ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ยื่นกระทู้สดสอบถามรัฐบาลเรื่องการร่าง พ.ร.ก. ให้ค่ายมือถือและธนาคารร่วมชดใช้กรณีลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน โดยนำเสนอข้อมูลสถิติอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายกว่า 77,300 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและคนอายุ 31-40 ปี พร้อมวิเคราะห์สาเหตุหลักคือช่องทางการติดต่อผ่านมือถือและการโอนเงิน และเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อควบคุมระบบโทรศัพท์มือถือและสถาบันการเงิน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ วันนี้ ผมขอยื่นกระทู้สดสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวง DES เป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตอบกระทู้สดในวันนี้นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ดีใจที่ได้เห็นข่าวเกี่ยวกับรัฐบาล ได้ให้ข่าวว่าจะมีร่างพระราชกำหนดให้ค่ายมือถือและธนาคาร ร่วมชดใช้กรณีลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงมีการตั้งทั้งกระทู้ถามสด ตั้งกระทู้ถามธรรมดาในการสอบถามในเรื่องนี้ที่เกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนจะนำไปสู่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำถามที่ ๑ คำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ต่อไปครับ ขอทางเจ้าหน้าที่ขึ้นสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ขอสไลด์ต่อไปครับ ผมขออนุญาต นำเรียนข้อมูลครับท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาแก๊ง Call Center หรือแก๊งในการ หลอกลวง ในการโอนเงินต่าง ๆ นะครับ ท่านจะเห็นว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ท่านจะเห็นว่าคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นผ่านทางระบบ การแจ้งความผ่านทางออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคดี เดินเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี แจ้งความผ่านศูนย์ AOC หรือ ๑๔๔๑ ของกระทรวง DES ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคดีครับ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗๓๙,๔๐๐ กว่าคดีครับ ท่านประธานจะเห็นว่ายอดความเสียหายที่ผมขึ้นอยู่บนจอสไลด์ที่ ๑ ให้เห็นว่ายอดความ เสียหายที่ผ่านมาเป็นยอดประมาณ ๗๗,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ท่านจะเห็นว่ายอดที่ทาง รัฐบาลสามารถที่จะอายัดเงินในการที่จะป้องกันความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้อยู่ที่ ประมาณ ๘,๖๒๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งคิดกับยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะตกประมาณสัก ๑๑ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเกือบทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ ล้านคนเกือบ ๗๐,๐๐๐ ล้านคน ผมเรียนว่าเมื่อดูสถิติครับ ยอดคนที่มีการ หลอกลวงมากที่สุดท่านประธานจะเห็นว่าในสไลด์จะกำหนดไว้ พอดีไม่สามารถที่จะ Scan ลงไปให้มันชัด ๆ ได้ครับ ท่านจะเห็นว่าคนที่ถูกหลอกลวงจะอยู่ในช่วงของอายุ ๓๑-๔๐ ปี อยู่ที่ประมาณ ๒๘.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ลำดับที่ ๒ กลุ่มบุคคลที่อยู่ในช่วง ๑๘-๒๕ ปี อยู่ที่ ประมาณ ๑๗.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ๒๖-๓๐ ปี ๑๗.๔๐ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็เฉลี่ยเป็น ๑๘-๒๕ ปี จนกระทั่งอายุ ๕๑-๖๐ ปีขึ้นไปครับ คราวนี้มาดูยอดระหว่างชายและหญิงใครโดนแก๊ง Call Center หลอกลวงมากกว่ากันครับ จะเป็นว่าหญิงมีการถูกหลอกโดยแก๊ง Call Center มากที่สุด ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ทางผู้ชาย ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็คือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เกิดขึ้น เราเฉลี่ยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อวัน เฉลี่ยต่อวันวันหนึ่งจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ วันละ ๗๗ ล้านบาทต่อวัน ขอสไลด์ต่อไปครับ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ๒-๓ วันที่ผ่านมาทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าไปจับชาวจีน ๖ คนที่เป็นแก๊ง Call Center ทำ SIM Box เมื่อทำ SIM Box ต้องมี SIM Card เมื่อไปทลายในกลุ่มนี้จะเห็นว่ามี SIM ที่นำไปใช้งานอยู่ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ SIM ถามว่า ๒๐๐,๐๐๐ SIM ทั้ง ๆ ที่กสทช. เองได้มีการกำหนด หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าทุกคนถือ SIM ได้ไม่เกิน ๕ SIM วันนี้ชาวจีน ๖ คนมี SIM ๒๐๐,๐๐๐ SIM เป็นไปได้อย่างไร ตรงนี้เป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนสอบถามมา แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า อย่างไรก็ตามแก๊ง Call Center เขาก็ต้องให้ประชาชนไปลงทะเบียนคนละ ๕ SIM ๕ SIM ๕ SIM ถือมาจนครบ ๒๐๐,๐๐๐ SIM นั่นละครับ อันนี้คือปัญหาว่าเราจะแก้ไขเรื่องนี้ ได้อย่างไร ขอสไลด์ต่อไปครับ สไลด์นี้เป็นสไลด์ที่มีความสำคัญมากครับ วันนี้ผมต้องชื่นชม ทางท่านรัฐมนตรี DES หรือทางรัฐบาลว่าท่านกำลังเดินมาถูกทางแล้วในการที่ท่านจะออก ร่างพระราชกำหนดดังกล่าวในวันนี้ ผมเรียนนะครับว่าปัจจัย ๒ อย่างในการที่จะทำให้แก๊ง Call Center ทำงานได้ประสบผลสำเร็จในการที่จะหลอกลวงพี่น้องประชาชน ปัจจัยแรกปัจจัยทางอากาศ ปัจจัยทางอากาศก็คือจะมาด้วยระบบที่เราเรียกกันว่าผ่านค่ายมือถือ ปัจจัยที่ ๒ ถ้าเรียกกัน ให้หรู ๆ หน่อยก็คือทางการเงิน เพราะฉะนั้นปัจจัยนี้ก็คือเมื่อเขาหลอกลวงผ่านระบบ มือถือสำเร็จ แล้วก็จะต้องมีการโอนเงินดังกล่าวไปให้กับเขาในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ถ้าขาดปัจจัยแรกไม่สามารถทำสำเร็จได้ ปัจจัยที่ ๒ ก็ไม่สามารถจะโอนเงินได้ ถ้าปัจจัยที่ ๑ ทำสำเร็จ แต่ปัจจัยที่ ๒ ไม่สำเร็จ ความหมายก็คือแก๊ง Call center ก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ในการทำงานของเขาได้ เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีปัจจัยในการทำทั้ง ๒ องค์ประกอบให้ครบถ้วน ทั้งหมดครับท่านประธาน เรามาดูว่ายอดการใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันที่เกิดขึ้นมีจำนวน เท่าไรครับท่านประธาน จำนวนเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานในปัจจุบันที่เป็นที่ Active หรือว่า ใช้งานได้ มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๑๕,๕๐๐,๐๐๐ เลขหมายเศษครับ เป็นระบบที่เราเรียกกันว่า เติมเงิน เติมเงินก็คือ Prepaid นะครับ ๘๔,๙๐๐,๐๐๐ กว่าเลขหมายเศษนะครับท่านประธาน Postpaid ก็คือรายเดือน มีอยู่ประมาณ ๓๐,๖๒๐,๐๐๐ กว่าเลขหมายเศษ อันนี้เป็นจำนวน เลขหมายที่ Active ที่ใช้งานในปัจจุบัน ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อเทียบกับพลเมืองของประเทศ ที่มีอยู่ ๖๖ ล้านคน แสดงว่าประชาชนมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ซึ่งทุกคน อาจจะถือ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีอาจจะถือเบอร์มากกว่านั้นครับ ท่านประธานครับ คราวนี้มาดูปัจจัยที่ ๒ ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่จะต้องโอนเงิน ออกในการที่จะทำให้แก๊งมิจฉาชีพต่าง ๆ นี้ทำงานได้สำเร็จครับท่านประธานครับก็คือ ยอดบัญชีที่เปิดในประเทศไทยในขณะนี้ที่เป็นออมทรัพย์ครับท่านประธาน จากข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคมปี ๒๕๖๗ ยอดบัญชีออมทรัพย์ที่เปิดไว้มีจำนวน ทั้งสิ้น ๑๒๔,๙๐๐,๐๐๐ บัญชีเศษครับท่านประธาน ตรงนี้ก็คือยอดนี้นะครับเป็นการทำงาน ผ่านมือถือ ผ่านอากาศแล้วก็มาผ่านระบบการเงินเพื่อที่จะโอนเงินดังกล่าวให้ประสบ ผลสำเร็จให้ได้ ตรงนี้เราจะป้องกันหรือ Block เรื่องนี้นต้นเหตุ ผมชื่นชมนะครับว่าวันนี้ทาง รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว เรากำลังแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ได้แก้ไขที่ปลายเหตุครับท่านประธาน ปัจจัยที่เราจะทำให้แก๊ง Call center ทำงานไม่สำเร็จก็คือ