สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ระบุตัวเลขเด็กหลุดจากระบบการศึกษาปี ๒๕๖๖ และนำเสนอมาตรการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout เพื่อแก้ปัญหา โดยเสนอมาตรการ 4 ด้านเพื่อค้นหาและดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา เน้นการบูรณาการหน่วยงาน การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่น และการส่งเสริมภาคเอกชนผ่านโครงการ Learn to Earn เพื่อผลักดันให้กลับสู่ระบบหรือพัฒนาทักษะอาชีพ พร้อมนำเสนอดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ ของท่านพลากรในคำถามที่ถามว่ารัฐบาลมีแผนงานหรือ โครงการที่จะดำเนินงานช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบ การศึกษาอย่างไรนะครับ ขออนุญาตที่จะนำเรียนอย่างนี้ครับ จากข้อมูลพื้นฐานทะเบียน ราษฎร์ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทางข้อมูลที่ กสศ. ให้ไว้ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ นั้นมีเด็ก และเยาวชนในช่วงอายุ ๓-๑๘ ปี ไม่พบข้อมูลในระบบการศึกษาทุกหน่วยงานทั้งประเทศ จำนวน ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน นั่นคือตัวเลขปี ๒๕๖๖ ที่ทาง กสศ. ให้ไว้ ซึ่งดังนั้นเองรัฐบาลจึงมี นโยบาย มีแผนสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา มีกระบวนการเฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลับมาสู่ระบบการศึกษาที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทและความแตกต่างของผู้เรียนครับ แล้วก็เป็นที่มาเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมาตรการการ ขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Thailand Zero Dropout แล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตรเองท่านได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ระดับชาติ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธาน คือท่านรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการ แล้วก็มีกรรมการ และเลขานุการร่วมจำนวน ๓ คน คือผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อระดม ความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจาก ระบบการศึกษานั้นได้กลับมาได้รับการศึกษา โดยการจับมือกับกระทรวงต่าง ๆ มี ๑๐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยกันได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง แรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันคุณภาพแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครับ นั่นคือความตั้งใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน ซึ่งท่านให้ความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็แน่นอนครับโดยคณะกรรมการชุดนี้ได้มีมาตรการ ๔ มาตรการที่สำคัญในการค้นหาช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบ การศึกษาและเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วนะครับ มี ๔ มาตรการด้วยการ
๑. มาตรการค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ผ่านการ บูรณาการแล้วก็เชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเด็ก เหล่านั้นกลับสู่ระบบการศึกษา
๒. มาตรการติดตามช่วยเหลือส่งต่อดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบ การศึกษา โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ มีเป้าหมายช่วยเหลือเด็ก และเยาวชนแต่ละรายอย่างเหมาะสม ทั้งด้านการศึกษา สุขภาวะ สภาพความเป็นอยู่ แล้วก็สภาพสังคม
๓. มาตรการการจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่น
๔. มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มาเข้าร่วมจัดการศึกษา หรือเรียนรู้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้อยู่ ในลักษณะ Learn to Earn
ซึ่งรัฐบาลเร่งรัดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานค้นหา ติดตาม และดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้กลับสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพเพื่อพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาครับ ทุกจังหวัดได้ Kick Off ขบวนการค้นหาและ ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทั้งที่อยู่นอกระบบการศึกษาทั้งประเทศ โดยมี Application Thai Zero Dropout เพื่อสนับสนุนภารกิจสำรวจค้นหาเพื่อทำแผนดูแลรายบุคคล วางแผน ช่วยเหลือและเชื่อมโยง ส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระดับพื้นที่ระดับประเทศ รวมถึงติดตาม ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ผมขออนุญาตโชว์ไปที่สไลด์สักนิดในอินโฟกราฟิก
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ข้อมูลที่ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ที่ กสศ. ได้ให้ข้อมูลกับทางรัฐบาล และรัฐบาลได้ทำตัวเลขตัวนี้ ล่ะครับมาเริ่มต้นของการทำงาน นั่นคือ ๑,๐๒๕,๕๑๔ คน ที่ท่านสมาชิกจะเห็นตัวแดง ๆ ตัวบนซ้ายสุดบนอินโฟกราฟิกนั่นคือตัวเลขตั้งต้นที่กระทรวงศึกษาธิการจับมือกับภาคี เครือข่ายทำงานอย่างจริงจังครับ คำว่า ทำงานในวันนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ครับข้อมูลอาจจะเยอะแต่เป็นเรื่องที่สำคัญ ขออนุญาตอธิบายละเอียดสักนิดเพื่อทุกท่าน จะได้เข้าใจการทำงานอย่างจริงจังของรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการแล้วทุกหน่วยงาน นั้นดำเนินการด้วยความคืบหน้าเป็นอย่างมากครับ ๑,๐๒๕,๕๑๔ คนเป็นตัวเลขที่ กสศ. ให้มาว่าเด็กหลุดจากระบบโดยการเทียบจากทะเบียนราษฎร์ แน่นอนครับตัวเลขนี้เป็น ตัวเลขที่กระทรวงศึกษาธิการได้เริ่มต้นและดำเนินการครับ หลังจากดำเนินการไปได้จนถึง ตัวเลขล่าสุดนะครับ ณ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา คือ ๑๘.๐๐ นาฬิกา ของเมื่อวานครับ ผลการดำเนินการการเข้าค้นหาดำเนินการจากตัวเลขที่บอกว่า ๑,๐๒๕,๕๑๔ คนนั้นขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้เขาดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อค้นหาเด็กที่อยู่นอกระบบ เป็นตัวเลขที่เราดำเนินการแล้วก็คือ ๕๖๙,๗๕๕ คน นั่นคือ ตัวเลขสีเขียวที่อยู่ในช่องถัดมาครับ หมายความว่าอะไรครับ ๖-๗ เดือนที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ โดย สกร. จับมือกับ สพฐ. จับมือกับศึกษาธิการจังหวัด จับมือกับภาคี เครือข่ายทั้งกระทรวงมหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้อง อสม. ของกระทรวงสาธารณสุข เดินเท้าเข้าไปหาเด็กตามทะเบียนราษฎร์ที่ว่าหลุดจากระบบการศึกษา วันนี้เดินไปหา แล้วครับ ๕๖๙,๗๕๕ คน ก็คิดเป็น ๕๕.๕๖ เปอร์เซ็นต์ของเด็กทั้งหมด และเราก็อยู่ระหว่างการดำเนินการที่จะต้องเดินไปหาอีก ๔๕๕,๗๕๙ คน เราคิดว่าใช้เวลาอีก ไม่น่าจะเกินสัก ๔-๖ เดือน เราจะย่ำเท้าเพื่อไปค้นหาเด็กเหล่านั้นให้ทุกหลังคาเรือนครับ แต่แน่นอนครับเด็กที่เราไปมีทั้งพบตัวและไม่พบตัว นั่นคือความจริงครับ บางทีไม่มีบ้านครับ มีเลขบ้าน ไปแล้วเด็กไม่อยู่บ้านครับ การสืบหาการสืบเสาะเป็นหน้าที่ของเราที่ทำอย่าง จริงจัง เราต้องไปถามผู้นำครับว่าบ้านนี้ไปไหน เขาบอกย้ายไปอยู่ตำบลนั้นเราก็ต้องตาม ไปอีกตำบลหนึ่ง บอกย้ายตามพ่อแม่มาทำงานในกรุงเทพมหานคร เราก็ต้องพยายาม หาเบอร์โทรศัพท์หาข้อมูลที่จะติดตามน้อง ๆ เหล่านั้นว่าไปอยู่จังหวัดไหน แน่นอนตัวเลข ต่อมาที่ผมอยากจะให้ท่านได้ดูนอกจากจะเห็นแล้วนะครับว่าจาก ๑ ล้านกว่าคนนั้น เราได้เดินเท้าเข้าไปหาตามบ้านแล้ว แล้วก็เจอตัวเด็กบ้างไม่เจอตัวเด็กบ้างนี่ละครับ ๕๖๙,๗๕๕ คน ตามสีเขียวช่องที่ ๒ ถัดมา ต่อมาผมอยากให้เห็นตัวเลขครับว่าเรารู้แม้แต่ว่า ตามทะเบียนราษฎร์นะครับว่าเป็นเด็กสัญชาติไทยกี่คน เด็กต่างชาติกี่คนที่อยู่ในแผ่นดินไทย เด็กสัญชาติไทยคือ ๗๖๗,๓๐๔ คนในช่องสีม่วง แล้วก็เด็กสัญชาติต่างชาติ หมายถึงว่า เด็กต่างชาติ ๒๕๘,๒๑๐ คน เมื่อเรารู้ข้อมูลเด็กคนไทย เด็กต่างชาติ เท่านั้นไม่พอครับ เราเองทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามค้นหาเด็กทุก ๆ คน อย่างที่ผมบอกครับ การดำเนินการ ของเรานั้นจากที่เดินไปตามบ้านแล้ว ๕๖๙,๗๕๕ คนเราพบตัวเด็ก ๕๒๐,๑๓๐ คนครับ เราไม่พบตัวเด็กอีกประมาณ ๔๙,๖๒๕ คนครับ แต่เราไม่หมดความพยายาม ๔๐,๐๐๐ กว่าคน เรายังไม่พบแน่นอนครับเราสืบต่อไปว่าส่วนหนึ่งไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนหนึ่งย้ายถิ่นฐาน และอีกส่วนหนึ่งอยู่ทะเบียนกลาง ซึ่งเราก็ต้องสอบถามอีกว่าตัวจริงอยู่ที่ไหน นั่นคือความ พยายามที่พวกเราทำงานกันตลอดระยะเวลาอย่างเข้มข้น Scan กันเป็นรายตารางหมู่บ้าน ตารางเมตรเลยก็ว่าได้ที่จะไปหาตัวเด็กให้เจอ แล้วแน่นอนข้อมูลที่เราได้มาเบื้องต้นหลังจาก เดินเท้าเข้าไปแล้วที่พบตัวหรือไม่พบตัวเด็กก็ตาม จำนวน ๕๖๙,๗๕๕ คนนั้น ปรากฏว่า เราสามารถนำข้อมูลทั้งเด็กที่เรานำกลับและเด็กที่เข้าระบบการศึกษาเองไปแล้ว ๓๔๑,๑๕๑ คนครับ ในช่องสีแดงล่าสุดข้างล่างสุดที่ท่านเห็น นั่นหมายถึงอะไรครับ ทั้งเรานำเด็กเข้าสู่ ระบบการศึกษา หรือแม้แต่เด็กเขาไปเข้าเองแล้วระหว่างนั้นในช่วงที่เราทำงาน ตัวเลขทำให้ เราเห็นว่าจาก ๕๖๙,๗๕๕ คนนั้น ๓๔๑,๑๕๑ คนเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วครับ แต่ก็ยังมี อีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้า ด้วยสาเหตุหนึ่งไม่พบตัว อีกสาเหตุหนึ่งพบแล้วยังไม่เข้า ยังไม่เข้า ระบบการศึกษานั่นก็เป็นการบ้านหนึ่งครับที่เราต้องไปแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของ ครอบครัวยากจน ปัญหาของร่างกายหรือไปอยู่สถานพินิจ หรือย้ายตามพ่อแม่ไปทำงาน ต่างถิ่นหรือไปอยู่ต่างประเทศข้อมูลเหล่านี้เราแยกอย่างละเอียดเพื่อแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล เลยครับ ว่าคนนั้นจะต้องแก้อย่างไร จะมีวิธีอย่างไรอย่างที่ผมบอกครับ กระบวนการแก้ไข พูดไปเบื้องต้นแล้วครับก็คือการสนับสนุนทุนการศึกษา การเอื้อโอกาสให้เขาได้การศึกษา แบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นขึ้น ทางร่างกายก็ประสาน พม. และส่งเสริมการศึกษานอกโรงเรียน ตามอัธยาศัยให้มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่กระทรวงทำครับ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านไปอย่างนี้ ครับ ตัวเลขต่อไปที่ผมจะให้ดูใน Chart นี้ครับ Chart นี้ท่านจะเห็นนะครับว่ากราฟ มันเหมือนกับระฆังหงายนั่นหมายถึงอะไรครับ ตัวเลขที่เราได้ทั้งหมดที่เด็กหลุดจากระบบ การศึกษา ๑,๐๒๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น ถ้าดูตัวเลขจริง ๆ แล้วในการศึกษาภาคบังคับนั้นมีแค่ส่วนหนึ่งในหลาย ๆ ส่วนครับ ส่วนที่ อยู่ในการศึกษาภาคบังคับหมายถึง ๖ ปีถึง ๑๕ ปีนั้นเป็นตัวเลขกราฟที่ต่ำ แต่แน่นอนครับ นอกจากระบบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ๑๖ ปีไปถึง ๑๘ ปีอาจจะดูสูง หรือก่อนจะ ๖ ขวบ ดูตัวเลขสูง นั่นก็คือข้อมูลที่ผมอยากให้ท่านเห็น ถ้าเกิดจะเจาะลึกเฉพาะการศึกษาภาคบังคับ ที่เรามีกฎหมายของประเทศนี้บังคับว่าผู้ปกครองจะต้องส่งเด็กมาศึกษาในภาคบังคับ ๖ ปี ถึง ๑๕ ปีที่มีกฎหมายมีอำนาจแต่เราไม่ได้ใช้หรอกครับ เรากำลังจะบอกว่าตามรัฐธรรมนูญ ตามอำนาจที่เรามี ตามกฎหมายที่เรามี ๖ ถึง ๑๕ ปีเป็นภาคบังคับ ผู้ปกครองจำเป็นจะต้อง ส่งเด็กเข้าศึกษานั้น ขอดูตัวเลขใน Chart ต่อไปครับ นั่นหมายถึงว่าจะมีเด็กที่อยู่นอกระบบ การศึกษาตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ ๖ ปีถึง ๑๕ ปี จำนวน ๓๙๖,๒๔๓ คนครับ นั่นคือข้อมูลที่กำลัง จะให้ท่านได้เห็นว่าจากเป็นล้าน ๆ คนนี้ มันอยู่นอกระบบการศึกษาในภาคของการศึกษา ภาคบังคับนี้ประมาณ ๓๙๖,๒๔๓ คน เราได้ดำเนินการแล้วหมายถึงว่า ใน ๓๙๖,๒๔๓ คน เราได้เดินเท้าไปหาเขาแล้วนี้นะครับ ไปพบตัวบ้าง ไม่พบตัวบ้าง แต่ไปบ้านทุกหลังตาม ทะเบียนราษฎร์ตามข้อมูลที่เรามีคือ ๑๕๓,๓๖๔ คนครับ แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน คือ ๒๔๒,๘๗๙ คน เราต้องทำต่อครับ เราไม่ย่อท้อ แต่อุปสรรคที่เราจะต้องเจอหนักในช่วงนี้ คืออะไรครับ ถ้าสังเกตตัวเลขเด็กต่างชาติกับเด็กไทยจะเห็นแล้วนะครับในช่วงภาคบังคับ จะมีเด็กไทยที่อยู่นอกระบบการศึกษาในการศึกษาภาคบังคับ อายุ ๖ ปี ถึง ๑๕ ปี ๑๘๒,๙๙๑ คนครับ แต่เป็นเด็กสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ๒๑๓,๒๕๒ คน หมายถึงอะไรครับ เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาที่อยู่ในการศึกษาภาคบังคับที่อยู่ในประเทศนี้เป็นเด็กต่างชาติ มากกว่าเด็กไทย แต่เราไม่นิ่งนอนใจครับ เราก็ต้องไม่ว่าจะเป็นเด็กต่างชาติหรือเด็กไทยที่อยู่ บนผืนแผ่นดินนี้จะต้องได้รับการศึกษา แต่แน่นอนครับความร่วมมือของผู้ปกครอง การแก้ปัญหามีทั้งสมัครใจที่อยากจะกลับมาเรียน ไม่สมัครใจที่จะเรียนต่าง ๆ มันเป็นปัญหา ที่เราต้องแก้ไขแต่เราจะทำให้ดีที่สุดครับในเรื่องเหล่านั้น ผมอยากให้ท่านเห็นตัวเลขอีก นิดหนึ่งนะครับ ตัวเลขสุดท้ายก็คือหมายถึงว่าเด็กที่เราไปเดินเท้าแล้วอยู่ในการศึกษา ภาคบังคับนั้น จาก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนมีเด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษาแล้วประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน นั่นหมายถึงว่าอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนมีทั้งเจอตัว ไม่เจอตัว แล้วยังไม่ได้ดำเนินการ เราจะต้องดำเนินการให้แล้วให้ครบทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะอันนี้คือสิ่งที่ผมกำลัง อยากอธิบายให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจถึงการทำงานว่าเราทำละเอียดถึงขั้นว่าเข้าไปหาเดินเท้า ทุกตำบล แล้วเราได้ข้อมูลแยกมาหมดเลยนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าผมโชว์ ผมขออนุญาต โชว์ข้อมูลต่อไปเลยนะครับว่า ถ้าท่านอยากรู้ว่าจังหวัดไหนตามตัวเด็กได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ท่าน Scan QR Code ได้เลยนะครับ ขึ้น Real Time เดี๋ยวนี้เลยครับ ข้อมูล Real Time อาจจะ Update กว่าผม เมื่อสักครู่ที่ผมพูดนะครับ นี่คือข้อมูลที่ท่านสมาชิกลองดูครับ ไม่รู้ว่ากระทรวงจะโกหกผมหรือเปล่าว่า Scan ไปแล้วเดี๋ยวจะไม่ขึ้น Real Time ครับ ขึ้นครับผมลองแล้ว ก็คือจะขึ้น Real Time ท่านจะรู้เลยครับว่าวันนี้เด็กที่อยู่นอกระบบ การศึกษาแล้วเราตามเจอเท่าไร และนี่เป็นเด็กรายจังหวัดเลยนะครับ หมายถึงว่าจังหวัด บุรีรัมย์ค้นแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ คือข้อมูลที่ กสศ. ให้มา บุรีรัมย์ค้นแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เจอตัวและไม่เจอตัวอยู่ในนี้นะครับ ไม่ได้เจอทั้งหมดนะครับต้องยอมรับ แต่ไป ตามบ้านที่ได้ข้อมูลแล้วทั้งหมด ลำพูน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ อีกหลาย ๆ จังหวัด ระนอง ๙๙ กว่าเปอร์เซ็นต์ พังงาก็ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้น หลาย ๆ จังหวัดแข่งกันทำนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้อยากจะเป็นสิ่งที่ให้ท่านมั่นใจว่าเดี๋ยวท่านลองเข้าไปดูจังหวัดของท่าน ก็ได้ครับว่ากี่เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกจังหวัดจะต้องค้นเข้าไปพื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เจอตัว ไม่เจอตัว เอาข้อมูล นำกลับมา เจอตัวแล้วปัญหาอะไรที่เป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดนอกระบบ การช่วยเหลือ ต้องช่วยเป็นรายคน เป็นจำแนกปัญหาที่แตกต่างกันครับ บุรีรัมย์โมเดลก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ผมขออนุญาตเสนอให้ดูนิดหนึ่งเพราะเป็นจังหวัดที่ค้นแล้วข้อมูลจาก กสศ. ในเด็กที่บอกว่า อยู่นอกระบบนั้น ๔,๐๐๐ กว่าคนครับ เขาไปเดินตามบ้านพบแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็แน่นอนครับพบตัว ๑,๓๗๓ คน อีก ๓,๐๑๗ คนนั้นไม่พบตัวครับ แต่เราได้ข้อมูล ครับว่า ๒,๐๐๐ กว่าคนอยู่ต่างประเทศ แต่เราก็ยังไม่เชื่อครับเพราะเราถามแค่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถามแค่ญาติพี่น้องเขาว่าไปจริงไหม ต่อไปนี้กระทรวงศึกษาธิการจะทำ MOU ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อจะขอข้อมูลว่าเด็กเหล่านั้นไปต่างประเทศจริงไหม ไปแล้วเขาได้ศึกษาไหม ก็จะเป็นการบ้านต่อไปนะครับ ในเรื่องของเด็กที่เดินทางออกนอก ประเทศก็อยากจะแยกหญิง แยกชายให้ท่านได้เห็น นั่นคือการเข้าค้นหาอย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเจอปัญหาก็แก้ปัญหาเฉพาะรายอย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากให้ท่านมั่นใจ ครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านให้ความสำคัญเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ท่านให้ความสำคัญเรื่องนี้ แล้วเราหวัง ปี ๒๕๗๐ นี้จะต้องไม่มีเด็กหลุดจากระบบ เราต้องแก้ปัญหาให้ได้ดีที่สุดครับ ขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอโทษท่านสมาชิกทุกท่านที่ใช้เวลาอภิปรายนานเพื่อให้ข้อมูล ให้ท่านได้เข้าใจครับ ขอบคุณครับ