การณิก จันทดา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย และการคุ้มครองแรงงาน โดยขอเสนอให้เพิ่มเวลาพักผ่อนและค่าจ้างให้กับแรงงานที่มีลูก เพื่อให้พ่อแม่สามารถถ่ายทอดคุณลักษณะที่ดีให้กับลูกและช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัย อย่างเป็นระบบฉบับนี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องเร่งด่วนในประเทศไทย หากเราต้องการให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วนะคะเราจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพพร้อมรับปรับใช้และสร้างเทคโนโลยี ที่ทันสมัยค่ะ และเด็กปฐมวัยเหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นวัยแรงงานที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การพัฒนาเด็กยังมีประเด็นด้านอีก ๑ มิติในเรื่องของประเด็นด้านความยุติธรรมในสังคม ยกตัวอย่างนะคะ เด็กที่บ้านมีฐานะยากจนนี้จะไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตน เท่ากับเด็กที่บ้านมีฐานะร่ำรวยค่ะ สังเกตได้จากอะไร สังเกตได้จากการเรียนพิเศษค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิชาเสริมหรือว่าการเรียนภาษาที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ กีฬา ดนตรีนะคะ เพราะว่า ทุกอย่างนี้ล้วนมีต้นทุนค่ะ ค่าเรียน ค่าชุด ค่าอุปกรณ์ ทุกอย่างเป็นต้นทุนที่สูงค่ะ เราจะเรียก ประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่มีความยุติธรรมและให้โอกาสแก่ทุกคนได้อย่างไร ความเหลื่อมล้ำ เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่แล้วนะคะ ซึ่งรายงานฉบับนี้จะเน้นการพัฒนาผลลัพธ์ของเด็ก โดยช่องทางแบบล่างขึ้นบนนะคะ นั่นก็คือการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเด็กโดยตรงค่ะ อย่างเช่น การให้เด็กกินนมแม่ การให้ Baby Box การพัฒนาเด็กในศูนย์เลี้ยงเด็กค่ะ แต่ว่าเรื่องที่คนไม่ค่อย พูดถึงก็คือการพัฒนาผลลัพธ์ของเด็กโดยช่องทางจากบนลงล่างค่ะ การพัฒนาผลลัพธ์ของเด็ก จากบนลงล่างคืออะไร การพัฒนาเด็กจากบนลงล่างก็คือว่าพ่อแม่สามารถถ่ายทอดคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้กับลูกได้เช่นกัน หรือที่เราเรียกว่า Intergenerational Transmission อย่างเช่น ถ้าพ่อแม่เล่นกับลูกเยอะ ลูกก็จะมีพัฒนาการความฉลาดทางอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นนะคะ ลูกจะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่ต้องทำงานหนักไม่มีเวลามาเล่นกับลูกส่วนนี้ ก็จะหายไป ยิ่งถ้าพ่อแม่เครียดจากงานถูกนายจ้างต่อว่า บังคับให้ทำโอทีฟรี พ่อแม่ก็จะส่ง ความเครียดและนำความเครียดนั้นมาระบายที่บ้านค่ะ บางคนถึงขั้นทำร้ายร่างกายลูกทำร้าย ร่างกายเด็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กด้วยเช่นกัน ดิฉันทำการบ้านมาเพิ่มเติมนะคะ เขาบอกว่าการที่พ่อสามารถลาคลอดเลี้ยงลูก มีปฏิสัมพันธ์กับลูกร่วมกับแม่จะส่งผลต่อ พัฒนาการของลูกที่ดีขึ้นมากกว่าการปล่อยให้ลูกถูกเลี้ยงโดยแม่เพียงลำพังค่ะ ดังนั้นเมื่อเรา เข้าใจถึงการถ่ายทอดคุณลักษณะจากพ่อแม่ไปสู่ลูกแล้ว ดิฉันเลยขอเสนอเรื่องการคุ้มครอง แรงงานและการขึ้นค่าจ้างเพิ่มเติมค่ะ ในด้านของการคุ้มครองแรงงาน ข้อเสนอ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับพรรคประชาชนที่เพิ่งยื่นเข้าสู่สภามีความครอบคลุมค่ะ ตั้งแต่การลด ชั่วโมงทำงานให้เหลือ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การเพิ่มเวลาพักผ่อน การเพิ่มวันลาคลอด รวมไปถึงการเพิ่มวันลาเพื่อไปดูแลคนในครอบครัวค่ะ การที่พ่อแม่ไม่ต้องทำงานหนัก ย่อมเหลือเวลาไปเล่นกับลูกค่ะ มีเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟัง พาลูกไปสนามเด็กเล่น เล่นกีฬา ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อน รวมไปถึงการไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด พอพ่อแม่ไม่เครียดจากงาน ก็ไม่ต้องเอาความกดดันต่าง ๆ จากที่ทำงานเข้าสู่ลูกค่ะ ลูกก็ไม่เห็น การเลียนแบบพฤติกรรม ไม่พึงประสงค์ก็ไม่เกิดค่ะ ไม่เกิดปัญหาสังคมอย่างที่เป็นข่าวในหน้าหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ดังนั้น การคุ้มครองแรงงานที่ดียังจะช่วยคุ้มครองให้แม่ลาคลอดได้อย่างที่ควรจะเป็นด้วย เพราะทุกวันนี้แม่บางคนถามว่าลางานได้ตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกล่าวไว้ไหม ไม่ค่ะ บางคนลาได้ไม่กี่สัปดาห์ก็ต้องถูกนายจ้างบังคับกลับเข้าไปทำงานแล้วค่ะ ส่วนในเรื่องของ ด้านค่าแรงก็ตรงตัวค่ะ พ่อแม่จะมีเงินไปใช้จ่ายให้ลูก ไปซื้ออาหารที่ดี ๆ ให้ลูก พาไปทำ กิจกรรมต่าง ๆ เปิดหู เปิดตา เปิดโอกาส ๆ ให้ลูกได้ทำตามความฝัน พ่อแม่ไม่ต้องเครียด เรื่องฐานะการเงิน ดังนั้นการให้ความสำคัญต่อประเด็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและข้อเสนอของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่ต้องถูกบังคับใช้อย่างจริงจังให้กับพ่อแม่วัยทำงาน จะช่วยส่งเสริม พัฒนาการต่อเด็ก ทำให้เด็กเติบโตมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพ เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ เป็นพลเมืองของชาติ และช่วยขยับยกระดับให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และนอกจากนี้ยังสร้างความยุติธรรมในสังคมด้วย ความเป็นอยู่ของแรงงานแยกขาดไม่ได้ จากการพัฒนาเด็กค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน