สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ตอบกระทู้ถามเรื่องการขาดแคลนอาคารเรียนของโรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า กาญจนบุรี โดยชี้แจงปัญหาความล่าช้าในการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๗ และยืนยันว่าจะเสนอขอจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมจำนวน ๒๔ ห้องเรียนในงบปี ๒๕๖๙ พร้อมเรียกร้องให้สภาแปรญัตติเพื่อสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว
ท่านประธานสภาที่เคารพ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ให้มาตอบกระทู้ถาม ที่ ๔๐๓ ของท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาญจนบุรี ต้องขอขอบคุณในความห่วงใยจริง ๆ นะครับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ตั้งกระทู้วันนี้ด้วยความห่วงใยการศึกษาอย่างแท้จริง มันเป็นเรื่องที่ท่านเอง ให้ความสำคัญในเรื่องของการขาดแคลนอาคารเรียน ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ครับ ขอตอบคำถามของท่านว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีนโยบายจัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างอาคารเรียนในเขตแผ่นดินไหวให้กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า กาญจนบุรี ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ หรือไม่ อย่างไร ขอตอบว่ามีครับ แต่อยากจะอธิบายท่านสมาชิก จะได้เข้าใจการทำงานร่วมกัน เพราะผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจเราจะได้ร่วมมือแก้ปัญหาได้ พร้อม ๆ กันครับ โรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า กาญจนบุรี มีนักเรียนทั้งหมด ณ ปัจจุบัน จำนวน ๑,๐๐๖ คน เป็นสถานที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงปีที่ ๖ ตั้งอยู่ในตำบล ลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในโรงเรียนก็มีอาคารถาวร จำนวน ๒ หลัง อาคารกึ่งถาวร ๒ หลัง โรงฝึกงานอีกจำนวน ๓ หลัง อาคารชั่วคราวอีกจำนวน ๓ หลัง หอประชุม ๑ หลัง โรงอาหาร ๑ หลังครับในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ โรงเรียนได้เสนอ ขอจัดตั้งงบประมาณงบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง สำหรับก่อสร้างอาคารเรียนขนาดใหญ่ แบบ ๓๑๘ ล./๕๕-ข ในเขตแผ่นดินไหวจำนวน ๑ หลัง ซึ่งอาคารนั้นจะมีจำนวนห้องเรียน คือ ๑๘ ห้องเรียน งบประมาณทั้งหมด ๒๔,๗๙๒,๐๐๐ บาทถ้วน ซึ่งเป็นงบผูกพัน ในปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ อย่างที่ท่านสมาชิกได้บอกนะครับ ที่ท่านอัครนันท์ได้กล่าวถูกต้องเลยว่า โรงเรียนทำเรื่องเสนอมาผ่านเขตพื้นที่ เขตพื้นที่เสนอมายัง สพฐ. แต่ผมจะนำเรียนอย่างนี้ว่า คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เมื่อได้รับเรื่องแล้ว เราได้ทำเรื่องส่งต่อไปเพื่อขอ จัดตั้งงบประมาณกับสำนักงบประมาณครับยืนยัน แต่ด้วยระบบการของบประมาณของ แผ่นดิน ภายใต้ Ceiling เพดานงบประมาณที่เราโดนจำกัดเราส่งครบครับ ปี ๒๕๖๗ เราส่ง ขออาคารเรียนไปทั้งหมดน่าจะประมาณ ๒๐,๐๐๐ รายการ อาคารเรียนและอาคารประกอบ ต่าง ๆ ได้รับจัดสรรมาประมาณ ๑๐,๐๐๐ รายการ คือหมายถึงว่าครึ่งหนึ่งที่เราได้รับจัดสรร เพราะว่าแน่นอนเขตพื้นที่ส่งมาทุกเขต หน้าที่ของ สพฐ. คือเขตพื้นที่ในแต่ละเขตพื้นที่ได้เรียงลำดับความสำคัญแล้ว ลำดับ ๑ ลำดับ ๒ ทุกลำดับคือความสำคัญ สพฐ. เสนอตามเพื่อของบประมาณ แต่ด้วยความจำกัด ของงบประมาณเราเลยได้รับจัดสรรมาเพียงแค่ครึ่งเดียวในปี ๒๕๖๗ แล้วปัญหาก็เกิดต่อครับ ปี ๒๕๖๗ งบประมาณล่าช้า เขตพื้นที่เอง โรงเรียนเอง ก็ยังไม่รู้ว่าเราจะได้งบปี ๒๕๖๗ ในขณะดำเนินการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วหรือไม่ กระบวนการต่าง ๆ ทำให้งบประมาณปี ๒๕๖๗ ล่าช้า การเสนองบปี ๒๕๖๘ ก็โดนจำกัดว่า ให้รีบส่ง โรงเรียนก็ไม่กล้าส่ง ส่งไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าปี ๒๕๖๗ จะได้ไหม ถ้าปี ๒๕๖๗ ได้แล้วส่งปี ๒๕๖๘ ไปอีกก็กลายเป็นว่าทับซ้อน ซ้ำซ้อน ซึ่งทำไม่ได้ โรงเรียนก็รอเข้าใจเลย พอโรงเรียนรอผลก็ออกมาว่าปี ๒๕๖๗ ไม่ได้ ทำให้โรงเรียนเสียโอกาสที่จะเสนอปี ๒๕๖๘ นั่นคือความจริงเลยครับผมเห็นใจโรงเรียน โรงเรียนเลยต้องตั้งต้นใหม่ ตั้งที่จะเสนอปี ๒๕๖๙ นี้ครับ ปี ๒๕๖๙ ที่โรงเรียนขอไปอยู่ลำดับ ๑ ของเขตพื้นที่ สพม. กาญจนบุรี ซึ่งแน่นอน ลำดับ ๑ คือความสำคัญที่สุดในเขตพื้นที่นั้น ๆ ที่จัดสรรมาโดยเงื่อนไข ด้วยอัตราการ ขาดแคลนของโรงเรียน โรงเรียนเองมีทิศทางที่เติบโตครับ หมายถึงว่าเด็กเพิ่มขึ้น เมื่อปี ๒๕๖๗ ที่ได้เสนอมานั้นคือข้อแบบอาคารเรียน ๓๑๘ ล./๔๔-ข หมายถึงว่าขออาคาร ๑๘ ห้องเรียนมา แต่ปีนี้ สพฐ. เอง และเขตเอง เห็นแล้วว่าทิศทางเด็กมีแต่โตขึ้น การที่ สพฐ. ขอให้โรงเรียนในครั้งนี้ไม่ได้ขอแค่ ๑๘ ห้องเรียนแต่เราขอให้ ๒๔ ห้องเรียน เป็นงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ซึ่งผ่านเขตพื้นที่มาแล้ว แล้วก็เป็นลำดับ ๑ ของเขตพื้นที่ด้วยในความขาดแคลน แล้วปีนี้ สพฐ. ก็จะทำเรื่องของบประมาณไปที่สำนักงบของโรงเรียนแห่งนี้ ในจำนวน ๒๙,๔๑๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๘ ห้องเป็น ๒๔ ห้องเรียน เพราะอัตราขาดแคลนที่เพิ่มเติม เพิ่มขึ้นใน ๒ ปีครับ อยากให้ท่านมั่นใจว่าทุกอย่างความขาดแคลนของโรงเรียนในพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความสำคัญแล้วก็อยากให้ได้รับงบประมาณ แต่อย่างไรก็ดีผมฝากตรงนี้ครับ ถ้าเราเองไม่ได้ผ่านการจัดสรรในระดับของสำนักงบประมาณ ขอความร่วมมือท่านสมาชิกร่วมกันแปรญัตติกลับไป โดยกระทรวงจะส่งมาครับ ผมยืนยัน นะครับว่ารายการนี้ถ้าเกิดไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ทางกระทรวงมีหน้าที่ที่จะขอ แปรญัตติงบประมาณมาโดยเงื่อนไขคือบัญชีที่โดนตัดโครงการเดิมสามารถขอแปรญัตติแล้วก็ ขอความกรุณาท่านกรรมาธิการงบประมาณร่วมกันช่วยพิจารณาให้ผ่านอันนี้คือมิติอีกมิติ หนึ่งที่ผมอยากอธิบายแล้วเราได้ทำงานร่วมกัน เพื่อให้ความขาดแคลนที่เราเกิดขึ้นนั้นจะได้ ช่วยกันแก้ปัญหาให้ถูกครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งยืนยันครับ กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา ไม่ว่าเรื่องอาคารเรียน สวัสดิการ และการจัดการศึกษาของ เด็กนักเรียนไทยทั้งประเทศครับ ขอขอบคุณครับ