ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยชี้ให้เห็นปัญหาสายไฟที่ห้อยระโยงระยางในกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่เป็นของ 3 บริษัทใหญ่และอีก 1 ใน 3 เป็นรายย่อย พร้อมระบุว่า 80% ของสายเหล่านี้ผิดกฎหมายและไม่ใช้งานแล้ว ผู้พูดเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการและเรียกเก็บค่าพาดสายตามอัตราที่ควรจะเป็น โดยชี้แจงปัญหาความไม่ชัดเจนของระเบียบ กสทช. และหน่วยงานไฟฟ้าเกี่ยวกับการรื้อถอนสายที่ไม่ได้ใช้งาน ผู้พูดเสนอแนวคิด Single Last Mile เพื่อลดความซ้ำซ้อนของสายสัญญาณ และเรียกร้องให้รัฐบาลและ กสทช. กำหนดให้เป็นนโยบายบังคับ พร้อมทั้งเสนอแนวคิด Single Network หรือ Single Backbone เพื่อลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยชี้ให้เห็นปัญหาการแข่งขันของ NT และเสนอให้รัฐบาลปรับบทบาทใหม่ ให้ NT ทำหน้าที่วางโครงข่ายหลักเพื่อให้เอกชนเช่าแทนการขายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตโดยตรง ผู้พูดวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ไม่ยึดโยงประชาชนและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาสายสื่อสารอย่างเป็นระบบและครอบคลุม
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาการจัดระเบียบ สายไฟ-สายสื่อสาร และการนำสายไฟและสายสื่อสารลงดินครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวขอ อนุญาตสไลด์นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานเห็นภาพสาย สื่อสารที่ห้อยระโยงระยางเละเทะเหล่านี้ไหมครับ ท่านอยากรู้ไหมครับว่าสายสื่อสาร บนเสาไฟเหล่านี้เป็นของบริษัทอะไรบ้าง และเฉลี่ยเสาหนึ่งมีสายทั้งหมดกี่เส้น จากการ สำรวจเสาไฟ ๒๕ จุดในกรุงเทพมหานครครับ โดยการไฟฟ้านครหลวงร่วมกับสมาคม โทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ๑ เสาจะมีสายสื่อสารโดยเฉลี่ยประมาณ ๔๐ เส้น อันนี้ ในกรุงเทพมหานครนะครับ และ ๖๘ เปอร์เซ็นต์เป็นของ ๓ เจ้ายักษ์ใหญ่ ก็คือ AIS 3BB ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ NT ๒๒ เปอร์เซ็นต์ TRUE และ DTAC ที่ควบรวมกันแล้ว ๒๑ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๑ ใน ๓ ก็จะเป็นของรายย่อย แล้วก็มีซีซีทีวีประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน และท่านประธานรู้ไหมครับว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์บนสายที่อยู่บนเสาเหล่านี้ผิดกฎหมายครับ ไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบติดตั้งครับ ที่สำคัญ ๘๐ เปอร์เซ็นต์บนสายเหล่านี้เป็นสายตายครับ ไม่ได้ใช้งานแล้วครับ แต่ด้วยความมักง่าย ไร้ความรับผิดชอบ ไร้สามัญสำนึกขอผู้ประกอบการ โทรคมนาคมครับ เขาก็ทิ้งสายเหล่านี้ไว้เฉย ๆ ให้คนไทยดูเล่น และที่สำคัญเขาบอกว่า เขาไม่อยากเสียสตางค์ในการเอาออกแล้วก็เอาออกยาก ผมเคยอภิปรายไปแล้วครั้งหนึ่ง ในวันแถลงนโยบายนายกแพทองธาร แต่รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉยอยู่ คือจริง ๆ แล้วการพาดสาย สื่อสารบนเสาของการไฟฟ้าต้องเสียค่าพาดสาย โดยเฉลี่ยคือ ๔๖ บาทต่อเสาต่อเส้นต่อปี ประเทศไทยเรามีสายไฟประมาณ ๑๗ ล้านต้นนะครับ ถ้าเกิดผมเอา Rate ทั่วไปเฉลี่ย ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครวมกัน เอากลม ๆ เล่น ๆ ท่านประธาน เอาแค่ ๑๐ เส้น ต่อเสาเพียงพอแล้ว ระยะเวลา ๑๐ ปีมานี้เราโดนผู้ประกอบการไม่จ่ายสตางค์ค่าพาดสาย โดยเฉลี่ยขั้นต่ำ ๆ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่คือต่ำที่สุด แต่ถามว่ารัฐบาล ที่ผ่านมาทำอะไรหรือเปล่าครับ
ประเด็นต่อมาคือเรื่องของระเบียบที่ไม่ชัดเจนของ กสทช. แล้วก็การไฟฟ้า นครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในระเบียบบอกว่าให้สายที่ไม่มีการใช้แล้วให้เร่งรัด ในการออกแต่ไม่มีการระบุระยะเวลา ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นเรื่องตลกมากครับ และที่ ตลกกว่าก็คือผู้ประกอบการปัจจุบันนี้จำสายของตัวเองไม่ได้ด้วยก็มีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นพอประชาชนเปลี่ยนผู้ให้บริการก็จะต้องมีการเดินสายใหม่อยู่บ่อยครั้งนะครับ
เรื่องต่อมา คือปัญหาเรื่องของช่องโหว่ทางกฎหมายครับ มีคนถามว่าทำไม เจ้าหน้าที่ไม่ไปรื้อถอนสายเองล่ะ ในเมื่อจริง ๆ แล้วก็น่าจะมีอำนาจ ต้องบอกอย่างนี้ว่ามันมี ปัญหาในเชิงปฏิบัติและเชิงกฎหมายอยู่ ด้วย พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา ๔๔ ได้มีการคุ้มครองสายที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องนะครับ ซึ่งจะมีแค่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นล่ะครับที่มีการอนุญาตถูกต้อง ซึ่งถ้าเกิดเจ้าหน้าที่พลาดไปถอนสายเหล่านี้ ออกและทำให้สัญญาณล่ม เจ้าหน้าที่มีโอกาสถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ครับ นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะจัดการได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าสายไหนใช้งานอยู่ สายไหน ยังไม่ใช่งาน สายไหนลักลอบ สายไหนไม่ลักลอบ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถรื้อและทำอะไร ได้เลย เพราะฉะนั้นเรามีความจำเป็นที่ต้องแก้ตัว พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการ ดำเนินการในการรื้อสายครับ
ประเด็นต่อมาคือ เรื่องของการจัดระเบียบสายสื่อสารต้องบอกว่ามันมี ทั้งหมด ๒ แบบด้วยกัน คือการเอาลงดินแล้วก็การวางไว้ที่อากาศแต่มีการจัดระเบียบสาย บนอากาศแทน ซึ่งแน่นอนการลงดินอย่างที่เราทราบกันดีมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หลัก ๆ ก็เลยทำแค่เฉพาะย่านเศรษฐกิจพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้านะครับ ส่วนการจัดระเบียบสาย บนอากาศก็มี ๒ แบบครับ ก็คือรื้อและวางใหม่กับการทำ Single Last Mile การรื้อและ วางใหม่คือการที่การไฟฟ้าเข้าไปถึงผมก็ไปวางคอนครับ วางคอนก็คือตัวจัดระเบียบและ ให้เอกชนเอาสายของตัวเองมาวางไว้บนคอนครับ เพื่อให้รู้ว่าช่องใครช่องมันอย่างไร เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่า ๑ บ้าน บ้านประชาชน ๑ หลังถ้าเกิดมีผู้ให้บริการ ๒ เจ้า หรือมี การเปลี่ยนผู้บริการก็จะมีการเดินสายใหม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเกิด Idea เรียกว่า Single Last Mile เกิดขึ้นมา ซึ่งหมายความว่าเป็นการรวมสายกันเกิดขึ้น หมายความว่า บ้านประชาชน ๑ หลัง มีสายเข้าบ้านตัวเองเพียงแค่ ๑ สายเท่านั้น เพราะว่ามีการแชร์สาย ร่วมกัน ถ้าผู้ประกอบการเจ้าไหนไม่ได้ใช้บริการแล้วก็ถอนการเช่าออก และเจ้าไหนเข้ามา ก็มีการมาเช่าแล้วมาส่งสัญญาณให้แทนครับ ซึ่งตรงนี้ยังขาดความชัดเจนจากรัฐบาล แล้วก็ กสทช. ว่าจะทำเป็นภาคบังคับหรือไม่ เพราะทุกวันนี้เป็นแค่การ Pilot ในบางพื้นที่ เท่านั้น
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้คิดก็คือเรื่องของการทำ Single Network หรือ Single Backbone Single Network หรือ Single Backbone ก็คือ Single Last Mile ตั้งแต่ต้นทางเลยครับ หมายความว่าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบเดียวและทุกคน มาใช้สายเดียวกันในการเช่าครับ เพราะฉะนั้นการทำ Single Last Mile แม้ว่าจะประหยัด แล้วแต่การทำ Single Backbone จะประหยัดกว่า แต่เราติดนิดหน่อยครับติดในเรื่อง ของเทคโนโลยีว่าผู้ประกอบการแต่ละเจ้ามีเทคโนโลยีที่แตกต่างกันใครจะเอาอย่างไร และติดปัญหาอีกเรื่องครับคือเรื่องของ NT ครับ คือทุกวันนี้ Single Last Mile ให้ NT เป็นคนลงทุนผู้ประกอบการเป็นคนมาเช่า NT แต่ปัญหาคือ NT ก็เป็นคู่แข่งเหมือนกันครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องวาง Position ใหม่ ขอเวลา ๑ นาทีครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องวาง Position ของ NT ใหม่หรือไม่ อย่างไร ให้ NT เป็นคนวางแค่ Network เป็นหลักวางโครงข่ายเป็นหลัก แล้วให้เอกชน เป็นคนมาเช่าแทนที่ NT จะเป็นคนขาย Package อินเทอร์เน็ตอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน คือถ้าเกิดสังเกตแผนของ กสทช. แผนงาน นี้เป็นแผนปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นแผนที่เริ่มต้นตั้งแต่มกราคมปี ๒๕๖๖ แต่ท่าน ประธานทราบไหมครับว่าแผนนี้ออกมาเมื่อไร ออกมาสิงหาคม ๒๕๖๖ แผนเริ่มต้นปี ๒๕๖๖ แผนต้องปฏิบัติตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๖ แต่เพิ่งมาออกแผนสิงหาคม ๒๕๖๖ ครับ นี่คือการทำงาน ของ กสทช. ครับ กสทช. มีอำนาจมาก มีอำนาจเยอะครับ เป็นคนเคาะแผนมีอำนาจเต็ม เรียกได้ว่าเป็น Final Decision Maker ครับ แต่ไม่รู้ปัญหาหน้างาน ไม่ยึดโยงประชาชน ทำน้อยทำมากก็ไม่ได้มีผลอะไรกับพวกเขาครับ ถ้าเราจะผลักดันการแก้ไขปัญหาสายสื่อสาร อย่างเป็นระบบ รัฐบาลจำเป็นต้องคุยกับ กสทช. และวางเป็นวาระแห่งชาติ เพราะวันนี้เราขาดแผนที่ชัดเจน ครับทั้งเรื่องของแผนล่วงหน้าตรงไหนลงดิน ตรงไหนจัดระเบียบล่วงหน้าหลายปี เราไม่มี ไม่มีเรื่องของวิธีการจัดระเบียบ แล้วจะเอาอย่างไร จะเอา Single Last Mile Single Network Single Backbone หรือไม่ อย่างไร ภารกิจของ NT จะเปลี่ยนให้มาทำเฉพาะ โครงข่ายหรือไม่ ค่าพาดสายเมื่อไรรัฐบาลจะทวงเงินกับผู้ประกอบการที่ไร้ความรับผิดชอบ และกฎหมายกฎระเบียบเราจะแก้ไขเมื่อไร อย่างไร เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่ากรรมาธิการชุดที่แล้วอาจจะไม่ครอบคลุม ผมขออนุญาตฝากกรรมาธิการชุดนี้ ทำรอบนี้ให้ครอบคลุมมากกว่าเดิมครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ