ร่มธรรม เสนอมาตรการจูงใจ ยันรัฐต้องเร่งแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๙ มกราคม ๒๕๖๘

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายรายงานการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถโดยสารและรถบรรทุก โดยเน้นย้ำความสำคัญในการลดมลพิษ ก๊าซเรือนกระจก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมชื่นชมคณะกรรมาธิการที่จัดทำรายงานอย่างละเอียด ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ระบุปัญหาอุปสรรคในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในต่างจังหวัด เช่น ต้นทุนสูง ระยะทางจำกัด และระบบนิเวศที่ไม่สมบูรณ์ พร้อมเสนอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและทะเยอทะยานเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าทั้งด้านเงินอุดหนุนและลดภาษี เพื่อกระตุ้นการใช้และสร้างอุตสาหกรรมครบวงจร รวมถึงการพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และระบบจัดการแบตเตอรี่ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอแนวทางสนับสนุนพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายสิ่งแวดล้อมและเสนอร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อก่อตั้งกองทุนช่วยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายในรายงานเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถโดยสารและรถบรรทุกโดยคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ ยานยนต์ ไฟฟ้าหรือว่ายานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเรื่องสำคัญ ในยุคปัจจุบันที่เราต้องเร่งส่งเสริมผลักดันให้มากขึ้นในวันนี้ ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน ทั้งเพื่อเป็นการลดการปล่อยมลพิษที่เป็นไปตามเป้าหมายของประเทศในการแก้ไขปัญหา คุณภาพอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของประเทศและ โลกในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อเรา เปรียบเทียบกับรถยนต์แบบสันดาปแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้มากถึง ๓๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ตลอดวงจรชีวิตของมัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแหล่งพลังงานด้วย หากประเทศนั้น ๆ มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่สูงก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกได้สูงเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยานยนต์ไฟฟ้าก็ยังมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในเรื่องของความคุ้มค่าในระยะยาวในการลดค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วก็ ค่าพลังงาน แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แล้วก็การ พัฒนาเทคโนโลยีอีกด้วยครับ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าวันนี้การใช้รถไฟฟ้าก็มีเพิ่มขึ้นอย่างมี นัยสำคัญทั้งในประเทศไทยแล้วก็ในหลายประเทศทั่วโลกดังที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ นั่นก็เป็นผลมาจากการสร้างความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น แล้วก็รวมไปจนถึง มาตรการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ แล้วก็การลดการใช้เชื้อเพลิง ฟอสซิลของหลายประเทศด้วย โดยบางประเทศก็มีเป้าหมายทะเยอทะยานมากถึงขั้นจะห้าม ขายรถยนต์สันดาปแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในอนาคตอันใกล้นี้ จึงทำให้ผู้ผลิตหลายรายต้อง ปรับตัว แล้วก็ปรับนโยบายให้สอดคล้องกับแนวทางเหล่านี้ ในเรื่องนี้ประเทศไทยของเราเอง ก็มีเป้าหมายที่สำคัญเช่นเดียวกันในการเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ๒๕๙๓ และปล่อยก๊าซ เรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ๒๖๐๘ สำหรับในด้านยานยนต์ไฟฟ้าเราก็มีเป้าหมาย ที่จะผลิตแล้วก็ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ในปี ๒๕๗๓ หรือที่เรียกว่า 30@30 มาถึงจุดนี้ผมก็ต้องขอชื่นชมกรรมาธิการอุตสาหกรรม แล้วก็คณะทำงานทุกท่านที่ได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมาซึ่งเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถโดยสารแล้วก็รถบรรทุก โดยเฉพาะที่ว่ายานพาหนะไฟฟ้าเชิง พาณิชย์ทั้งรถโดยสารและรถบรรทุกมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดการปล่อยมลพิษ แล้วก็ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมหาศาล จากที่ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้ก็พบว่าได้มี การทำขึ้นอย่างละเอียด มีข้อมูลสถานการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยแล้วก็ในระดับโลก มีตัวอย่างมาตรการแล้วก็นโยบายการสนับสนุนการใช้ EV ของหลาย ๆ ประเทศ ไปจนถึง มีข้อสังเกตแล้วก็ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มาก ๆ หากรัฐบาลได้รับไปดำเนินการอย่างจริงจัง

สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถโดยสารแล้วก็รถบรรทุกในประเทศไทย ก็ต้องยอมรับว่ายังมีการใช้อยู่ในสัดส่วนที่น้อย ส่วนใหญ่มีการใช้ในกรุงเทพมหานคร วันนี้ เราก็จะเห็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าก็มี แท็กซี่ รถบัสไฟฟ้าก็มีแล้ว ไปจนถึงเรือไฟฟ้า เราก็มีแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ อย่างไรก็ตามในพื้นที่อื่น ๆ ก็ยังอยู่ในสัดส่วน ที่น้อยแล้วก็มีอยู่จำกัดมาก โดยจากรายงานฉบับนี้ผมก็ได้เห็นว่าอุปสรรคก็มีอยู่หลาย ประการด้วยกันที่ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเรื่อง ของต้นทุน การลงทุนในการเปลี่ยนมาใช้รถ EV ที่ยังคงสูงอยู่ ความจุของแบตเตอรี่ ระยะทาง ที่สามารถขับไปได้ นอกจากนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น เรื่องของนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือเราเรียกว่า Ecosystem เรื่องสถานี Charge สถานีสลับแบตเตอรี่ที่ยังไม่เพียงพอ ไปจนถึงความยากลำบากในการซ่อมบำรุง แล้วก็รวมถึงนโยบายการสนับสนุนทางการเงิน จากภาครัฐที่ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ยานยนต์ EV ได้อย่างจริงจัง ไปจนถึงในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดว่าประเทศไทยเองจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากร พัฒนา ทักษะแรงงานให้มีความพร้อมในการพัฒนายานยนต์ ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษต่ำอีกด้วย วันนี้ผมจึงขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้ แล้วก็ขอที่จะมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมบางประการ เพื่อประกอบกับรายงานฉบับนี้ให้รัฐบาลได้พิจารณาครับ

ประการที่ ๑ คือเรื่องของนโยบายของรัฐ แล้วก็เป้าหมายของรัฐบาล ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายและนโยบายที่ทะเยอทะยานและชัดเจน มากยิ่งขึ้นในการส่งเสริมการผลิตและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและ ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของประเทศในการลดการปล่อย มลพิษ แล้วก็ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นไปตามกรอบความร่วมมือระหว่าง ประเทศ

ประการที่ ๒ คือการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ ส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ สำคัญอย่างยิ่งในขั้นต้น รัฐบาลจะต้องสนับสนุนมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นการใช้ ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่อง ผมมีความเห็นว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณาใช้มาตรการ ลดภาษี ให้เงินอุดหนุน หรือสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับทั้งผู้ผลิตแล้วก็ผู้ใช้ยานพาหนะ ไฟฟ้าในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบัส รถโดยสาร แล้วก็รถบรรทุก ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้หันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

ประการที่ ๓ ก็คือการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งบุคลากร เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร วันนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะบุคลากร ทักษะฝีมือแรงงาน แล้วก็พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบวงจร โดยต้องเริ่มจากการสนับสนุนและส่งเสริมให้สถาบันวิชาการ และภาคเอกชนได้ลงทุนในการ พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเห็นว่าในหลายประเทศเทคโนโลยี ด้านยานยนต์เหล่านี้มีการพัฒนาไปไกลมากแล้ว นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมเครือข่ายสถานี Charge ไฟฟ้า สถานีสลับแบตเตอรี่ สถานที่ให้บริการและซ่อมแซมยานยนต์ไฟฟ้า ที่ครอบคลุมไปทุกพื้นที่เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนที่เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไปจนถึง การจัดการแบตเตอรี่ นอกจากนี้ก็ยังควรที่จะส่งเสริมการดัดแปลงรถยนต์สันดาป ใครมีรถ เก่าก็ให้เปลี่ยนไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีการทำบ้างแล้วในประเทศไทยในการเปลี่ยนรถยนต์เก่าให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ แล้วก็ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนด้วย ขอเพิ่มอีกนิดท่านประธานครับ

ประการที่ ๔ คือการสนับสนุนพลังงานทดแทนแล้วก็พลังงานสะอาด วันนี้รัฐบาลจะต้องสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าที่มาจากแหล่งพลังงานทดแทนแล้วก็พลังงาน สะอาดให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการลดการปล่อยมลพิษจากภาคพลังงานให้ สอดคล้องกับภาคการคมนาคมขนส่ง ซึ่ง ๒ ภาคส่วนนี้เป็น ๒ ภาคส่วนหลักที่ปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในประเทศนะครับ

ประการที่ ๕ ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานก็คือการปรับปรุงและเสนอ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาดแล้วก็สิ่งแวดล้อม วันนี้เราควรที่จะ ปรับปรุงกฎหมายแล้วก็เสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับด้วยกันที่จะเป็นการสนับสนุน ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด แล้วก็ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหนึ่งในกฎหมาย ที่สำคัญที่กำลังได้เสนอต่อสภาขณะนี้ก็คือร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ที่ได้มีการเสนอจากทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากหลาย ๆ พรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอโดยผมเองด้วยนะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็จะ เป็นกลไกที่สำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ แล้วก็ ปรับเปลี่ยน ปรับตัวสู่ภัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นรุนแรงมากยิ่งขึ้น ๑ ในกลไกสำคัญจากกฎหมายนี้จะมีการตั้งกองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อช่วย ประชาชน ช่วยผู้ประกอบการในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ แล้วก็ลดผลกระทบ จากภัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้อย่างที่ผมกล่าวไปเบื้องต้นว่ายานยนต์ไฟฟ้านี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคต อีกต่อไป เราจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้มากที่สุดในวันนี้ซึ่งจะเป็นโอกาสทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็สิ่งแวดล้อม จึงขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้ แล้วก็ขอให้รัฐบาลได้รับไปดำเนินการ โดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน