อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อภิปรายสาระสำคัญของร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต โดยชี้ว่าสาระสำคัญอยู่ในมาตรา ๓ ที่รวมประเด็นมาตรฐานการผลิตสุราเข้าไว้ พร้อมอธิบายเหตุผลที่ปฏิเสธข้อเสนอการกำหนดปริมาณการผลิตหรือทุนจดทะเบียน เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งกับมาตรการสนับสนุนรายย่อย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อธิบายเพิ่มเติมว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนผลิตสุราสีได้จากการบ่มผลิตภัณฑ์เกษตร เช่น กล้วยหรือน้ำส้ม แทนที่จะผูกขาดเฉพาะสุราขาว
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองประธานคณะกรรมาธิการจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ก็ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกโดยภาพรวมเลยนะครับ ประการแรก จริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอเข้ามา ๓ ส่วนด้วยกันทั้งของพรรค ก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเพื่อไทย แล้วก็ส่วนที่รับเข้ามาส่วนกรรมาธิการ คือ ๒ ร่าง ก็คือร่างของทางพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ทีนี้ในตัวร่างฉบับนี้ สาระสำคัญมันอยู่ในมาตรา ๓ คือการไปแก้ไขมาตรา ๑๕๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ท่านประธานครับ มาตราเดียวแต่ต้องยัดทุกเรื่องให้มาอยู่ในมาตรานี้ มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ในการเขียนนะครับ เพราะฉะนั้นในมาตรานี้มันมีทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ก็คือว่าให้มีมาตรฐานของการผลิตสุราอยู่ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าที่ผ่านวาระแรกของสภาไปนี้ เราไม่ได้อนุญาตให้ไปทำกินเองที่บ้าน แต่ยังคง ต้องขออนุญาตอยู่ดี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มาตรฐานการผลิตสุรายังคงมีอยู่ในกฎหมาย มาตรา ๑๕๓ หรือมาตรา ๓ ที่พูดอยู่ในขณะนี้
เรื่องที่ ๒ เป็นมาตรการเรื่องห้าม ห้ามอะไรครับ ห้ามในการเลือกปฏิบัติครับ ในนี้ใช้คำว่า เลือกปฏิบัติ หรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ทำไมใช้คำนี้นะครับ เพราะว่าคำว่า เศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ให้อำนวยให้เกิดคำว่า เศรษฐกิจที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นเลยใช้คำว่า เศรษฐกิจ ลงไปในมาตรานี้ แล้วถามต่อว่า แล้วทำไมถึงไม่ใช้คำที่ท่านเท่าพิภพขอสงวนลงมาเลยว่าใส่ลงไปเลยได้ไหมว่าห้ามกำหนด ในเรื่องดังต่อไปนี้ อาทิเช่น เรื่องของปริมาณการผลิต หรือทุนจดทะเบียนต่าง ๆ เหล่านี้ ทำไมไม่ใส่ลงไปเลยให้ชัด คำตอบคือว่าถ้าใส่ลงไปปั๊บจะมีปัญหากับมาตรการสนับสนุน ที่รายเล็กครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มีการห้าม ห้ามอะไรครับที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่ก็คือ ห้ามเลือกปฏิบัติและห้ามผูกขาดเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมนี่ห้าม ซึ่งข้อความเหล่านี้ มันก็อยู่ในนิยามของคำว่าถ้าเราไปทำก็คือไม่เป็นธรรมละครับ ในท้ายข้อสังเกตก็ระบุ เรียนท่านสมาชิกครับ ที่บอกไม่เป็นธรรมแล้วเราระบุลงไปคืออะไรรู้ไหมครับ ปัจจุบันเวลา เราผลิตสุรานี่ ถ้าเป็นสุราวิสกี้หรือบรั่นดีนี่ต้องผลิตถึงวันละ ๓๐,๐๐๐ ลิตรนะครับ แล้วถ้า เป็นอย่างอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือรัมหรือเหล้าประเภทอื่นนี่ต้องผลิตสูงถึง ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งอันนี้กรรมาธิการจากทุกพรรคเราทลายข้อผูกขาดนี้ออกไปเลย จากนี้ไปไม่มีข้อผูกขาดนี้แล้ว แต่ที่ใส่แบบของท่านเท่าพิภพไม่ได้ เพราะว่าเรื่องที่ ๓ ครับ เพราะในมาตรานี้มีมาตรการ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยด้วย ถ้าเราไม่ให้กำหนดเรื่องของ ปริมาณ เราไม่ให้กำหนดเรื่องของทุนจดทะเบียน คราวนี้ยุ่งเลยครับเราไม่สามารถจะกำหนด Size ให้ไปช่วยรายย่อยได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องอธิบายท่านแบบนี้ก่อนนะครับ ทีนี้พอลงมาดู ว่าส่งเสริมรายย่อยจะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุดเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดถึง เรื่องมาตรการภาษีนะครับ ตรงนี้ถามว่าทำไมใส่ไม่ได้ คำตอบคือถ้าเราใส่มาตรการภาษีลงไป มันจะทำให้กฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติการเงินทันทีครับ ถ้าเป็นพระราชบัญญัติ การเงินตามระเบียบปฏิบัติต้องวนไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง แล้วก็ต้องวนหลาย หน่วยงาน หลายกระทรวงที่มีความเกี่ยวพัน เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ต้องบอกว่าเป็น ความภูมิใจของท่าน สส. สภาในชุดนี้ที่เป็นกฎหมายที่ถูกนำเสนอโดย สส. ครับ สส. เข้าชื่อ กัน ๒๐ คนก็เสนอเป็นกฎหมายได้ คราวนี้ก็ถูกเสนอเข้ามาเป็นกฎหมายจาก สส. ปกติเรา จะเคยชินกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีที่ต้องผ่านกฤษฎีกา ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง เพราะฉะนั้นการเขียนคราวนี้มันเลยเป็นการเขียนให้เกิดผลสำเร็จ สัมฤทธิ์ผลให้ได้ ก็เลยต้อง เขียนเพื่อไม่ให้มันเป็นกฎหมายการเงิน เพราะฉะนั้นเรื่องภาษีใส่ไม่ได้ แต่เราใส่ทั้งหมด ในข้อสังเกตครับ รวมถึงขนาดผลิตภัณฑ์ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้มีการพูดถึง เรื่องขนาดของผลิตภัณฑ์นั้นก็ใส่ลงไปด้วยในข้อสังเกต นี่ครับ ๑ มาตรามีทั้งมาตรฐาน การผลิตสุรา มีทั้งมาตรฐานเรื่องของการห้ามผูกขาด และสุดท้ายเรื่องการสนับสนุน และกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ให้ผลิตสุราสีได้นะครับ เมื่อสักครู่ผมเรียนท่านแล้วใช่ไหมครับว่าสุราปกติถ้าเป็นสีถูกผูกขาด ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันแล้วแต่ประเภท แต่กฎหมายฉบับนี้จะทำให้การทำสุราจากกลุ่มของ ภาคประชาชนเปลี่ยนไปเลยนะครับ จากที่ท่านเห็นเป็นสีขาวนี่เที่ยวนี้สุราจะเป็นสีได้ สุราเป็นสีได้มันไม่ใช่ใส่สีนะครับ มันเกิดจากการบ่ม แล้วมันจะสนับสนุนต่อภาคเกษตร อย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างท่านเคยเห็นไวน์ เวลาไวน์เอามาบ่มเป็นไวน์ พอเอาไปกลั่น มันกลายเป็นบรั่นดีครับ ก่อนเป็นบรั่นดีมันเป็นสีขาวนะครับ เพราะว่ากลั่นมาเป็นน้ำขาว ๆ ไปเก็บในถังไม้โอ๊คนี้มันถึงเปลี่ยนสีให้สีมันเข้มขึ้นเป็นบรั่นดีที่มีคุณภาพ ท่านจะเห็น กฎหมายฉบับนี้ เห็นประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถทำได้จากหลากหลาย อาจจะเป็นส้ม ผลิตภัณฑ์จากจังหวัดน่านก็ได้ของแม่เลี้ยงติ๊ก หรือจะเป็นกล้วยก็ได้ ท่านประธานรู้ไหมครับ กล้วยนี้สามารถจะบ่มเป็นไวน์กล้วยแล้วไปกลั่นเป็นสีขาว แล้วไปบ่มในถังไม้โอ๊คก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์เกษตรออกมาจำนวนมาก ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นความ ภูมิใจของ สส. ในชุดนี้ครับ แล้วก็ขอตอบกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและขอตอบท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายไว้ ขอบคุณครับ