ศศินันท์ เสนอ ๙ ข้อแก้วิกฤตเด็กเกิดต่ำ เน้นสวัสดิการแม่และเด็ก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ออกรายงาน ๙ ข้อ และขอเปิดคลิปภาพประกอบเพื่อสร้างการรับรู้ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เสนอแนวทางแก้ไขวิกฤตเด็กเกิดต่ำผ่านข้อเสนอ ๙ ข้อที่สอดคล้องกับบันได ๖ ขั้น โดยเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อการมีลูก การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการยกระดับสวัสดิการแม่และเด็กผ่านการสนับสนุนการให้นมบุตร สุขภาพจิตหลังคลอด และสิทธิห้องนมในสถานที่ราชการ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เสนอประเด็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัวโดยเรียกร้องให้เร่งพิจารณากฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำและร่างกฎหมายค่าเลี้ยงดูกรณีหย่าร้าง เพื่อแก้ปัญหาการไม่ชำระค่าอุปการะบุตร

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ค่ะ ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชนค่ะ แล้วก็คุณแม่ลูกสองที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านการเมืองนะคะ วันนี้ ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่มีการออกรายงานฉบับนี้ขึ้นมาทั้ง ๙ ข้อ ขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จริง ๆ ข้อเสนอทั้ง ๙ ข้อเองดิฉันก็เคยพูดไปตอนที่อธิบายงบประมาณไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ปี ๒๕๖๘ เกี่ยวกับ บันได ๖ ขั้นที่จะพัฒนาหรือว่าแก้ไขปัญหาวิกฤติเด็กเกิดต่ำค่ะ ซึ่งใน ๖ ข้อนี้มานั่งเทียบกับ ตัว ๙ ข้อก็อยู่ใน ๖ ข้อนี้ทั้งหมดเลยเช่นเดียวกันนะคะ แต่จะมีข้อเนื้อหาที่ละเอียดกว่าแล้วก็ ครอบคลุมกว่าอันนี้ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการ เอาสไลด์ลงได้ค่ะ ขายของแล้วขออนุญาต พูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอที่อาจจะไม่ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องสวัสดิการคิดว่า เพื่อนหลาย ๆ คนเข้าใจตรงกันแล้วก็พูดกันไปเยอะมาก ๆ แล้วนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่ในรายงาน อาจจะยังไม่ได้พูดถึงแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยก็คือการที่เราจะต้องส่งเสริม ใช่ไหมคะการทำให้คนอยากมีลูกโดยการสร้าง Eco-System ที่เป็นมิตรต่อการมีลูก การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้เอื้อต่อคนมีลูกหรือว่ามีพื้นที่สาธารณะที่เป็น Healthy Space ให้ทุกคนในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน หรืออย่างเช่นงาน Let’s Play ซึ่งทาง มพด. ก็ไปร่วมด้วยบ่อยนะคะ หรือสายไหมแฟร์เพิ่งจัดไปไม่นานนี้ก็เอามาจาก Let’ Play ค่ะ ทำพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้มาเล่นนะคะ ให้พ่อแม่ได้มีพื้นที่ในการพาลูกมาเล่นข้างนอก บ้านแทนที่จะดูโทรศัพท์มือถืออยู่ที่บ้าน อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยได้ดีค่ะ แต่นอกจากนั้นดิฉันเป็นนักกฎหมายค่ะท่านประธาน ก็เลยต้องพูดถึงในเรื่องของกฎหมาย ที่อาจจะต้องเกี่ยวข้องกับการทำให้คนอยากมีลูกมากขึ้นหรือว่าสร้าง Eco-System ให้คน อยากมีลูกมากขึ้นหรือคนที่มีอยู่แล้วนี่นะคะมีคุณภาพชีวิตของเด็กที่ดีมากขึ้นค่ะ อันหนึ่งที่ สำคัญคือความปลอดภัยของเด็ก ๆ เรื่องของภาษี Car Seat อันนี้เสนอแนะเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่า เรามีกฎหมายใช่ไหมคะที่อยากจะให้เด็ก ๆ ปลอดภัยให้เด็ก ๆ นั่ง Car Seat แต่สิ่งที่ตาม ก็คือว่าพ่อแม่จำนวนมากถ้าเราติดตามอัตราการเกิดที่ต่ำนะคะ ๒ ส่วน ๓ ของอัตราการเกิด ที่ต่ำมาจากครอบครัวที่ยากจน การเข้าถึง Car Seat แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำอย่างไร ให้คนเข้าถึง Car Seat ได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้วก็ลดภาษีเรื่องนี้ได้นะคะ

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับแม่ค่ะ เราพูดถึงเรื่องเด็กกันบ่อยมากแต่น้อยครั้งมากที่เรา จะนึกถึงแม่นะคะ โอเคเรื่องลาคลอดอันนี้เข้าใจตรงกันว่าสำคัญทั้งพ่อทั้งแม่ อีกอันหนึ่งที่ สำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับให้นมเมื่อสักครู่ท่านประธานกายก็พูดไปแล้วว่าห้องให้นม สำคัญค่ะ หรือว่าเรื่องของสุขภาพจิตของแม่เรื่องซึมเศร้าหลังคลอด ยกตัวอย่างที่ประเทศ ไต้หวันนะคะ ที่ไต้หวันเขามีการควบรวมกระทรวงเข้ากัน ๒ กระทรวงคือเป็นชื่อ Ministry of Health and Welfare ก็คือสวัสดิการคู่กับสาธารณสุข เพราะเขาเห็นว่า ๐-๖ ขวบ มันสำคัญ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรให้ ๒ กระทรวงนี้ทำงานร่วมกันเพราะว่าเด็กเล็กเราหลีกเลี่ยง เรื่องสาธารณสุขไม่ได้ ทั้งเรื่องของนมแม่ ทั้งเรื่องของซึมเศร้าหลังคลอด มันแทบจะเป็น เรื่องเดียวกัน ดิฉันพูดบ่อยมากแม้กระทั่งในห้องงบประมาณเช่นเดียวกันว่าทำอย่างไรให้แม่ไม่เป็น ซึมเศร้าหลังคลอด ส่วนใหญ่แม่เครียดจากเรื่องอะไร เครียดจากเรื่องน้ำนมไม่มาหรือเครียด จากเรื่องที่ว่าไม่ได้อยู่กับลูกทันทีหลังคลอด ดิฉันถามไปในห้องงบประมาณหลายครั้งว่ามีการ เอาทารกมาแนบบนอกมารดาทันทีหลังคลอดหรือไม่ มี Regulation เรื่องนี้ขนาดไหนปรากฏว่า มีแค่ไม่กี่ที่ค่ะที่ทำ เขาใช้คำว่าขอความร่วมมือให้ทำ เพราะฉะนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ถ้าเรา ไม่บังคับเป็นกฎกระทรวงหรือว่าออกอะไรให้มันชัดเจนว่าการเอาลูกมาทันทีทำให้แม่ลดภาวะ ซึมเศร้าได้หรือเรื่องคลินิกนมแม่ก็ส่วนหนึ่ง หรือเรื่องห้องให้นมค่ะ ห้องให้นมเราไม่สามารถ จะออกให้เป็นแบบกฎหมายแรงงานได้อย่างเดียว ที่ไต้หวันการที่เขาแก้ไขปัญหาเรื่องเด็ก เกิดต่ำเขา Set เป็น National Security อันดับ ๑ ของประเทศนะคะ National Security ของเขาอันดับ ๑ คือภาวะวิกฤติเด็กเกิดต่ำเขาเลยมีกฎหมายออกมาหลายฉบับมาก ๆ ดิฉัน หยิบมาตรงนี้ประมาณ ๓-๔ ฉบับด้วยกันที่ประเทศไต้หวันออกกฎหมายออกมานะคะ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องห้องให้นม พ.ร.บ. คุ้มครองมารดาในการให้นมในที่สาธารณะ ในนี้มีการ คุ้มครองด้วยว่าถ้าคุณแม่ให้นมในที่สาธารณะไม่สามารถไปไล่หรือไปว่าได้นะคะ ผิดกฎหมาย มีค่าปรับนะคะ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้สถานที่ดังต่อไปนี้ต้องมีห้องให้นมบุตรเราต้อง ไม่ใช่ขอความร่วมมือหรือเป็นการเอื้ออาทรกันแต่เราต้อง Set ให้เป็นมาตรฐาน เช่น ถ้าสถานที่ราชการต้องมี กรณีมีพื้นที่รวมกว่ากี่ตารางเมตรต้องมีองค์กรของรัฐต้องมี สภามี ๑ ที่ แต่แทบไม่มีใครรู้ค่ะท่านประธาน ดิฉันเอา Sticker ไปติดที่ลิฟต์นะคะ ขอรับสารภาพตรงนี้เลย เพราะไม่มีคนรู้ว่าอยู่ที่ไหนถ้าเห็น Sticker สีชมพูตามลิฟต์ศศินันท์ติดเองนะคะท่านประธาน ก็สำคัญมาก ๆ เพราะว่าถ้าคนไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนคนก็จะไปใช้บริการน้อยค่ะ ดิฉันเลยถามว่า มีคนใช้กี่คนวันหนึ่งแค่คนเดียว เพราะอะไรเพราะคนไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการประชาสัมพันธ์ มากขึ้นคนก็จะใช้มากขึ้น หรือว่าเรื่องศูนย์เด็กเล็กเช่นเดียวกันเมื่อสักครู่นี้ มีท่านสมาชิก พูดแล้ว ศูนย์เด็กเล็กถนนประดิพัทธ์มันไกลไปค่ะท่านประธาน ในสภามีพื้นที่เยอะมากเรามี ห้องว่างเยอะมาก มีในสภาเลยก็ได้ค่ะ ขออีกแป๊บหนึ่งค่ะท่านประธานดิฉันเตรียมมาเยอะ แล้วก็ของต่างประเทศเขามีเรื่องของการ Subsidize เรื่องศูนย์เด็กเล็กและ Subsidize เรื่องห้องให้นม คือถ้าในสถานประกอบการที่ใดที่มีห้องให้นมมีศูนย์เด็กเล็ก รัฐจะมี การ Subsidize เงินเข้าไปในตอนสร้างครั้งแรกแล้วก็ในรายปีด้วย เพราะว่าหลายครั้งที่เรา ขาดแคลนแรงงานในโรงงานเพราะว่าพ่อแม่จะต้องออกไปเลี้ยงลูก แต่ถ้ามีศูนย์เด็กเล็กในที่ ทำงาน ๑. พ่อแม่ไม่ต้องส่งไปต่างจังหวัดสามารถที่จะเลี้ยงลูกได้เลยในที่ทำงาน ตอนเช้าฝาก ลูกแล้วก็เข้าไปทำงานได้ แล้วในอนาคตก็ช่วยให้แรงงานเรามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไม่ต้อง สูญเสียแรงงานเมื่อมีลูก แล้วก็การ Subsidize ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะว่าจะช่วยให้รัฐเอง ก็ลดภาระไม่ต้องไปสร้างโครงการ ๒๐ ล้าน ๓๐ ล้าน ในการสร้างศูนย์เด็กเล็ก Subsidize ไปในหน่วยงานเอกชนที่เขามีอยู่แล้วถ้าเราทำได้ดีขึ้น

แล้วก็สุดท้ายนะคะ เกี่ยวกับเรื่องสุดท้ายเรื่องของเด็กเกิดต่ำไม่ใช่แค่เรื่องของ เด็กอย่างเดียว เรื่องของครอบครัวก็สำคัญขอฝากกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับแรกจะมีของ พม. น่าจะเตรียมยื่นเข้าอยู่แล้วก็คือ พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เหมือนกัน เราพูดหลายครั้งว่าเด็กสุขภาพจิตไม่ดีพ่อแม่ทำไมไม่ดูแลลูกแต่เราไม่เคยมาดูแล เลยว่าพ่อแม่นั้นจะมีสุขภาพจิตเป็นอย่างไร พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัวจะช่วยลดภาวะ ในเรื่องนี้ได้ค่ะ เราไม่จำเป็นจะต้องทนอยู่ในครอบครัวที่จะต้องนึกถึงความสมบูรณ์แบบอยู่ เสมอไป แต่ถ้าเราจะต้องแยกทางกันแล้วเด็กจะต้องอยู่อย่างไร นำไปสู่กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่สำคัญที่เกาหลีใต้มีก็คือว่าเวลาที่มีการหย่าร้างแล้วก็มีการไปฟ้องเรื่องค่าเลี้ยงดู ประเทศ ไทยมีปัญหาเรื่องนี้ก็คือว่าพอเรียกค่าเลี้ยงดูแล้วไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดู ที่ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ ถ้าไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดูจะสามารถมาเบิกกองทุนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจาก รัฐบาลได้ เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตต่อได้แล้วรัฐก็ไปไล่เบี้ยเอากับตัวคนที่ไม่จ่ายต่อไปใน อนาคต ก็ฝากกฎหมายไว้ประมาณ ๓-๔ ฉบับนี้เพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการนำไปทำงาน ต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ