัญในการทำงานต้องมีคู่มือ ต้องมีการประกาศ แล้วก็มี การกำหนดระยะเวลาแต่ละขั้นตอนให้พี่น้องประชาชนผู้รับบริการทราบ
ประการที่ ๓ ก็พยายามที่จะลดขั้นตอนถ้ามีหลายหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติ ร่วมกัน ก็มีการลดขั้นตอนให้มันรวดเร็ว แล้วอันไหนก็ตามที่ไม่จำเป็นก็พยายามที่จะตัด ออกไป อันนี้เพื่อสนองให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
ประการที่ ๔ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นการบริการในการ อนุญาต
ประการที่ ๕ ที่สำคัญครับ ก็คือพยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงาน เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ สำคัญมาก แต่จากกฎหมายฉบับที่จะเสนอขึ้นมานี้มันมีอยู่ ๕ ประการ ที่มีการเพิ่มเติม
ประการแรก ให้มีการบูรณาการร่วมมือในการทำงานร่วมกันของหลาย หน่วยงาน โดยอาจจะใช้บุคลากร อาจจะใช้ข้อมูล อาจจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยง ให้มีการร่วมมือด้วยกันในการทำงาน
ประการที่ ๒ เป็นการลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน ในกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดว่าการขอเอกสารจากพี่น้องประชาชนถ้าเป็นหน่วยงานที่ออกเอกสารขอไม่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นหน่วยอำเภอที่ออกบัตรให้กับพี่น้องประชาชน ออกทะเบียนบ้าน ท่านจะขอเอกสารเหล่านี้จากพี่น้องประชาชนไม่ได้ แล้วก็ถ้าจำเป็นต้องขอจากหน่วยงานอื่น ก็ขอได้เพียงชุดเดียวเท่านั้นนะครับ โดยให้ทางราชการต้องไปทำสำเนาเอาเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่าให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชนมาก
ประการที่ ๓ ให้มีศูนย์บริการร่วม ณ ที่เดียวกัน ก็คือ One Stop Service อันนี้เดี๋ยวจะมีข้อเสนอที่ผมจะนำเสนอท่าน
ประการที่ ๔ ให้มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลางโดยผ่านระบบเทคโนโลยี
ประการสุดท้ายครับ กรณีเร่งด่วน มีการขออนุญาตต้องมีแบบ Fast Track มีช่องทางพิเศษ
ผมคิดว่าจาก ๕ ประการในกฎหมายที่ยกขึ้นมานี้เป็นสิ่งที่ดี อำนวยความ สะดวกให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมมีข้อสังเกตครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะทำงาน แล้วก็อาจจะมีกฎหมายรองลงไปหรือว่าระเบียบอะไรต่าง ๆ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราใช้ข้อมูลหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล วัน เดือน ปีเกิด บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ท่านต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลตรงนี้ ท่านเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยที่มีแก๊ง Call Center อะไรก็ตาม ก็ข้อมูลอย่างนี้ เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ให้ความสำคัญ
ประการที่ ๒ พ.ร.บ. ฉบับนี้เน้นการให้ความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แต่ผมเสนอท่านอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังผู้รับผิดชอบครับ การอำนวยความสะดวกกับความมั่นคงมันต้องควบคู่กันไป ท่านจะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันอย่างเดียว สะดวกเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ครับ ท่านต้องมองในมิติ ของความมั่นคงด้วย มีกฎหมายหลายฉบับที่มีการอนุญาตควบคู่กับความมั่นคง ท่านไม่ต้อง อะไรมากหรอกครับ ขณะนี้ประเทศไทยท่านดูฟรี VISA สิ ขณะนี้ใครที่เข้ามาในบ้านเมืองเรา ซึ่งไปทำอะไรเสียหายเยอะแยะมาก ท่านต้องพิจารณาควบคู่กันให้ได้ ความมั่นคงกับการ บริการ
ประการที่ ๓ ในการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ผมนำเรียนท่านอย่างนี้นะครับ ผมเคยทำงานด้านนี้มา ท่านบอกว่าท่านจะมาตั้งศูนย์บริการร่วม ตั้งที่ห้างศูนย์การค้าก็ดี ตั้งที่หน่วยงานไหนก็ตาม ท่านก็ดึงหน่วยงานมา ไม่ว่าจะดึงคนมา ดึงงานมา หรือว่าเอาข้อมูลมา การที่จะมาตั้งศูนย์บริการร่วมครับ มันต้องใช้งบประมาณ มันต้องใช้บุคลากร กฎหมาย ฉบับนี้กำหนดว่าหลังจากประกาศแล้ว ๑๘๐ วัน ประเทศไทยงบประมาณตั้งเป็นรายปี บุคลากรอะไรต่าง ๆ ท่านต้องทำความตกลงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ได้ว่าเมื่อมีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้ว เรื่องคนทำอย่างไร เรื่องงบประมาณในการปรับปรุงทำอะไรก็แล้วแต่ ท่านทำอย่างไรต้องมีการเตรียมการ เมื่อมีผลบังคับใช้ตรงนี้ต้องพร้อม ผมเองเคยประสบ กับตัวเองครับ หน่วยงานที่มาส่วนใหญ่จะส่งเจ้าหน้าที่ที่เขาไม่เอาแล้ว ในหน่วยงานมาร่วม หรือก็บอกว่างบประมาณไม่มีในการจัดทำศูนย์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์ ก็ขอฝาก ไว้ด้วยว่าขอให้มีผลในทางปฏิบัติ เมื่อเราจัดตั้งศูนย์แล้วก็ให้มีผลในทางปฏิบัติ
ข้อสุดท้าย ในกรณี Fast Track ก็มีคนพูดหลายคน ผมขออย่างเดียวครับว่า ขอให้มีหลักเกณฑ์ คนที่จะขอ Fast Track ได้ต้องมีเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่าให้ใช้ Fast Track ในการหาประโยชน์ ก็ขออนุญาตนำเรียนเพียงเท่านี้ แล้วก็ผมขอสนับสนุน ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวครับ ขอบคุณมากครับ