สหัสวัต คุ้มคง ชี้แจงปัญหากระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่ซับซ้อนและราคาต่ออายุที่สูงขึ้น รวมถึงเสนอให้ใช้ระบบประกันสังคมแทนการบังคับซื้อประกันสุขภาพ โดยชี้ให้เห็นความเสียหายจากการที่รัฐบาลไทยยอมเป็นกลางในการเก็บภาษีให้รัฐบาลทหารพม่า และเสนอให้เปิดศูนย์ One Stop Service ขึ้นทะเบียนแรงงานฝั่งเดียวโดยตัดค่า Name List ออก เพื่อหยุดการเอื้อประโยชน์และแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ
เรียนท่านประธานครับ สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน จริง ๆ ต้องบอกว่าผมยังไม่ได้ถาม ท่านรัฐมนตรีเรื่องบริษัทประกันเลยนะครับ ก็ยังงง ๆ อยู่ว่าสงสัยผมอาจจะถามไม่ชัดเจน หรือว่าท่านอาจจะได้ยินไม่ชัด แต่ว่าอย่างนี้ครับ นอกจากปัญหาเรื่องกระบวนการที่มัน วุ่นวายแล้วมันแออัดแล้วนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดกระบวนการขึ้นทะเบียนไม่ทัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ น่ากังวลมาก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศนี้มาก ๆ ทั้งเรื่องสถานที่ที่ไม่สะดวก เรื่องระบบแทนที่จะเป็นออนไลน์กลับต้องไปเซ็นถึงที่แบบนี้นะครับ ยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของราคาการต่ออายุของแรงงานสัญชาติเมียนมาครับ ผมอยากให้ท่านดูตาราง ราคาการต่ออายุแรงงานสัญชาติพม่า ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่คือราคาการต่ออายุของ ๒ อาชีพครับ คือกรรมกร และแม่บ้าน แบบเดิมคือการยื่นออนไลน์ ของกรรมกรจะอยู่ที่ ๙,๒๗๐ บาท แม่บ้านอยู่ที่ประมาณ ๑๒,๖๒๐ บาท ราคาต่างกันประมาณ ๓,๐๐๐ บาท เป็นค่าประกันสุขภาพ ราคานี้ก็ถือว่าแพงครับ แต่ดูแบบใหม่ครับ Pre-MOU ที่ท่านบอกครับ ราคา ๒๑,๑๗๐ บาทเป็นอย่างน้อยครับ ถ้าเป็น แม่บ้าน ๒๔,๐๐๐ บาทเลยนะครับ นี่ขนาดนายจ้างทำเองนะครับ ถ้าหากจ้างบริษัทนำเข้าแรงงาน หนี้ก็ต้องบวกเพิ่มไป อาจจะ ๓,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาทเลยนะครับ แต่เรื่องใหญ่คือราคาต่ออายุตาม MOU ฉบับใหม่ สำหรับแรงงานสัญชาติเมียนมา แน่นอนว่าข้อที่เพิ่มมาอย่างมีนัยสำคัญ คือ ค่าเดินทางไป กทม. ระนองหรือเชียงใหม่ ซึ่งท่านอาจจะบอกว่ามอบอำนาจได้ แต่ว่าถ้าเกิด ทำเองไปกลับแต่ละคนก็เฉลี่ย ๓,๐๐๐–๕,๐๐๐ บาท นี่ยังไม่รวมค่าดำเนินการต่าง ๆ เพราะต้อง ติดต่อหลายหน่วยงานเหลือเกินครับ ไม่นับว่านายจ้างจะต้องจ่ายส่วยให้แต่ละหน่วยงานอีก หรือเปล่าครับ อีกค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาอย่างที่ท่านได้บอก คือค่าบังคับซื้อประกัน ซึ่งผมงง อย่างยิ่งครับทำไมไม่ใช้ประกันสังคม ในเมื่อการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติก็ต้องมีนายจ้าง ทุกคน ซึ่งมันใช้ประกันสังคมได้เลย มันง่ายมาก ๆ เลยครับ
ต่อมาครับผมอยากให้ท่านดูตรงนี้ครับ ผม Highlight เอาไว้ครับ ข้อ ๕ ค่า Name List ฝั่งพม่า ข้อ ๖ ค่าภาษีฝั่งพม่า และค่าคิวเซ็นสัญญาที่สถานทูต เอาเรื่องค่าคิว เซ็นสัญญาที่สถานทูตก่อนครับ ผมเข้าใจว่าท่านอาจจะไม่มีอำนาจในการจัดการเรื่องนี้ครับ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาครับ คือระบบตอนนี้จะต้องมีการจองคิวออนไลน์ แล้วพอจองคิว ออนไลน์เสร็จ วันเซ็นสัญญาที่สถานทูตก็จะโดนเจ้าหน้าที่สถานทูตเรียกเก็บเงินประมาณ ๑,๕๐๐ บาทเขาบอกว่าเป็นค่าคิว เรื่องนี้ยังเป็นเทา ๆ นอกระบบไม่ชัดเจนอะไรก็ว่าไป แต่เรื่องนี้ชัดเจนเลย คือค่า Name List และค่าภาษีฝั่งพม่า ค่า Name List เราไม่เคยต้อง เสียมาก่อนครับ ทำไมต้องเสียครับ ได้ไปยื่นรายชื่อปุ๊บต้องเสียเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วที่มัน น่าปวดหัวที่สุดคือค่าภาษีฝั่งพม่า เรื่องนี้ผมงงที่สุดเลยครับ ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนของ ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคประชาชนพม่า แต่วันนี้รัฐบาลไทยช่วยรัฐบาลทหารพม่าครับ เรียกเก็บภาษีครับ เราเป็นรัฐบรรณาการรัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่เมื่อไรครับถึงต้องช่วยเขา เก็บภาษี เรื่องนี้ก็ยังเป็นคำถามครับ แล้วท่านจะไปจ่ายเงินกันที่ไหนครับ แค่ค่าภาษีฝั่งพม่า ถ้าหากจ่ายที่สถานทูตเรื่องนี้ก็ยังเทา ๆ แต่ถ้าท่านมีการจ่ายเงินเก็บภาษีกันนอกสถานทูต แปลว่าเรากำลังเอื้อให้รัฐบาลทหารพม่าใช้อำนาจอธิปไตยบนบ้านเรา เรื่องนี้ร้ายแรงนะครับ นี่ไม่นับว่าเป็นการกำลังพยายามละเมิดข้อตกลงระหว่างไทยกับเมียนมา เรื่องของการ หลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้อนอีกนะครับ เรื่องนี้ร้ายแรงมากนะครับ เรื่องนี้ไม่ปกตินะครับ เพราะนั่นหมายถึงว่าเงินที่เราควรจะต้องหมุนเวียนในระบบของประเทศเรา คิดเฉพาะค่า Name List กับค่าภาษีรวมกันก็เกือบ ๙,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ถ้าผมเป็นพรรคประชาชน พม่าแล้วพวกท่านเป็นใครครับ เป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาลทหารพม่าขณะนี้ ยื่นเงินให้รัฐบาล ทหารพม่าปีละ ๙,๐๐๐ ล้านบาทแบบนี้ แล้วผมบอกได้เลยว่าปัญหาที่ตามมานอกจากเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่สูงและการไม่เปิดออนไลน์ รวมถึงระยะเวลาที่กระชั้นชิดจะทำให้มีแรงงานข้าม ชาติที่ขาด MOU และหนี MOU จำนวนมหาศาลครับ ซึ่งพอเป็นแบบนี้ก็จะนำมาสู่ปัญหา ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้หรือครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่แรงงานเหล่านี้หนีไปทำอาชีพสงวน ไปรับจ้างขายของหน้าร้าน หรือไปทำอาชีพอะไรที่ควรจะเป็นของคนไทย แล้วเราก็ไม่รู้ครับ เพราะว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เราไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนบ้างครับ แล้วแรงงานเหล่านี้ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกระบวนการที่มีปัญหาเหล่านี้เราจะ Track หรือติดตามตัวเขาไม่ได้ เลยครับ ผมอยากถามคำถามสุดท้ายครับ บวกกับเป็นข้อเสนอแนะครับ ว่าทำไมเราไม่ จัดการระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเดิมที่เคยเป็นมา ทำไมเราต้องใช้วิธีนี้ เพื่อทำให้เกิดแรงงานผิดกฎหมายขึ้นมาอีก ทำไมเราต้องเสี่ยงใช้วิธีนี้ครับ
ท้ายที่สุดครับ ทำไมรัฐบาลถึงยอมที่จะเป็นตัวกลางในการเก็บภาษีให้รัฐบาล ทหารพม่า ทำไมเราต้องสูญเสียเงินที่ควรจะหมุนเวียนในประเทศไทยไปให้รัฐบาลทหารพม่า ถึงปีละประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีข้อเสนอง่าย ๆ เลยครับ เป็นข้อเสนอที่เขาใช้ทั่วโลกครับ เราต้องยอมรับว่าตอนนี้ สถานการณ์ในประเทศเมียนมามันคือ Failed State ครับ มันคือความไม่มีเสถียรภาพ ทางการเมือง แล้วมันก็มีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ทั่วโลกเขาขึ้นทะเบียน ฝั่งเดียวครับ ดูเหตุการณ์จากซีเรียกับยุโรปก็ได้ครับ เขาขึ้นทะเบียนฝั่งเดียวครับ เขาไม่เอา รัฐบาลซีเรียมาเก็บภาษี มาพิสูจน์สัญชาติกันในยุโรปครับ เพราะมันไม่ Function เรื่องนี้เขา ใช้กันทั่วโลกครับท่าน เปิดศูนย์ One Stop Service ให้ทั่วประเทศครับ แล้วตัดค่าภาษี ค่า Name List ที่จะต้องจ่ายให้รัฐบาลเมียนมาออกไปเลยครับ นี่เรากำลังเอื้อให้ทางรัฐบาล ทหารพม่ายังคงมีเงินต่อไป ผมก็งงครับว่าเราคิดฐานอะไรอยู่ครับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่สากลทำเลย ครับ เปิดศูนย์ One Stop Service ขึ้นทะเบียนฝั่งเดียวครับ ให้เราขึ้นทะเบียนข้อมูลของ แรงงานเองครับ ไม่ต้องไปให้รัฐบาลทหารพม่าเข้ามาครับ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่จบครับ เราจะมีแรงงานเมียนมาหลุดออกนอกระบบอีกมหาศาลแล้วเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาอยู่ ที่ไหน ทำอะไร ทำอาชีพอะไรอยู่ แล้วเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่ถูกแก้ครับ ขอคำตอบเรื่องนี้จาก ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ