ปารมี ไวจงเจริญ หารือเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอบรมและพัฒนาผู้ดูแลเด็ก และเสนอแนะให้รัฐบาลนำกรอบแนวคิดและหัวข้อไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยมีจุดเน้นอยู่ที่มาตรฐานด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานของสถานเลี้ยงเด็กปฐมวัย และขาดมาตรฐานด้านบุคลากรผู้ดูแล
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม อภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการเลี้ยงดูเด็ก ให้เติบโตขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก แล้วก็ต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ในรายงานท่านได้สรุปใจความสำคัญที่เป็น ผลการศึกษา ๕ ข้อหลัก ตามที่ขึ้นสไลด์บนจอได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้า หญิงตั้งครรภ์ วันลาคลอดมารดา ๑๘๐ วัน การส่งเสริมทักษะเลี้ยงดูเด็กให้แก่พ่อแม่ การเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ หรือสวัสดิการหนังสือเหล่านี้เรียกว่าครบถ้วน ถ้ารัฐบาลรับรายงานฉบับนี้ ไปผลักดันให้อย่างเต็มที่และทำได้จริงการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยจะเป็นระบบและเป็น ประโยชน์กับทั้งเด็กและครอบครัวของคนไทยแน่นอน
ในประเด็นต่อมาท่านประธานที่ดิฉันชื่นชมมาก ๆ จะอยู่ในหน้า ๓๕ ของรายงานฉบับนี้คือข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเรื่องเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์เด็ก เพราะ มีประชาชนร้องเรียนดิฉันมามากถึงการทำร้ายร่างกายและจิตใจของเด็กในสถานสงเคราะห์ เมื่อเช้านี้เองค่ะ ดิฉันเพิ่งจะเข้าไปนำเสนอข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กในความดูแลของ สถานสงเคราะห์เด็กเอกชนแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ เคสนี้เกิดขึ้นประมาณ ๒ เดือนกว่าแล้วนะคะ แล้วก็ดิฉันได้นำเข้าไปในกรรมาธิการกิจการเด็กเพิ่งพูดคุยเพื่อหาทางออกนะคะ รายงานฉบับนี้ ของคณะกรรมาธิการก็ได้พูดการแก้ไขปัญหาไว้ครอบคลุม แล้วดิฉันก็อยากให้เกิดขึ้นจริงนะคะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสำรวจจำนวนสถานรองรับเด็กทุกประเภทแล้วก็ส่งเสริม ให้สถานรองรับเด็กเอกชนที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตนี้ยื่นคำร้องขอจัดตั้งได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมายหรืออย่างการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเข้าใจนี้ก็จำเป็นมากนะคะ ท่านประธาน รวมทั้งกลไกติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่องก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยในการเฝ้า ระวังปัญหาการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ
ในประเด็นต่อมานะคะท่านประธาน ที่ดิฉันชื่นชมคณะกรรมาธิการมากคืออยู่ ในหน้า ๕๔ ในรูปเล่ม คือเรื่องการส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยเฉพาะเรื่องชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กที่เรียกว่า Parenting Program ที่มีหลายหน่วยงานทั้งกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย หรือกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นที่ร่วมมือกับยูนิเซฟจัดทำ ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้นำชุดกิจกรรมไปพัฒนา และอบรมพ่อแม่ อบรมผู้ดูแลเด็กได้อย่างจริงจังจะเกิดประโยชน์มาก แต่ดิฉันก็เห็นด้วยอย่างหนึ่ง ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอความเห็นไว้สะท้อนความเห็นไว้อยู่ประโยคหนึ่ง ดิฉันหวังว่า ทางรัฐบาลจะนำความคิดเห็นที่คณะทำงานรายงานฉบับนี้สะท้อนนำไปปรับปรุง ก็คือประโยคที่ว่า อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้ก็ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่มีอยู่ทั่วประเทศอันนี้เป็นช่องโหว่ใหญ่นะคะ ท่านประธานที่ปัจจุบันนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่าง ๆ ยังมีชุดกิจกรรมที่เคยมีมาแล้ว มีคู่มือต่าง ๆ เหล่านี้มาแล้วยังไม่ได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง อันนี้ต้อง ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันชื่นชมมากต่อรายงานฉบับนี้คือเรื่อง Framework for Parenting Program ซึ่งก็สำคัญมากเลย กรอบแนวคิดและหัวข้อสำหรับการสร้างทักษะการ เลี้ยงดูเด็ก แต่ดิฉันขอเสริมสักเล็กน้อยนะคะท่านประธานในเวลาสั้น ๆ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเสริมรายงานฉบับนี้ไปยังคณะกรรมาธิการใน ๒ มาตรฐานนี้ มาตรฐานแรก คือมาตรฐานของบุคลากรผู้ดูแลเด็ก ดิฉันเห็นว่าจำเป็นมากและสำคัญมากผู้ดูแลเด็กที่เรา เห็นตามข่าวพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอะไรต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าการอบรมทักษะให้กับผู้ดูแลเด็กปัจจุบัน ยังเข้มข้นไม่พอ จริง ๆ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำหลักสูตรอบรมดูแลเด็ก พี่เลี้ยงเด็กก่อนจะเข้าเป็นผู้ดูแลนี้ไว้แล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. รับกรอบการอบรมของกรมอนามัยไปใช้
อีกประเด็นหนึ่งคือมาตรฐานด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานของสถานที่ รับเลี้ยงเด็กปฐมวัยตามหลักมาตรฐานสถานเลี้ยงเด็กต้องมีสนามเด็กเล่นไม่น้อยกว่า ๒ ตารางเมตรต่อเด็ก ๑ คน มีเครื่องเล่นกลางแจ้ง มีสนามทรายมาให้เด็กเล่น ปัจจุบันนี้หลาย ๆ ที่ ดิฉันว่ายังขาดตรงนี้ มาตรฐาน ๒ อย่างนี้ด้านบุคลากรผู้ดูแลกับมาตรฐานด้านกายภาพและ โครงสร้างดิฉันเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับ ไปดำเนินการ เพื่อเราจะได้พัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างเป็นระบบทั่วทั้งประเทศ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ