แอนศิริ วลัยกนก หารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสายไฟใต้ดิน เพื่อลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าดับ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎรบูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการนำสายไฟ-สายสื่อสาร ลงดิน ทุกท่านลองหลับตาแล้วนึกถึงตามดิฉันนะคะ ภาพในถนนที่พวกเราเห็นจนชินตา และภาพที่เรานึกถึงอยู่ตลอดเวลา ทุกท่านลองคิดดูนะคะว่าเป็นภาพอะไรคะ ใช่ค่ะ นั่นคือ ภาพเสาไฟฟ้า เสาไฟและสายสื่อสารที่พันกันยุ่งเหยิงและระโยงระยางเต็มท้องถนน บดบัง ความสวยงามของบ้านเมือง นี่คือภาพที่พวกเราเห็นกันอยู่ทุกวันจนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่อง ปกติจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องปกติ อย่างที่ทุกท่านทราบดี ระบบสายไฟฟ้าของประเทศไทย ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็นระบบสายไฟฟ้าเหนือศีรษะ คิดเป็นสัดส่วนมากถึง ๙๗-๙๘ เปอร์เซ็นต์ของระบบทั้งหมด แม้ระบบนี้จะมีข้อดีในแง่ของการเข้าถึงและซ่อมแซมที่ง่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีสภาพอากาศแปรปรวนและพายุฝนบ่อยในประเทศไทย แม้การซ่อมแซมสายไฟฟ้าใต้ดินอาจจะต้องใช้เวลา แต่ท่านประธานคะดิฉันขอเน้นย้ำว่า โหลดสายไฟฟ้าใต้ดินนั้นมีความเสถียรภาพ มั่นคง ปลอดภัย และทนทานต่อภัยธรรมชาติ มากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ และไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยภายนอก เช่น พายุ ลมแรงจาก ฝนตกหนัก หรือแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ที่พี่น้องจะต้องเผชิญอยู่กับปัญหาแบบนี้อยู่ท่ามกลางความ เสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเสถียรภาพจากสายไฟ กิ่งไม้ที่เติบโตใกล้กับสายไฟก็เป็นอีก ปัญหาหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับชาวบ้าน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสายไฟใต้ดินจึงเป็นการ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม การลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าดับ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในความปลอดภัย นอกจากนี้การบำรุงรักษาสายไฟเหนือดินในประเทศไทยยังสร้างภาระ ค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล ทั้งค่าใช้จ่ายการตัดกิ่งไม้เพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสกับสายไฟ ลองนึก ภาพในประเทศไทยของเราโดยเฉพาะในเขตเมืองแม้กระทั่งในเขตที่ดิฉันคือเขตทุ่งครุและ ราษฎร์บูรณะ เราจะเห็นเลยว่าภาพของสายไฟระโยงระยางพาดอยู่บนเหนือต้นไม้ และบ่อยครั้งที่กิ่งก้านเหล่านี้เติบโตแล้วไปสัมผัสกับสายไฟ จึงก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากกิ่งไม้สัมผัสกับสายไฟอาจทำให้เกิด ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือแม้แต่ไฟฟ้าดูดผู้ที่อยู่ในใกล้เคียงแถวนั้น นอกจากนี้ก็ยังส่งผล ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และภาคธุรกิจในพื้นที่ในพื้นประเทศด้วย ดิฉันขอยกตัวอย่างรูปธรรมในประเทศ สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่ต้องเผชิญอยู่กับความท้าทายจากภัยธรรมชาติที่รุนแรง ไม่แพ้ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพายุเฮอริเคนหรือแม้แต่กระทั่งพายุฝนฟ้าคะนอง ที่สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อโครงการไฟฟ้า โดยเฉพาะสายไฟฟ้าเหนือศีรษะ หรือเราเรียกว่า Dominion Energy ผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์เหล่านี้ในปี ๒๕๑๑ พายุเฮอริเคน Irene หรือในปี ๒๕๑๒ พายุ Derecho ทำให้ลูกค้าของ Dominion กว่าล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลานาน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพื่อตอบสนองความท้าทายนี้เพื่อยกระดับ ความมั่นคงปลอดภัยและระบบไฟฟ้า Dominion Energy จึงได้ริเริ่มโครงการ เราเรียกว่า SUP ขึ้นในปี ๒๐๑๔ โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะฝังไฟฟ้าเหนือศีรษะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าดับมากที่สุด ลงใต้ดิน ผลลัพธ์ที่ได้ประจักษ์พยานถึงความชัดเจนในเรื่องของ Dominion Energy รายงาน ว่าสายไฟฟ้าใต้ดินนี้ดำเนินการมาภายใต้ของ SUP มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าสายไฟฟ้า เหนือศีรษะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่เกิดพายุนะคะ นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เราชี้ให้เห็น ถึงประสิทธิภาพความคุ้มค่าและความจำเป็นของการลงทุนในระยะยาวเพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงของพลังงาน ดิฉันก็เลยอยากจะเปรียบเทียบนะคะ ท่านประธาน ในเมื่อวันนี้เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน ดิฉันทราบดีว่ามีต้นทุนที่สูง ดิฉันขอเน้นย้ำนะคะว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวเป็นการ ลงทุนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของ คนไทย การลงทุนนี้เพื่ออนาคตของประเทศ ดิฉันขอสนับสนุนญัตตินี้การนำสายไฟฟ้า ลงใต้ดินคือการลงทุนเพื่ออนาคต และเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัย การลงทุนเพื่อความ มั่นคงของพลังงาน และเป็นการแสดงถึงความจริงใจของพวกเราที่จะร่วมกันสร้างระบบ ไฟฟ้าที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในประเทศไทย เพื่อกำหนดแผนแม่บทในการนำสายไฟฟ้า ลงใต้ดินอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ