วิทยา ชี้ระบบราชการปรับตัวไม่ทัน EV ยันปรับภาษี-สนับสนุนพลังงานสะอาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๙ มกราคม ๒๕๖๘

วิทยา แก้วภราดัย ชี้ให้เห็นว่าระบบราชการยังปรับตัวไม่ทันต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการเก็บภาษีสรรพสามิตที่ควรยกเลิกเพื่อส่งเสริมการใช้รถทุกประเภทและเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด วิทยา แก้วภราดัย หารือปัญหาการเปลี่ยนรถราชการเป็นรถไฟฟ้าและเตรียมความพร้อมระบบสถานีชาร์จทั่วประเทศ รวมถึงข้อเสนอแนะเรื่องการปรับภาษีและการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการทุกท่านที่ทำรายงานเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเน้น ประเภทรถโดยสารและรถบรรทุกนะครับ แต่ขออนุญาตที่จะร่วมออกความคิดเห็นนิดหนึ่งครับ คือรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เริ่มต้นจากรถโดยสารและรถบรรทุก มาเริ่มต้นตั้งแตรถจักรยานยนต์ นะครับ ๒. รถยนต์ที่เป็นรถบ้านหรือรถอีโคคาร์ขนาดเล็ก จนขนาดไล่ไป ซีซี ที่เราเคยมีมา วันนี้มันมีประเภทอย่างนั้นขึ้นมา ปัญหาผมคิดว่าระบบราชการเรามันหมุนไม่ทันกับการ พัฒนาจริง ๆ ผมเข้าใจว่าภาษีที่เราแบกกันอยู่มากในการซื้อรถคือภาษีสรรพสามิต ผมขอ อนุญาตเรียนถามกรรมาธิการนิดนะครับ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รถบ้าน รถไฟฟ้า รถตู้ รถกระบะ รถโดยสาร รถบรรทุก ทั้งหมดนี้ระบบเราถอดภาษีสรรพสามิตออกไปหรือยังครับ เพราะภาษีสรรพสามิตคือภาษีบาป เพราะรถที่วิ่งอยู่ทั้งหมดมันสร้างมลภาวะให้กับโลก โลกมันร้อนขึ้นมาเพราะรถเหล่านั้นเราเก็บภาษีทั้งหมด ปัญหาว่าเราจะส่งเสริมอุตสาหกรรม อย่างนี้เราปรับระบบราชการไปรองรับหรือยัง ถ้าเริ่มต้นปรับระบบภาษีเสียใหม่ สรรพสามิต ผมคิดว่าหยิบออกไปได้ทั้งหมดแล้ว เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้สร้างมลภาวะไม่ได้สร้างอากาศเสีย ผมเคยไปหารือกับเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลาย ๆ เมืองครับ อย่างเมืองของเขตท่าน สส. ภูมิ ซึ่งอยู่ที่สมุยอย่างนี้ เขาคิดจะปรับรถมอเตอร์ไซค์ทั้งเกาะสมุยครับ ไม่ว่ารถรับจ้าง หรือรถที่ใช้อยู่ทั่วไป หรือรถที่เช่าอยู่ทั่วไปเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ปัญหาว่าเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ภาครัฐพร้อมที่จะเข้าสนับสนุนในการที่ปล่อยดอกเบี้ยราคาถูกให้กับการปรับปรุงอันนั้น หรือเปล่า ก็ยังไม่เห็นหน่วยงานไหนเข้าไปทำครับ

ประการต่อมา รถยนต์ในส่วนราชการผมเข้าใจว่ายังเป็นปัญหาหมด คือจะ เปลี่ยนรถไฟฟ้าจากรถรองอธิบดีที่มี ซีซี. ขนาดหนึ่ง อธิบดี ซีซี ขนาดหนึ่ง รองปลัดกระทรวง ขนาดหนึ่ง รัฐมนตรีขนาดหนึ่ง แต่ละ Size ขึ้นมา ถ้าถึงเวลารถพวกนี้เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า หมดจะเอาบิลล์ที่ไหนไปเบิก มันก็ลามต่อไปครับว่าเราจะส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรม เรื่องรถไฟฟ้ายานยนต์นี่ท่านต้องเตรียมแผนนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดก็คือสถานี Charge รถไฟฟ้าทั้งหมด วันนี้เรามีปั๊มน้ำมันทั่วประเทศผมว่าเป็นหมื่นแห่ง เราเคย เตรียมการไหมครับว่าต่อไปทุกปั๊มน้ำมันที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยจะต้องมีสถานี Charge รถไฟฟ้าระบบ Charge เร็ว สถานีละกี่แห่ง กี่จุดสำหรับเตรียมไว้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิด ปัญหาแบบเพื่อนสมาชิกพูด มีรถไฟหมดพร้อมกันเดี๋ยวก็ช็อกหมดทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมการก็คือผมเข้าใจว่าเราอาจจะต้องออกกฎหมายเตรียมการครับ ว่าใคร เปิดปั๊มน้ำมันที่กำลังเปิดกันอยู่ทั่วไป วิ่งเต้นเปิดกันอยู่ทั่วประเทศ ทุกปั๊มน้ำมันต้องมี ที่ Charge รถไฟฟ้ารองรับไว้กับปริมาณหัวจ่ายน้ำมันเป็นอย่างไรในสัดส่วนเท่าไร เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะมีปัญหาเรื่องการหาที่ Charge ไฟ วันนี้คนมีรถไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานคร คนวางแผนจะไปเชียงใหม่ต้องวางแผนล่วงหน้านะครับว่าไปถึงจังหวัด ไหนถึงจะหยุดเติมไฟฟ้า จังหวัดไหนถึงจะหยุดเติมไฟฟ้า Charge ไฟฟ้า เพราะถ้าผิดจาก สถานีนั้นไม่ได้โทรจองก่อนแล้วก็เตรียมตัวเข้ามานอนกลางทาง กินข้าวกลางทุ่งกันอยู่แน่ สิ่งเหล่านี้ผมฝากคณะกรรมาธิการไปนิดช่วยเตรียมการหน่อยครับ ในเรื่องของ ๑. การคำนวณเรื่องภาษีสำหรับรถพวกนี้ที่ควรจะถอดภาษีสรรพสามิตออก ๒. การตั้งสถานี Charge ให้เพียงพอกับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ๓. เมื่อเราพูดถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นไป รถโดยสารและรถบรรทุกผมเชื่อว่าระบบ Charge ไฟเดี๋ยวนี้วัตต์มันไปถึง ๑,๐๐๐ วัตต์เลย นะครับ แล้วก็ใช้เวลาในการ Charge พอสมควร ที่จริงมอเตอร์ไซค์ก็เตรียมเข้ามามากครับ แต่เราไม่มีมาตรฐานราคารองรับ คนที่เขาจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ยังน้อย รถกระบะก็เริ่มเข้ามาแล้วแต่การจำหน่ายก็น้อย รถตู้การจำหน่ายก็น้อย ยิ่งถ้าออกรถโดยสารขึ้นมา ออกรถบรรทุกสิบล้อขึ้นมา รถขนาดใหญ่ ขึ้นมาเราต้องเตรียมการเยอะครับ ผมก็ขออนุญาตย้ำการเตรียมการในภาครัฐ ซึ่งจะอืดอาด ที่สุด ช้าที่สุด ๑. ไปปรับเรื่องภาษี ๒. ไปปรับระบบราชการทั้งหมด รถทุกคันของทางราชการ ต้องเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้านำร่องให้ประชาชนเอาตาม แต่ถ้าใช้รถไฟฟ้าหรือไป Charge ไฟ ที่บ้านผมคิดว่าข้าราชการคนนั้นก็คงไม่เอาด้วย เพราะว่าถ้าเดิมเติมน้ำมันเอาบิลน้ำมันไป เบิกได้แต่ Charge รถไฟฟ้าที่บ้านถามจะไปเบิกกับใคร เพราะฉะนั้นคิดให้จบปรับระบบ ราชการให้ทันเราถึงจะระดมประชาชนทั้งหมดออกมาด้วยกัน มาใช้ระบบรถไฟฟ้าที่มันจะ พัฒนาทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่ไม่สร้างมลภาวะ เมืองที่มีการท่องเที่ยวอย่างสมุย อย่างภูเก็ต เปลี่ยนมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด จะใช้เงินจากกองทุนไหนก็ตามไปเปลี่ยนมอเตอร์ไซค์ ทั้งหมด เป็นรถไฟฟ้าเสียทั้งหมด เงียบก็เงียบ สะอาดก็สะอาด ไม่วุ่นวาย แต่รัฐก็ต้องเข้า สนับสนุน คราวนี้ในกระบวนการทั้งหมดเราศึกษาเรื่องส่งเสริมอุตสาหกรรม แต่เราด้อย ในการสนับสนุนภาคประชาชน สนับสนุนการทำ กรุงเทพมหานครทั้งหมดครับถ้าเปลี่ยน มอเตอร์ไซค์รับจ้างกรุงเทพมหานครทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้าผมคิดว่าทุกคนจะมีความสุข ขึ้นเยอะ มลภาวะก็จะลดลงไปเยอะ แต่ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่การสนับสนุน ภาครัฐช้าที่สุด อืดอาดที่สุด เพราะฉะนั้นที่ผมเสนอแนะไป ๓-๔ ประเด็น อยากฝากเพื่อนกรรมาธิการครับ ไปต่อยอดดู ท่านจำเป็นต้องไปเคี่ยวเข็ญกับระบบราชการเพื่อให้ทันกับยุคจริง ๆ ไม่เช่นนั้น แล้วชาวบ้านเตรียมรถออกกันมาทั้งหมด ถึงเวลาไม่รู้จะไป Charge กันที่ไหน คิดกันที่ไหน ๒. ไปส่งเสริมระบบราชการใช้รถไฟฟ้าเมื่อไรไม่รู้จะเบิกบิลค่าไฟฟ้าที่ใคร เหล่านี้เตรียม เสียให้หมด ให้กระทรวงการคลังเลิกอุ้ยอ้ายเสียที กรมบัญชีกลางก็ทันสมัยเสียหน่อย ทำทั้ง ๒ อย่างนี้ไปพร้อม ๆ กัน ผมก็อยากฟังคำชี้แจงจากกรรมาธิการนิดนะครับว่า ณ วันนี้ ภาษีสรรพสามิตสำหรับรถมอเตอร์ไซค์อยู่อย่างไร สำหรับรถบ้านที่ใช้ทั่วไปอยู่อัตราอย่างไร สำหรับรถกระบะอย่างไร สำหรับรถโดยสารเป็นอย่างไร สำหรับรถบรรทุกเป็นอย่างไร ยังนิ่งระบบเดิม หรือถอดไปเสียหมด ผมเคยหารือกับกรมการขนส่งในเรื่องที่จะเอารถไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์มาใช้ในประเทศ เขากลัวอะไรครับ เขากลัวรถขึ้นไปแล้วความเร็วมันต่ำ แล้วก็ จะไปกีดขวางการจราจร วันนี้เดี๋ยวนี้รถไฟฟ้าทำความเร็วสูงได้นะครับ แต่ผมตลกกว่านั้น ก็คือขณะที่เราอยากให้คนควบคุมความเร็ว แต่กลัวรถความเร็วต่ำขึ้นไปวิ่งบนถนน มันก็ตลกดี รถไฟฟ้าในประเทศไทยเลยเกิดช้าครับ เพราะฉะนั้นเสนอแนะว่าท่านทำ ข้อแนะนำไปยังหน่วยราชการทั้งหมดที่ดูแลเรื่องนี้ทั้งหมดนะครับ เพื่อปรับกระบวนการให้ ทันกับการพัฒนาของโลกครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตฝากหารือ กรรมาธิการไปครับ